IN NEWS

ผลสำรวจ'บ้านไม่มีเลขที่'4.9แสนครัวเรือน รัฐฯรองรับระบบประกันภัยพิบัติ-เยียวยา



กรุงเทพฯ-รัฐบาลเผยผลสำรวจ “บ้านไม่มีเลขที่” รองรับระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติและการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน พบข้อมูลกว่า 4.9 แสนครัวเรือน

วันนี้ (21 กันยายน 2569) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติให้มี “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” โดยได้เห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม และกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ และอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณในการดำเนินการซื้อประกันภัยให้กับประชาชน ค่าเบี้ยประกันภัย ในวงเงินรวม 15,500,000,000 บาท เพื่อให้ความคุ้มครอง 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว แบ่งเป็น กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงิน 15,000,000,000 บาท และกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงิน 500,000,000 บาท

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รัฐบาลเดินหน้าเร่งสำรวจ “บ้านไม่มีเลขที่” จากข้อมูลของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ณ วันที่ 15 กันยายน 2569  มีการสำรวจแล้วครอบคลุมพื้นที่ 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร พบว่า เป็นบ้านที่ไม่มีบ้านเลขที่ 491,453 หลังคาเรือน และพบที่พักอาศัยที่มีบุคคลพักอาศัยอยู่จริง 82,810 หลังคาเรือน ขณะเดียวกันมีการจำหน่ายรายการบ้านแล้ว 1,377 หลังคาเรือน สะท้อนถึงความจำเป็นในการเร่งจัดทำฐานข้อมูลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพื่อให้ภาครัฐสามารถระบุได้ว่า “ใครอยู่ที่ไหน” และเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดภัยพิบัติ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการวางแผนช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยชั่วคราวหรือแรงงานที่อยู่ในพื้นที่จริง แต่ยังไม่มีข้อมูลบ้านเลขที่ในระบบ

สำหรับการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ครอบคลุมความเสียหายจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว มีวงเงินความคุ้มครองสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อภัยที่เกิดขึ้น ตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ แบ่งเป็นความเสียหายจากอุทกภัย ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 10,000 บาท และเพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาทต่อครั้ง ต่อหลังคาเรือน ส่วนความเสียหายจากวาตภัยและแผ่นดินไหว ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 5,000 บาท และเพิ่มเติมสูงสุด 95,000 บาทต่อครั้ง ต่อหลังคาเรือน สำหรับความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากทั้ง 3 ภัย 2,000,000 บาทต่อคน โดยกรมธรรม์มีผลความคุ้มครอง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 - 1 ตุลาคม 2570