LEARNING

'ประเสริฐ'เผยครม.ผ่านมาตรการคุมเข้ม อาหารกลางวัน/แจงปมสวมสิทธิกยศ.



กรุงเทพฯ-“รมว.ประเสริฐ” เผย ครม. รับทราบมาตรการคุมเข้มอาหารกลางวัน-หนุนครัวกลาง ตั้งที่ปรึกษา สอศ. พร้อมแจงปมสวมสิทธิ กยศ.

วันนี้ (22 กันยายน 2569) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงศึกษาธิการได้รายงานผลการดำเนินงานตามมาตรการป้องกันความเสี่ยงต่อการทุจริตในโครงการอาหารกลางวันนักเรียน ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่ง ครม. รับทราบแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยปรับปรุงคู่มือปฏิบัติงานโครงการอาหารกลางวัน ประจำปี พ.ศ. 2569 เพื่อให้การจัดซื้อจัดจ้างถูกต้องตามระเบียบ พร้อมสั่งการให้โรงเรียนส่งภาพถ่ายสำรับอาหารผ่านระบบ Thai School Lunch ให้ทุกฝ่ายร่วมตรวจสอบคุณภาพ ขณะเดียวกัน ศธ. ยังเดินหน้าโครงการครัวกลาง (Cloud Kitchen) บริหารจัดการอาหารกลางวันระดับตำบล ให้โรงเรียน 4–5 แห่งร่วมปรุงอาหาร ณ จุดเดียว ช่วยลดภาระงานครัวและขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างที่ซ้ำซ้อน พร้อมเชื่อมโยงกับชุมชนและ สกร. ในการจัดส่งวัตถุดิบคุณภาพ เช่น ผักและไข่ไก่ เข้าสู่ระบบ ซึ่งสอดรับกับการจัดตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาระดับตำบลที่อยู่ระหว่างยกร่างข้อบังคับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลให้รัดกุมยิ่งขึ้น

“ในส่วนของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการตรวจสอบให้สอดคล้องตามข้อทักท้วงของหน่วยงานตรวจสอบอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งเร่งพัฒนาและเสริมสร้างทักษะ (Re-skill และ Up-skill) ให้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ความเข้าใจในระเบียบแบบแผนอย่างถ่องแท้ สามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล และป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาการทุจริตในทุกขั้นตอน” รมว.ศธ.กล่าว

ที่ประชุม ครม. ยังมีมติอนุมัติแต่งตั้ง นางบัญชาลักษณ์ ลือสวัสดิ์ ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาธุรกิจและบริการ (นักวิชาการศึกษาทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อขับเคลื่อนงานวิชาการเชิงลึก การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี และการพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน

ส่วนกรณีมีกระแสข่าวการนำชื่อนักเรียนไปสวมสิทธิเบิกจ่ายเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) นั้น รมว.ศธ. ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบพบวิทยาลัยเอกชนนอกสังกัดภาครัฐเกี่ยวข้องรวม 4 แห่ง ตั้งอยู่ในจังหวัดบึงกาฬ 2 แห่ง สกลนคร 1 แห่ง และหนองบัวลำภู 1 แห่ง ไม่ใช่จังหวัดกาฬสินธุ์ตามที่มีกระแสข่าว ทั้งนี้ สอศ. ได้รายงานข้อมูลและเริ่มตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา หากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุลักษณะเดียวกันกับวิทยาลัยเอกชนในจังหวัดขอนแก่นและได้สั่งงดรับนักเรียนไปแล้ว โดย ศธ. ขอบคุณสื่อมวลชนที่ร่วมติดตามตรวจสอบ เพื่อให้เงินกองทุน กยศ. จัดสรรถึงผู้เรียนอย่างโปร่งใสและตรงตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง