LIFE STYLE
'จัมพ์โร้ป'จากกีฬาออกกำลังกาย'ลดโรค' สู่ปั้นเยาวชนไทยไปไกลถึงคว้าแชมป์โลก
กระโดดเชือก จากกีฬาเพื่อสุขภาพช่วยลดโรค ที่ขับเคลื่อนหนุนโดยมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สู่การจัดตั้งเป็นสมาคมกีฬาจัมพ์โร้ปไทย ที่มีเยาวชนแค่เพียง 20 ชีวิตได้เป็นตัวแทนไปเข้าร่วมแข่งขันในรายการระดับชาติ จนสามารถคว้าแชมป์จากการแข่งขันทั้งระดับเอเชีย และระดับโลกกลับมาให้คนไทยได้ชื่นชมมาอย่างต่อเนื่องกว่า 8 ปี แต่ทว่ากระแสกลับไร้แรงหนุนไม่มีงบจากรัฐบาลช่วยผลักดัน
“ณัชพล ตันเจริญ” อดีต ส.ส.เขต 2 ฉะเชิงเทรา นายกสมาคมกีฬาจัมพ์โร้ปไทย ได้นำทัพนักกีฬาจัมพ์โร้ป (กระโดดเชือก) ทีมชาติไทยไปคว้าแชมป์กระโดดเชือกเอเชียที่เมืองเส้าชิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในการแข่งขันเมื่อช่วงระหว่างวันที่ 30 ก.ค.- 3 ส.ค.69 ได้เล่าถึงประสบการณ์และความเป็นมาของกีฬาชนิดนี้ที่ไปได้ไกลถึงเวทีโลกว่า ในฐานะที่เป็นผู้จัดตั้งสมาคมกีฬาจัมพ์โร้ปไทย และดำรงตำแหน่งนายกสมาคมมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2561 (2018) ซึ่งเป็นปีแรกที่กีฬาจัมพ์โร้ปได้รับการรับรองให้เป็นกีฬาชนิดใหม่ (JUMP ROPE) โลก

ในขณะเดียวกันยังได้การรับรองเป็นประเภทชนิดกีฬาใหม่ของไทยด้วย ผ่านทางการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยกีฬาชนิดนี้ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 11 ปี โดยทางมูลนิธิฯ ได้จัดให้มีการจัดแข่งขันกระโดดเชือกเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและป้องกันการเกิดโรคหัวใจในเด็ก แต่ต่อมาภายหลังสมาคมฯ ได้จัดตั้งขึ้น จึงได้นำกฎกติกาที่เป็นมาตรฐานสากลในระดับนานาชาติมาช่วยต่อยอด โดยทำงานร่วมกับมูลนิธิฯ เพื่อยกระดับการแข่งขันให้น้องๆ เยาวชนสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่การเป็นนักกีฬาได้
และถือเป็นครั้งแรกที่สมาคมฯ ได้พบกับน้องแฝด น.ส.พีรญา พลับพลา (พิฌา) และ น.ส.พีรชยา พลับพลา (ชยา) ในการแข่งขันกีฬากระโดดเชือกชิงถ้วยพระราชทานประจำปี 2562 จากนั้นได้ส่งน้องเข้าร่วมในการแข่งขันชิงแชมป์ที่ประเทศจีน (China Jump Rope Open 2019) และได้เหรียญทองเหรียญแรกกลับมาในฐานะตัวแทนทีมชาติไทย ขณะที่ภายในประเทศได้มีการจัดการเเข่งขันกีฬากระโดดเชือกเป็นประจำขึ้นทุกปี รวม 3 รายการ คือ การแข่งขันกีฬากระโดดเชือกชิงถ้วยพระราชทาน (ประเภทมือใหม่) สำหรับผู้ที่เริ่มเล่นกีฬากระโดดเชือก จัดขึ้นช่วงเดือน มิ.ย.ของทุกปี

การแข่งขันกีฬากระโดดเชือกชิงถ้วยพระราชทาน (ชิงแชมป์ประเทศไทย) ซึ่งถือเป็นการแข่งขันกีฬาที่มีถ้วยพระราชทานมากที่สุดในประเทศรายการหนึ่ง และทางสมาคมฯ ใช้การเเข่งขันรายการนี้ในการเก็บคะแนน เพื่อคัดเลือกตัวแทนนักกีฬาทีมชาติด้วย การแข่งขันกีฬาจัมพ์โร้ปนานาชาติ รายการ Queen's Cup Jump Rope Thailand Open ซึ่งเป็นรายการการเเข่งขันในระดับนานาชาติ รับรองโดยสหพันธ์กีฬาจัมพ์โร้ปนานาชาติ (International Jump Rope Union) หรือ IJRU โดยมีประเทศต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วมการเเข่งขันมากกว่า 10 ประเทศกว่า 300 คนในแต่ละปี
นับได้ว่าเป็นรายการที่สร้างชื่อให้แก่ประเทศไทย และมีคนต่างชาติสนใจเข้าร่วมการแข่งขันกันมากในวงการกีฬากระโดดเชือก สำหรับการเข้าร่วมการเเข่งขันในต่างประเทศนั้น ในแต่ละปีสมาคมกีฬาจัมพ์โร้ปไทยจะส่งตัวแทนนักกีฬาจัมพ์โร้ปทีมชาติไทย เข้าร่วมการเเข่งขันปีละ 4-5 รายการ โดยสถิตินับตั้งแต่ส่งทีมไปแข่งขันไม่เคยมีครั้งใดที่ประเทศไทยจะไม่ได้เหรียญรางวัลกลับมาเลย จึงถือเป็นความสำเร็จของกีฬาประเภทนี้ ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยและภาพลักษณ์ของสมาคมได้ดีมาก

ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ก่อตั้งสมาคมฯ เรามีนักกีฬาทีมชาติไทยที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลายคน เช่น น้องแฝด พิฌา - ชยา ที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยในฐานะแชมป์โลกเมื่อปีที่แล้ว และแชมป์เอเชีย ประเภทวีลแพร์ฟรีสไตล์ในปีนี้ และยังมีน้องๆ เยาวชนอีก 5-6 คนที่กำลังเริ่มเก็บเกี่ยวประสบการณ์ โดยเป็นแชมป์ในระดับเอเชียประเภทฟรีสไตล์ เมื่อการแข่งขันกีฬากระโดดเชือกชิงแชมป์เอเชียเมื่อเดือน ก.ค.-ส.ค.69) ซึ่งเราคาดหวังไว้ค่อนข้างมาก ในการเเข่งขันกีฬาจัมพ์โร้ปชิงแชมป์เอเชีย
แต่ด้วยการเเข่งขันในครั้งนี้มีนักกีฬารุ่นใหม่ๆ ค่อนข้างมาก ทำให้เกิดความตื่นเต้นในการเเข่งขัน จึงทำให้หลายๆ รายการที่เราคาดหวังไว้หลุดจากเหรียญทองไป แต่ก็ยังได้เหรียญเงินและเหรียญทองแดงกลับมา โดยเราได้มา 3 เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง และในอีก 2 ปีข้างหน้า (2571) ไทยเราจะได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันชิงแชมป์เอเชียที่กรุงเทพ ฯ เราจึงหวังว่าเราจะสามารถคว้าเหรียญทองได้มากขึ้น และถือเป็นการเปิดโอกาสและประสบการณ์ที่ดีให้กับทัพนักกีฬาเยาวชนของไทย

แต่ก่อนที่จะถึงปี 2571 ในปีหน้าจะมีการแข่งขันรายการใหญ่ก่อน คือ การเเข่งขันกีฬาจัมพ์โร้ปชิงแชมป์โลก รายการ IJRU Jump Rope Championship 2027 ที่เมืองออสโลฟอร์ด ประเทศนอร์เวย์ โดยประเทศไทยตั้งใจจะส่งตัวแทนนักกีฬาเข้าร่วมทั้งหมด 10 คน โดยเราคาดว่าเราจะชนะในรายการแข่งขันได้เหรียญทองกลับมา เพื่อประกาศความเป็นแชมป์โลกอีกครั้ง อย่างน้อย 4 เหรียญทอง จึงอยากขอให้ทุกคนช่วยส่งกำลังใจและส่งแรงเชียร์ให้แก่ทัพนักกีฬาไทยของเราด้วย
สำหรับการฝึกซ้อมนั้นเราใช้เวลาเป็นปี ในการฝึกซ้อมเพื่อแข่งขันในรายการใหญ่ๆ โดยใช้เวลาฝึกซ้อมหลักในทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และถือเป็นความโชคดีที่การแข่งขันกีฬาจัมพ์โร้ประดับนานาชาติเริ่มมีหลายประเทศจัดขึ้น เช่น เกาหลีใต้, จีน, ญี่ปุ่น, ฮ่องกง ทำให้นักกีฬาสามารถที่จะไปทดสอบลงสนามแข่งขันก่อนรายการใหญ่จะมาถึงได้ เช่น รายการชิงแชมป์เอเชีย หรือชิงแชมป์โลก

โดยรายการแข่งขันในระดับเอเชียประเทศที่เข้าร่วมหลักๆ นั้น จะมีไทย เกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน ญี่ปุ่น อินเดีย คาซัคสถาน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ซึ่งหากถามว่าชาติไหนที่เป็นตัวเต็งนั้น คงต้องมองไปที่ประเทศจีน ในการแข่งขันประเภทสปีด (ความเร็ว) และเกาหลีใต้ที่เป็นตัวเต็งในการแข่งขันประเภทฟรีสไตล์ แต่ไทยเราเองนั้นภายในระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมาเราสามารถเบียดเจ้าภาพหลักเข้าไปชิงเหรียญทองกลับมาได้บ้างแล้ว ในบางรายการแข่งขัน
ในขณะที่การแข่งขันระดับชิงแชมป์โลกนั้น จะมีนักกีฬาจากทั้ง 6 ทวีปทั่วโลกมากถึงกว่า 1,000 คนเข้าร่วม และระดับความยากจะเพิ่มมากขึ้นไปอีก โดยในเอเชียเรานั้นจะค่อนข้างเด่นในประเภทสปีด ส่วนทางฝั่งยุโรป-อเมริกา จะเก่งในประเภทฟรีสไตล์ การที่นักกีฬาได้ออกไปแข่งขันยังต่างประเทศบ่อยๆ นั้น ช่วยในเรื่องของการพัฒนากีฬากระโดดเชือกในประเทศค่อนข้างมาก เนื่องจากได้ไปเห็นเทคนิคใหม่ๆ ที่แต่ละชาตินั้นมีการฝึกฝนที่แตกต่างกันไป เราจึงได้นำเอามาปรับใช้
ขณะรุ่นพี่ของเราก็ถ่ายทอดให้แก่รุ่นน้องที่เพิ่งเข้ามาใหม่ จึงทำให้ขณะนี้นักกีฬาของเราถือว่าสู้ได้ทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ และประเทศไทยได้กลายเป็นคู่แข่งที่มองข้ามไม่ได้เลย ในเวทีการแข่งขันในระดับนานาชาติแล้ว หากถามว่าขณะนี้มีนักกีฬาที่สนใจเล่นกีฬากระโดดเชือกมากขนาดไหน ก็คงน่าจะต้องวัดจากการแข่งขันกีฬากระโดดเชือกชิงถ้วยพระราชทานประจำปี ซึ่งปกติจะมีผู้สนใจเข้าร่วมการแข่งขันไม่น้อยกว่า 500-600 คนในแต่ละรอบ

แต่ถ้าหากเป็นนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทยในเวลานี้มีอยู่เพียงประมาณ 20 คน จึงยังถือว่าน้อยมาก เนื่องจากสมาคมกีฬาจัมพ์โร้ปไทยยังคงเป็นสมาคมกีฬาทั่วไป สังกัดการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่ยังไม่ได้สถานะเป็น “แห่งประเทศไทย” โดยสมบูรณ์ ฉะนั้นจึงยังไม่สามารถรับการจัดสรรงบประมาณ จากการกีฬาแห่งประเทศไทยหรือรับเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนากีฬาได้ ด้วยข้อจำกัดนี้จึงทำให้การดำเนินงานของสมาคมฯ ในการสนับสนุนนักกีฬา หรือทำให้กีฬาแพร่หลายมากเพิ่มขึ้น เป็นไปอย่างมีข้อจำกัดอย่างมาก
แต่ต้องขอบคุณทางมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นพาร์ทเนอร์หลักของสมาคมฯ ที่ให้ความอนุเคราะห์สนับสนุนในด้านกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการจัดการแข่งขัน จึงทำให้สมาคมฯ สามารถจัดการแข่งขันภายในประเทศ เผยแพร่กฎกติกาให้แก่ผู้ที่สนใจ จัดอบรมกีฬากระโดดเชือก รวมถึงการส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันในนามของชาติไทยได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าหากมีองค์กรใดสนใจจะสนับสนุน ทางสมาคมฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง และต้องขอขอบคุณล่วงหน้าในการที่จะมอบโอกาสดีๆ ให้แก่น้องๆ เยาวชนไทยได้มีแรงกำลังใจที่จะสู่ต่อไป ดร.ณัชพล กล่าว

พร้อมกล่าวฝากถึงคนไทยทุกคนว่า จากนี้ไปเราอยากได้แรงเชียร์จากชาวไทยทุกๆ คน เพราะน้องนักกีฬาสามารถสร้างผลงานได้ดีมาตลอด โดยเมื่อปีที่แล้วเราได้แชมป์โลกกระโดดเชือกมา และในปีนี้เราก็ยังได้แชมป์กระโดดเชือกเอเชียกลับมาด้วย รวมถึงรุ่นจูเนียร์ จึงอยากได้ทั้งกำลังใจและแรงสนับสนุนจากคนไทยทุกคน รวมถึงเยาวชนผู้ที่สนใจอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการมาเป็นตัวแทนนักกีฬาทีมชาติไทยทางสมาคมก็มีความยินดี เพราะเรายังขาดนักกีฬาเข้ามาเสริมทัพอีกจำนวนมาก ที่จะมาร่วมกันสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย
ขณะที่ทางสมาคมเองนั้นยังดำเนินกิจกรรมในนามของสมาคมเองโดยที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐบาล จึงมีอุปสรรคที่สำคัญในการผลักดันเพื่อทำให้กีฬามีความแพร่หลายมากขึ้น ซึ่งมีความแตกต่างไปจากสมาคมที่เป็นระดับแห่งประเทศไทยแล้ว ที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเข้ามาช่วยเหลือภาระกิจของสมาคม จึงอยากขอให้ทางผู้ใหญ่ทุกท่าน ได้หันมามองในส่วนของสมาคมที่ยังเป็นสมาคมทั่วไป แต่มีการสร้างผลงานทั้งในระดับประเทศหรือระดับโลกกลับมาได้มากแล้ว หากมีส่วนไหนที่จะสามารถสนับสนุนมาให้ได้ จะเป็นแรงผลักดันที่ดีในการที่จะทำให้สมาคม สามารถที่จะสร้างนักกีฬาที่มีศักยภาพและสามารถที่จะทำชื่อเสียงให้กลับมาสู่ประเทศไทยได้มากขึ้น ไม่แตกต่างไปจากสมาคมใหญ่ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากทางภาครัฐแล้ว
หากมีการรปรับเปลี่ยนในเรื่องของระเบียบและข้อกฎหมาย หรือยืดหยุ่นเพื่อให้สมาคมทั่วไปสามารถที่จะได้รับงบจัดสรรจากทางส่วนนี้ได้บ้าง รวมถึงเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนากีฬา จะเป็นกำลังใจและเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ทัพนักกีฬาไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงและทางสมาคม จะได้มีงบประมาณในการที่จะนำมาช่วยในเรื่องของการฝึกซ้อมนักกีฬา และเชื่อว่ายังมีอีกหลายสมาคมกีฬาทั่วไปที่จะสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยเราได้อย่างยอดเยี่ยม อีกหลากหลายมากขึ้น
ขณะนี้ทางสมาคมจึงยังมีข้อจำกัดส่วนหนึ่ง ในการที่จะส่งตัวนักกีฬาให้เดินทางไปแข่งขันยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในโซนพื้นที่ไกลๆ เช่น ยุโรป หรืออเมริกา เพราะจะต้องใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูงมาก และงบค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้นยังคงตกอยู่ที่สมาคมเอง ที่จะต้องจัดหามา จึงทำให้สมาคมไม่สามารถที่จะส่งนักกีฬาไปแข่งขันได้เป็นจำนวนมาก
เช่น ในปี 2570 นี้ จะมีการแข่งขันในรายการชิงแชมป์ระดับโลก ที่จะจัดขึ้นยังที่ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากกว่าการเข้าร่วมแข่งขันในโซนเอเชีย ทำให้สมาคมมีข้อจำกัดในการจัดส่งนักกีฬาไปได้เพียงประมาณ 5-6 คนเท่านั้นจากเป้าหมายอย่างน้อย 10 คน ซึ่งหากมีงบประมาณที่มากว่านี้ เรายังมีทัพนักกีฬาที่มีศักยภาพและมีความพร้อมที่จะไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศได้อีก โดยทั้งหมดนี้จะขึ้นอยู่กับตัวงบประมาณเป็นหลัก ดร.ณัชพล ระบุ

สนทะนาพร อินจันทร์/ฉะเชิงเทรา
