GLOBAL C

ทุเรียนไทยเจอโจทย์ใหม่ในตลาดจีนเมื่อคู่แข่งอาเซียนเพิ่มขึ้น



ตลาดทุเรียนจีนไม่ได้มีแค่ทุเรียนไทยอีกต่อไป เมื่อจีนเปิดตลาดให้ทุเรียนจากหลายประเทศในอาเซียนมากขึ้น ทั้งเวียดนาม มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ผู้บริโภคจีนจึงมีตัวเลือกมากขึ้น ทั้งเรื่องราคา สายพันธุ์ และช่วงเวลาที่ทุเรียนออกสู่ตลาด

ปี 2025 จีนนำเข้าทุเรียนสดประมาณ 1.87 ล้านตัน มูลค่าราว 7,490 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.4 แสนล้านบาท) ไทยยังเป็นแหล่งนำเข้าสำคัญ แต่กำลังเจอคู่แข่งที่เข้ามาเร็วขึ้นและมีจุดขายต่างกัน

เวียดนามได้เปรียบเรื่องระยะทางและต้นทุนขนส่ง ส่วนมาเลเซียเลือกจับตลาดบนด้วยทุเรียนมูซังคิงและหนามดำ เน้นทุเรียนสุกคาต้น รวมถึงระบบตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งกำลังกลายเป็นอีกปัจจัยที่ผู้ซื้อจีนให้ความสำคัญ

ขณะที่การขนส่งก็สะดวกและรวดเร็วขึ้น ล่าสุดมีการขนส่งทุเรียนทางน้ำจากเชียงแสนไปยังท่าเรือกวนเหล่ยในมณฑลยูนนาน ใช้เวลาประมาณ 26 ชั่วโมง ช่วยลดทั้งเวลาและต้นทุนในการนำทุเรียนเข้าสู่จีน

เมื่อทุเรียนมีมากขึ้น ราคาก็ถูกกดลงตามไปด้วย ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ราคาทุเรียนในตลาดจีนบางช่วงลดลงเกือบ 30% จากปีก่อน สำหรับผู้ส่งออก นั่นหมายความว่าเกมที่แข่งกันด้วยปริมาณและราคาจะยิ่งเล่นยากขึ้น
แต่ตลาดอีกด้านกำลังโตขึ้น นั่นคือการนำทุเรียนไปทำผลิตภัณฑ์แปรรูป

ในงานมหกรรมจีน–อาเซียน หรือ CAEXPO ครั้งที่ 23 ที่นครหนานหนิง ระหว่างวันที่ 17–21 กันยายน 2026 มีผลิตภัณฑ์จากทุเรียนหลากหลายที่ผู้ประกอบการประเทศต่าง ๆ นำมาจัดแสดง เช่น ทุเรียนแช่แข็ง ไอศกรีมมูซังคิง กาแฟทุเรียน ช็อกโกแลตทุเรียน ชานมทุเรียน และชีสเค้กทุเรียน

แทนที่จะขายทุเรียนเป็นลูก ผู้ประกอบการกำลังพยายามขายทุเรียนในรูปแบบที่กินง่ายขึ้น เก็บได้นานขึ้น และขายได้ตลอดปี

ผู้ประกอบการไทยก็เริ่มขยับในทิศทางนี้ บริษัทไทยรายหนึ่งนำทุเรียนแช่แข็งแบบแกะเมล็ดไปจัดแสดงในงาน CAEXPO เป็นครั้งแรก และมีผู้ค้าจีนมากกว่า 20 รายเข้ามาหารือเรื่องความร่วมมือ

ฝั่งผู้บริโภคจีนเองก็ไม่ได้ต้องการซื้อทุเรียนทั้งลูกเสมอไป ร้านค้าปลีกบางแห่งเริ่มขายเนื้อทุเรียนบรรจุกล่องขนาดเล็ก ราคา 30–60 หยวน (145–290 บาท) เหมาะกับคนที่อยากกินในปริมาณไม่มาก หรือคนที่อยู่คนเดียว
ทุเรียนที่ลูกไม่สวยพอสำหรับขายเป็นผลสด แต่เนื้อยังมีคุณภาพ ไม่จำเป็นต้องถูกขายในราคาต่ำเสมอไป สามารถนำไปแปรรูปเป็นไอศกรีม ช็อกโกแลต กาแฟ ขนมอบ หรือของหวานแช่แข็งได้

การแปรรูปยังช่วยแก้ข้อจำกัดสำคัญของทุเรียนสด ทั้งเรื่องอายุสินค้า ความเสียหายระหว่างขนส่ง และผลผลิตที่กระจุกตัวตามฤดูกาล

สำหรับทุเรียนไทย เรื่องนี้จึงมีความหมายมากกว่าการเพิ่มรายการสินค้าใหม่ เพราะเมื่อเวียดนามแข่งได้ด้วยต้นทุนและระยะทาง ขณะที่มาเลเซียมีภาพของทุเรียนพรีเมียม ไทยจำเป็นต้องตอบให้ได้ว่า จุดขายของทุเรียนไทยในตลาดจีนต่อจากนี้คืออะไร

นอกจากการขายผลทุเรียนสดเป็นตลาดหลัก ผู้ประกอบการทุเรียนไทยอาจต้องต่อยอดนำทุเรียนไปทำเป็นผลิตทุเรียนแช่แข็ง ขนม เครื่องดื่ม ของหวาน และสินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าสูงขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการไทย สิ่งที่ต้องคิดต่อคือ จะทำอย่างไรให้ทุเรียนหนึ่งลูกสร้างมูลค่าได้มากกว่าเดิม ตั้งแต่ผลสด ทุเรียนแช่แข็ง ไปจนถึงสินค้าแปรรูปที่ขายได้ตลอดทั้งปี

เมื่อผู้บริโภคจีนมีทุเรียนจากหลายประเทศให้เลือกมากขึ้น การรักษาตลาดของทุเรียนไทยจึงต้องอาศัยมากกว่าการเพิ่มปริมาณส่งออก ทั้งการรักษาคุณภาพ สร้างความแตกต่าง และเพิ่มมูลค่าผ่านการแปรรูป เพื่อให้ทุเรียนไทยยังสามารถแข่งขันได้ในตลาดจีนที่มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บทความ : ประวีณมัย บ่ายคล้อย
ภาพ : CGTN