BANGKOK
เขตธนบุรีแจงกรณีใช้เครื่องเสียงมัสยิด บ้านสมเด็จยันวัดเสียง2ครั้งไม่เกินเกณฑ์
กรุงเทพฯ-เขตธนบุรี ชี้แจงกรณีร้องเรียนการใช้เครื่องขยายเสียงมัสยิดบ้านสมเด็จ ยืนยันตรวจวัดเสียง 2 ครั้ง ผลไม่เกินเกณฑ์ พร้อมติดตามแก้ไข ลดผลกระทบประชาชน
ว่าที่ร้อยตรี เดชาธร แสงอำนาจ ผู้อำนวยการเขตธนบุรี กทม. ชี้แจงกรณีประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่แขวงหิรัญรูจี เขตธนบุรี ร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์กรณีได้รับผลกระทบจากเสียงอาซานและการใช้เครื่องขยายเสียงของมัสยิดนูรุ้ลมู่บีน (มัสยิดบ้านสมเด็จ) ซึ่งผู้ร้องเรียนระบุว่ามีการติดตั้งลำโพงหันเข้าสู่บริเวณชุมชน และมีการใช้เสียงเรียกละหมาดวันละ 5 เวลา โดยเฉพาะในช่วงเช้ามืดเวลาประมาณ 04.00 - 05.30 น. ส่งผลกระทบต่อการพักผ่อนและการดำรงชีวิตของประชาชนในบริเวณใกล้เคียง และมีข้อกล่าวอ้างว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีว่า สำนักงานเขตฯ ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้เครื่องขยายเสียงของมัสยิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา โดยข้อร้องเรียนส่วนใหญ่ระบุถึงการใช้เครื่องขยายเสียงในช่วงเวลาประมาณ 04.00 - 05.30 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนกำลังพักผ่อน สำนักงานเขตฯ จึงได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ติดตามเรื่องร้องเรียน และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 66 เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตฯ ลงพื้นที่สอบถามโต๊ะอิหม่าม ทราบว่ามัสยิดใช้เครื่องขยายเสียงสำหรับเสียงอาซานวันละ 5 ช่วงเวลา ได้แก่ ประมาณ 04.30 น. 12.00 น. 15.00 น. 17.00 น. และ 19.00 น. ครั้งละประมาณ 3 นาที สำนักงานเขตฯ จึงขอความร่วมมือให้ลดระดับเสียง ลดจำนวนลำโพง ปรับทิศทางลำโพง และควบคุมระยะห่างระหว่างผู้พูดกับไมโครโฟนให้เหมาะสม ต่อมาเมื่อมีข้อร้องเรียนเพิ่มเติม สำนักงานเขตฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและขอความร่วมมือจากมัสยิดหลายครั้งในช่วงปี พ.ศ. 2567-2568 รวมทั้งเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 68 และวันที่ 16 ก.ค. 68 ได้ประสานผู้ควบคุมเครื่องขยายเสียงและคณะทำงานมุสลิมร่วมพัฒนาเมืองระดับเขต เพื่อหาแนวทางลดผลกระทบ ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 6 และ 14 ส.ค. 68 ได้สอบถามประชาชนบริเวณใกล้เคียงจำนวน 6 หลังคาเรือน ไม่พบผู้แจ้งว่าได้รับความเดือดร้อน และบางรายแจ้งว่าระดับเสียงลดลงจนบางครั้งไม่ได้ยินเสียงประกาศดังกล่าว สำหรับกรณีข้อกล่าวอ้างว่ามีการติดตั้งลำโพงเพิ่มเติมจำนวนหลายจุด สำนักงานเขตฯ ได้ตรวจสอบเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 69 และวันที่ 17 มี.ค. 69 พบลำโพงในบริเวณมัสยิดและชุมชน รวมจำนวน 9 ตัว แบ่งเป็นภายในมัสยิด 5 ตัว และภายในชุมชน 4 ตัว จึงได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้แทนมัสยิดและประธานชุมชน เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข
ด้านการตรวจวัดระดับเสียงตามหลักวิชาการ สำนักงานเขตฯ ได้ตรวจวัดระดับเสียงเมื่อวันที่ 6 ก.พ. 67 เวลา 05.00 น. ผลการตรวจวัดค่าระดับการรบกวนเท่ากับ 6.3 เดซิเบลเอ และต่อมาเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 69 เวลา 04.45 น. เจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัด ณ บ้านเลขที่ 241 ซอยมัสยิดบ้านสมเด็จ 13 บริเวณห้องนอนชั้น 2 ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ร้องเรียนแจ้งว่าได้รับผลกระทบ โดยตรวจวัดในขณะที่มีการประกาศอาซานจริง ผลการตรวจวัดพบค่าระดับการรบกวน 2.3 เดซิเบลเอ ไม่เกินค่าที่กำหนดตามหลักเกณฑ์ที่ใช้บังคับ และได้แจ้งผลให้ผู้ร้องเรียนทราบแล้ว ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ถึงปัจจุบัน มีการตรวจวัดระดับเสียง 2 ครั้ง และผลการตรวจวัดทั้ง 2 ครั้งไม่เกินค่าระดับการรบกวนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 29 (พ.ศ. 2550) เรื่อง ค่าระดับเสียงรบกวน อย่างไรก็ตาม แม้ผลการตรวจวัดจะไม่เกินค่าระดับการรบกวน สำนักงานเขตฯ มิได้ยุติการติดตามปัญหา โดยยังคงประสานและขอความร่วมมือจากมัสยิดให้ควบคุมการใช้เครื่องขยายเสียง ได้แก่ ลดจำนวนลำโพง ควบคุมระดับเสียง ปรับทิศทางลำโพง และควบคุมระยะห่างระหว่างผู้พูดกับไมโครโฟน โดยเฉพาะช่วงเช้ามืดประมาณ 04.00–05.30 น. เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อประชาชน ทั้งนี้ หากปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่าการใช้เครื่องขยายเสียงเข้าข่ายเป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญ หรือฝ่าฝืนกฎหมาย สำนักงานเขตฯ จะพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ส่วนกรณีการติดตั้งลำโพงในชุมชน สำนักงานเขตฯ ได้มอบหมายให้ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลร่วมกับฝ่ายโยธาตรวจสอบเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 69 พบลำโพงรวม 9 ตัว แบ่งเป็นภายในมัสยิด 5 ตัว และภายในชุมชน 4 ตัว โดยฝ่ายโยธาพบว่าเสาที่ติดตั้งลำโพงมีความสูงไม่เกิน 10 เมตร จึงไม่เข้าข่ายเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นเป็นอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร และได้แจ้งผลการตรวจสอบให้ผู้ร้องเรียนทราบแล้ว
สำหรับข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการข่มขู่ หรือคุกคามผู้ร้องเรียน ซึ่งเป็นประเด็นด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยสำนักงานเขตฯ ได้ลงพื้นที่ร่วมกับสถานีตำรวจนครบาล (สน.) บางยี่เรือแล้ว และพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากผู้ร้องเรียนมีข้อมูลหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติม ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ล่าสุดภายหลังมีข้อร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ประสานให้สำนักงานเขตฯ เร่งรัดดำเนินการ โดยเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 69 ได้ประสานให้ตรวจสอบกรณีผู้ร้องเรียนระบุว่าได้รับผลกระทบจากการใช้เครื่องขยายเสียงในช่วงเวลา 04.00-05.30 น. สำนักงานเขตฯ จึงมีหนังสือที่ กท 5504/5359 ลงวันที่ 17 ส.ค. 69 ขอความร่วมมือสำนักอนามัย (สนอ.) ร่วมตรวจสอบเรื่องร้องเรียนดังกล่าว เพื่อให้การตรวจสอบมีความรอบด้านและหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอผลการประสานงาน สำนักงานเขตฯ ตระหนักว่ากรณีดังกล่าวมีความละเอียดอ่อน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติศาสนกิจควบคู่กับสิทธิของประชาชนในการพักผ่อนและดำรงชีวิตโดยปราศจากเหตุเดือดร้อนรำคาญ จึงจะดำเนินการโดยยึดหลักความสมดุลระหว่างสิทธิและเสรีภาพของทุกฝ่าย และข้อเท็จจริงตามหลักวิชาการและกฎหมาย
ในระยะต่อไป สำนักงานเขตฯ จะลงพื้นที่ติดตามและตรวจวัดระดับเสียงเพิ่มเติม โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผู้ร้องเรียนแจ้งว่าได้รับผลกระทบ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน พร้อมประสาน สนอ. สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร คณะทำงานมุสลิมร่วมพัฒนาเมืองระดับเขต และ สน. ในพื้นที่ เพื่อร่วมกันหารือ สร้างความเข้าใจ และกำหนดแนวทางลดผลกระทบที่เหมาะสม หากผลการตรวจสอบในภายหลังปรากฏข้อเท็จจริงว่าการใช้เครื่องขยายเสียงเข้าข่ายเป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือฝ่าฝืนกฎหมาย สำนักงานเขตฯ จะพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ มุ่งลดผลกระทบและความขัดแย้งระหว่างมัสยิดกับประชาชน และให้ทั้งสองฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม โดยจะติดตามผลการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเฝ้าระวังสถานการณ์และประสานกับมัสยิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถลดผลกระทบจากการใช้เครื่องขยายเสียง และให้ประชาชนในพื้นที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายต่อไป
