THAILAND

เขาใหญ่แตก!มวลน้ำป่าทะลักจมปราจีนฯ 4อำเภอใต้บาดาลทำถนน304เป็นคลอง



ปราจีนบุรี-วิกฤตหนัก! มวลน้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ทะลักซัดกระหน่ำ 4 อำเภอจมมิดท่วมทะลัก กบินทร์บุรี-ศรีมหาโพธิ-ประจันตคาม-นาดี อ่วมอรทัย! หัวหน้าอุทยานฯ เขาใหญ่สั่งปิดด่วน 6 จุดท่องเที่ยวเสี่ยงภัย หลังฝนถล่มทะลุ 100 มิลลิเมตร น้ำสีแดงฉานไหลเชี่ยวจัด ด้านผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีสั่งเปิดกองอำนวยการรับมือด่วน ระดมกำลังลุยอพยพชาวบ้าน-กลุ่มเปราะบางหนีน้ำวุ่น และล่าสุด เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากทะลักท่วมทางหลวงแผ่นดินสาย 304 ช่วงกบินทร์บุรีกลางดึก ส่งผลให้ชาวบ้านต้องสะดุ้งตื่นเร่งเก็บของหนีน้ำอย่างจ้าละหวั่น ด้านนายอำเภอกบินทร์บุรีระบุ มวลน้ำขยายวงกว้างเข้าท่วมครบทั้ง 14 ตำบล ชุมชนตลาดเก่า 100 ปีจมน้ำสูงมิดศีรษะ ขณะที่อำเภอประจันตคามวิกฤตไม่แพ้กัน น้ำท่วมศูนย์ราชการและตลาดสด เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้รถออฟโรดลุยน้ำลึกเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่ติดค้างตามบ้านเรือนกลางทุ่งนา

เมื่อเวลา 23.40 น. วันที่  26 กันยายน 2569  ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี  สรุปสถานการณ์อุทกภัย จ.ปราจีนบุรี หลังเกิดฝนตกหนักสะสมอย่างหนักไม่หยุดติดต่อกันในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ส่งผลให้มวลน้ำป่าสีขุ่นแดงไหลทะลักลงสู่ลำธารและน้ำตกทะลักสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลก (พื้นที่ 4 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี จ.นครนายก จ.สระบุรี และ จ.นครราชสีมา)   เปิดเผยว่า ปริมาณฝนสะสมฝั่งปราจีนบุรี โดยเฉพาะบริเวณน้ำตกตะคร้อ อ.ประจันตคาม และ  แก่งหินเพิง อ.นาดี พุ่งสูงเกิน 100 มิลลิเมตรแล้ว ถือเป็นสถานการณ์อันตรายขั้นสูงสุด จึงมีคำสั่งปิดการท่องเที่ยวจุดเก็บค่าธรรมเนียมรวม 6 จุดเป็นเวลา 2 วัน ได้แก่ 
1.    ด่านเนินหอม (จ.ปราจีนบุรี) 
2.    ด่านศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ (จ.นครราชสีมา) 
3.    น้ำตกตะคร้อ (อ.ประจันตคาม) 
4.    แก่งหินเพิง (อ.นาดี) 
5.    น้ำตกสาริกา 
6.    น้ำตกโกรกอีดก (จ.สระบุรี) 

จากกสถานการณ์ความเดือดร้อนน้ำท่วมขยายวงกว้างนี้    นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้เรียกประชุมด่วนร่วมกับ นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ หรือ "นายกอุ๊" นายก อบจ.ปราจีนบุรี (อบจ.)  เพื่อจัดตั้งกองอำนวยการ (บก.) ศูนย์ระวังภัยเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ โดยเน้นย้ำภารกิจเร่งด่วนที่สุดคือการปกป้องชีวิตประชาชน อพยพกลุ่มเปราะบาง จัดตั้งศูนย์พักพิง และสนับสนุนอาหารการกินและสาธารณสุขอย่างเต็มกำลัง 

ขณะเดียวกัน นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)  นำถุงยังชีพลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ประสบภัย ณ ชุมชนตลาดเก่า 100 ปี เทศบาลตำบลกบินทร์ รวมถึงศูนย์พักพิงชั่วคราววัดวังดินสอ และวัดวังท่าช้าง ต.วังท่าช้าง เพื่อเร่งสำรวจความเสียหายและเตรียมจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือโดยเร็ว 

ด้านนายธรรมรัฏฐ์ งามแสง นายอำเภอกบินทร์บุรี ระบุว่า มวลน้ำขยายวงกว้างเข้าท่วมครบทั้ง 14 ตำบลของอำเภอกบินทร์บุรีแล้ว โดยมวลน้ำก้อนใหญ่จาก ต.วังท่าช้าง ได้ไหลหลากลงสู่ ต.วังตะเคียน ต.บ่อทอง ต.ย่านรี และพุ่งเข้าทะลักชุมชนตลาดเก่า 100 ปี เทศบาลตำบลกบินทร์บุรี ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำช่วงล่าง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งสูงถึง 1.56 - 1.70 เมตร บางจุดระดับน้ำท่วมสูงจนมิดศีรษะ กระทบชาวบ้านกว่า 120 ครอบครัว 

แม้ระดับน้ำใน ต.วังท่าช้าง จะเริ่มลดระดับลงแล้ว แต่ยังมีชาวบ้านอีกกว่า 130–140 ครอบครัวต้องอพยพพักอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราววัดวังดินสอและวัดวังท่าช้าง เนื่องจากบ้านเรือนจมโคลนเลอะเทอะยังเข้าอยู่อาศัยไม่ได้ ส่วนการเดินทาง ทางหลวงหมายเลข 359 สัญจรได้แล้ว แต่ยังต้องระวังน้ำท่วมขังบริเวณสะพานสุขะภูมิ 

ด้าน น.ส.จุฑามาศ บัวเผื่อน นายอำเภอศรีมหาโพธิ เปิดเผยว่า พื้นที่ศรีมหาโพธิถูกน้ำท่วมขังครอบคลุมครบ 10 ตำบล โดยจุดที่หนักที่สุดคือกลุ่มหมู่บ้านจัดสรรและย่านเขตอุตสาหกรรมใน ต.ท่าตูม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ไม่เคยถูกน้ำท่วมมาก่อน ชาวบ้านตั้งตัวไม่ทัน ย้ายข้าวของหนีน้ำไม่ทันการณ์ ระดับน้ำท่วมขังสูงตั้งแต่ระดับเข่าจนถึงมากกว่า 1 เมตร ขณะที่ถนนสายหลักทั้งถนนตลาดคลองหลัง (สายใน) และถนนทางหลวงหมายเลข 304 บริเวณสะพานหนองค้า น้ำท่วมสูง รถเล็กผ่านไม่ได้ ทางอำเภอต้องเปิดหอประชุมอำเภอเป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยติดเตียงเป็นการเฉพาะ

จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด วันนี้นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีพร้อมด้วย "นายกอุ๊" (นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี(อบจ.)  นายโยธิน พงษ์อ้อ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูมนายวุฒิชัย พงษ์อ้อ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี อำเภอศรีมหาโพธิ (ส.อบจ.)นางสาว จุฑามาศ บัวเผื่อน นายอำเภอศรีมหาโพธิ    ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนตรวจพื้นที่อุทกภัย (น้ำท่วม) หมู่ที่7และ 8 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี   เพื่อสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน จากนั้นเดินทางต่อตรวจเยี่ยมมอบสิ่งของศูนย์พักพิงจังหวัดปราจีนบุรี  วัดวังท่าช้าง หมู่ที่ 3  อำเภอกบินทร์บุรี    ศูนย์พักพิงช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมจังหวัดปราจีนบุรี (วัดวังดินสอ ตำบลวังท่าช้าง)

ท่ามกลางความเดือดร้อน ยังมีน้ำใจจากภาคเอกชน โดย นายณัฐพงษ์ ใช้เทียมวงศ์ (เสี่ยเต้นท์รถท็อปรถสวย สาขา 2 คลองรั้ง) ได้ร่วมกับกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู นำเรือพายขนถุงยังชีพ 150 ชุด พร้อมแจกเงินสดครอบครัวละ 500 บาท ลุยน้ำลึกแจกจ่ายช่วยเหลือชาวบ้านบ้านทับญวน ต.กรอกสมบูรณ์ และบ้านวังทะลุ ถึงหัวบันไดบ้านเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน 

ขณะที่ จ่าเอกไพรัตน์ อินทร์ปัญญา นายอำเภอประจันตคาม เปิดเผยสถานการณ์สุดวิกฤตว่า อำเภอประจันตคามเป็นพื้นที่มีน้ำตกมากที่สุดในประเทศ  เผชิญน้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 30 ถึง 40 ปี! มวลน้ำป่าจากเขาใหญ่ทะลักท่วม 4 ตำบลหลัก ได้แก่ ต.โพธิ์งาม, ต.คำแก้ว, ต.บุฝ้าย และ ต.ตะโนด โดยเฉพาะพื้นที่ หมู่ 3 ต.บุฝ้าย มวลน้ำป่าไหลเชี่ยวทะลักซัดบ้านเรือนเสียหายยกหมู่บ้าน จากเดิมเคยท่วมแค่ 8 หลังคาเรือน แต่ระลอกนี้จมมิดครบทุกหลังคาเรือน! 

ขณะนี้ปริมาณน้ำตอนบนยังคงสูงและไหลเชี่ยวอย่างมาก คาดว่ามวลน้ำก้อนใหญ่จะทะลักลงมาถึงตัวอำเภอประจันตคามในวันพรุ่งนี้ ( 27 ก.ย.)   ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ตรึงกำลังในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่

วิกฤตหนัก!น้ำป่าทะลักท่วมถนนสาย304กลางดึก

และช่วงเวลา 02.00 น. วันที่ 27 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี   ได้รับแจ้งเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากจากพื้นที่ตำบลวังท่าช้าง ไหลทะลักเข้าท่วมทางหลวงแผ่นดินสาย 304 (เส้นทางเชื่อมภาคตะวันออก-นิคมอุตสาหกรรม/ท่าเรือแหลมฉบัง มุ่งหน้าภาคอีสาน และจังหวัดสระแก้ว) บริเวณบ้านนางเลง ตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ประชาชนในพื้นที่ต้องตื่นขึ้นมาขนย้ายสิ่งของหนีน้ำกลางดึก เนื่องจากน้ำจากแควพระปรงได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมผิวจราจรอย่างรวดเร็วต่อเนื่องมาจากเขตเทศบาลตำบลกบินทร์บุรี

นายสถิต ต้นอาจ ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า มวลน้ำเริ่มเอ่อทะลักขึ้นมาท่วมบนถนนบริเวณบ้านนางเลงตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. และระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นทางยาว และอาจเสี่ยงต่อการต้องปิดการสัญจรทั้งฝั่งมุ่งหน้าจังหวัดนครราชสีมาและฝั่งมุ่งหน้าจังหวัดฉะเชิงเทรา หากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอีก

นายธรรมรัฏฐ์ งามแสง นายอำเภอกบินทร์บุรี เปิดเผยถึงภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยผ่านทางโทรศัพท์ว่า ขณะนี้มวลน้ำได้ขยายวงกว้างเข้าท่วมพื้นที่ครบทั้ง 14 ตำบลของอำเภอกบินทร์บุรีแล้ว โดยมวลน้ำก้อนใหญ่จากตำบลวังท่าช้างได้หลากลงสู่ตำบลวังตะเคียน ตำบลบ่อทอง ตำบลย่านรี และพุ่งเข้าทะลักชุมชนตลาดเก่า 100 ปี เทศบาลตำบลกบินทร์บุรี ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำช่วงล่าง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งสูงถึง 1.56 – 1.70 เมตร โดยบางจุดระดับน้ำท่วมสูงจนมิดศีรษะ กระทบประชาชนในชุมชนตลาดเก่ากว่า 120 ครอบครัว 

นายอำเภอกบินทร์บุรี ระบุเพิ่มเติมว่า แม้ระดับน้ำในพื้นที่ต้นน้ำอย่างตำบลวังท่าช้างจะเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังมีประชาชนอีกกว่า 130–140 ครอบครัวที่ยังคงต้องพักอาศัย ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราววัดวังดินสอและวัดวังท่าช้าง เนื่องจากบ้านเรือนถูกดินโคลนทับถมจนยังไม่สามารถกลับเข้าอยู่อาศัยได้ ส่วนเส้นทาง ทางหลวงหมายเลข 359 เริ่มกลับมาสัญจรได้แล้ว แต่ยังต้องระมัดระวังน้ำท่วมขังบริเวณสะพานสุขะภูมิ 

เวลา 08.20 น.ได้รับแจ้งในพื้นที่อำเภอประจันตคาม สถานการณ์น้ำท่วมได้ขยายวงกว้างเข้าท่วมเขตเศรษฐกิจและศูนย์ราชการสำคัญ นายอัมรินทร์ เรือนศรี กำนันตำบลหนองแสง ในฐานะประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดปราจีนบุรี และหัวหน้ากู้ภัยร่วมกตัญญู จังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยผ่านทางโทรศัพท์ว่า มวลน้ำได้ทะลักเข้าท่วมตลาดสดเทศบาลตำบลประจันตคาม ระดับน้ำสูงประมาณ 40–50 เซนติเมตร (ระดับหัวเข่า) ส่วนบริเวณ รพ.ประจันตคาม(บางส่วน)  ที่ว่าการอำเภอประจันตคามมีน้ำท่วมสูงครึ่งหัวเข่า และบริเวณบ้านพักนายอำเภอมีระดับน้ำท่วมสูงเกือบถึงเอว 

นอกจากนี้ น้ำยังหลากเข้าท่วมชุมชนท่าน้ำ บริเวณศาลเจ้า และวัดศรีประจันตคาม ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในบริเวณดังกล่าวถูกน้ำท่วมทั้งหมด เฉลี่ยประมาณ 50 เซนติเมตร ทางเทศบาลได้ประกาศแจ้งเตือนให้พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนเร่งยกสิ่งของขึ้นที่สูง เนื่องจากในพื้นที่ยังคงมีฝนตกโปรยปรายอย่างต่อเนื่อง 

นายอัมรินทร์ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญูได้สนธิกำลังปฏิบัติหน้าที่ต่อเนื่องตลอด 2 วัน 2 คืน จากพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรีจนถึงอำเภอประจันตคาม สำหรับภารกิจเร่งด่วนในขณะนี้ คือการนำรถออฟโรดขับฝ่าน้ำลึกเข้าไปช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ติดค้างอยู่ตามบ้านเรือนประมาณ 4–5 หลังคาเรือน บริเวณกลางทุ่งนาพื้นที่รอยต่อระหว่างตำบลหนองแสงและตำบลประจันตคาม ซึ่งมีระดับน้ำลึกจนยานพาหนะปกติไม่สามารถเข้า-ออกได้ 

ล่าสุดในตลาดเทศบาลตำบลประจันตคามรถขนาดเล็กเข้าไม่ได้แล้ว   ในถนนสายหลักเส้นสุวรรณศร (ประจันตคาม – ปราจีนบุรี) หรือสาย 33  ตั้งแต่ช่วงห้วยขื่อรถขนาดเล็กระยะประมาณ 100 เมตรเศษ  ผ่านไม่ได้แล้ว

มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ/ปราจีนบุรี