IN NEWS
นายกฯบินกลับเร่งบัญชาการ'แก้น้ำท่วม' กทม.อาการหนัก33เส้นทางยังจมบาดาล
นายกฯ เร่งเดินทางกลับจากอังกฤษ ปฏิบัติภารกิจบัญชาการเหตุการณ์ทันที / รัฐบาลติดตามการแก้ปัญหาน้ำท่วม กทม. อย่างใกล้ชิด แก้ปัญหาถนนสายหลัก 33 เส้นทาง เร่งประสานสถานะถนนและเตรียมเส้นทางสำรองช่วยประชาชน
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เลื่อนกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยให้เร็วขึ้น โดยจะออกเดินทางจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ในเวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น จากเดิมกำหนดออกเดินทางในเวลา 15.00 น. และจะเดินทางถึงประเทศไทยในเวลาประมาณ 08.00 น. ของวันที่ 27 กันยายน 2569 เร็วขึ้นกว่ากำหนดการเดิม ทันทีที่เดินทางถึง ปฏิบัติภารกิจบัญชาการเหตุการณ์ทันที ด้วย
ในขณะนี้ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี ที่รับผิดชอบได้ประสานหน่วยงานต่างๆ และท้องถิ่นดำเนินการเตือนภัย ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ สำหรับพื้นที่ในกทม. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้บัญชาการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วม ขณะที่ปภ. และหน่วยงานอื่น พร้อมสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์และกำลังคนเพื่อช่วยเหลือเร่งน้ำไหลระบายได้เร็วขึ้น
สำนักโฆษก และกรมประชาสัมพันธ์ สำนักข่าวไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะ ประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยว เพื่อรวบรวมข้อมูล และนำเสนอต่อประชาชนเป็นระยะประชาชนสามารถติดตามข้อมูลผ่าน NBT 2HD, NBT Connext สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด ThaiWater สามารถขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 หรือ LINE “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” ที่ @1784DDPM
กทม.น้ำท่วม ถนนสายหลัก33เส้นทางเตรียมเส้นทางสำรองช่วยประชาชน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด หลังฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนผิวการจราจรหลายพื้นที่ โดยข้อมูลช่วงเช้าพบจุดน้ำท่วมขังบนผิวการจราจร 44 จุด ขณะที่ถนนบางสายมีระดับน้ำสูงและส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน
นางสาวลลิดา กล่าวว่า จากรายงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) ได้จัดลำดับพื้นที่ที่ต้องติดตามและเร่งประสานการแก้ไขปัญหาเป็น 3 แนวหลัก ได้แก่ แนวเหนือ บริเวณวิภาวดีรังสิต–พหลโยธิน–แจ้งวัฒนะ แนวตะวันออก บริเวณลาดพร้าว–บางกะปิ–รามคำแหง–พัฒนาการ–ลาดกระบัง และแนวกลางเมือง บริเวณรัชดาภิเษก–ดินแดง–เพชรบุรีตัดใหม่ พร้อมประสานกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ สถานีตำรวจในพื้นที่ และหน่วยงานด้านคมนาคม เพื่อติดตามและยืนยันสถานะถนน โดยเฉพาะจุดที่มีน้ำท่วมสูงหรือมีการปิดและจำกัดการจราจร
สำหรับข้อมูลการจราจรล่าสุดในรายงานช่วงประมาณ 13.43–13.50 น. พบถนนสายหลักที่ต้องติดตามรวม 33 เส้นทาง แบ่งเป็นเส้นทางที่ควรหลีกเลี่ยง 29 เส้นทาง และเส้นทางระดับเฝ้าระวังหรือควรขับช้า 4 เส้นทาง โดยสถานะของแต่ละเส้นทางสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝน ระดับน้ำ และการบริหารจัดการจราจร
เส้นทางสำคัญที่อยู่ในกลุ่มหลีกเลี่ยงหรือเฝ้าระวัง ได้แก่ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนพหลโยธิน ถนนงามวงศ์วาน ถนนลาดพร้าว ถนนประเสริฐมนูกิจ ถนนนวมินทร์ ถนนรัชดาภิเษก ถนนดินแดง ถนนอโศก–ดินแดง ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ถนนราชวิถี ถนนศรีอยุธยา ถนนพระราม 1 ถนนรามคำแหง ถนนศรีนครินทร์ ถนนพัฒนาการ ถนนอ่อนนุช ถนนสุวินทวงศ์ ถนนรามอินทรา ถนนลาดกระบัง ถนนเพชรเกษม ถนนกาญจนาภิเษก ถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนเอกชัย ขณะที่ถนนเพชรบุรี ถนนสุขุมวิท มอเตอร์เวย์สาย 7 และถนนพระราม 2 อยู่ในระดับเฝ้าระวังและควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
นางสาวลลิดา ย้ำว่า การแจ้งปิดหรือจำกัดการจราจรเป็นการดำเนินการเฉพาะบางจุดหรือบางช่วง ไม่ได้หมายความว่าถนนทั้งสายไม่สามารถใช้งานได้ ขณะที่สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดตามปริมาณฝนและระดับน้ำ จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนออกเดินทาง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีน้ำท่วมสูงหรือมีประกาศจำกัดการจราจร
“รัฐบาลติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้ทุกหน่วยงานประสานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน พร้อมเตรียมเส้นทางหลักและเส้นทางสำรองสำหรับการเดินทางและการเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ ฝั่งตะวันออก และเส้นทางเชื่อมเข้าสู่ใจกลางเมือง ขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางและตรวจสอบสถานะเส้นทางก่อนออกจากบ้าน เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบจากการจราจร” นางสาวลลิดา กล่าว
ทั้งนี้ กอ.รมน.กทม. เสนอให้ติดตามสถานการณ์แบบ Real-time และปรับปรุงข้อมูลทุกครั้งที่ระดับน้ำหรือสถานะเส้นทางเปลี่ยนแปลง พร้อมจัดทำบัญชีเส้นทางหลักและเส้นทางสำรองสำหรับภารกิจช่วยเหลือประชาชน รวมถึงเตรียมชุดประสานและสนับสนุน ยานพาหนะที่เหมาะสมกับสภาพน้ำ และแผนเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากจุดเสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วหากมีความจำเป็น
