BANGKOK

กทม.ยกระดับมาตรการป้องกันโรคNCDs เปิดสายด่วนสุขภาพHOTLINE 1646



กรุงเทพฯ-กทม. ยกระดับมาตรการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) พร้อมเปิดสายด่วนสุขภาพ HOTLINE 1646 – จัดออกกำลังกาย ณ ศูนย์ผู้สูงอายุ กทม. สวนลุมพินี

นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถึงมาตรการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการดำเนินงานด้านการคัดกรองและเฝ้าระวังโรค NCDs ให้แก่ประชาชนของ กทม. ว่า สนพ. ให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มโรค NCDs และโรคเมแทบอลิซึม โดยขับเคลื่อนมาตรการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ Health Literacy รณรงค์สร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพผ่านช่องทางสื่อสารต่าง ๆ เน้นหลักการบริโภคอาหารตามหลัก “อ่อนหวาน ลดเค็ม ลดมัน” และการปรับพฤติกรรมลดหวานมันเค็มในระดับชุมชน การดูแลแบบบูรณาการผ่านศูนย์ UMSC (Urban Medicine Service Center) ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพเวชศาสตร์เขตเมืองของโรงพยาบาลในสังกัด กทม. ให้บริการคำปรึกษาแบบครบวงจร พบแพทย์ออนไลน์ ตอบปัญหา ดูแลรักษาสุขภาพ การให้บริการ เจ็บป่วยฉุกเฉิน พร้อมสร้างเสริมสุขภาพที่ BKK Wellness Clinic ในโรงพยาบาลสังกัด กทม. ตรวจสุขภาพฟรี มีบริการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีนตามความเสี่ยง โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพผ่านเว็บไซต์สำนักการแพทย์ และเพจเฟซบุ๊ก  สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร หรือปรึกษาเรื่องสุขภาพโทร HOTLINE 1646 สายด่วนสุขภาพ สนพ. ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน ยังได้ดำเนินการคัดกรองเชิงรับและเชิงรุกอย่างเข้มข้นร่วมกับสำนักอนามัยและเครือข่ายสาธารณสุข กทม. สานต่อจาก “คาราวานตรวจสุขภาพฟรี 1 ล้านคน” สู่ “กรุงเทพฯ ตรวจสุขภาพฟรี ครั้งที่ 2”  ในพื้นที่ชุมชน ตลาด สถานประกอบการ และจุดสำคัญทั่วกรุงเทพฯ เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด และวัดรอบเอว (ภาวะอ้วนลงพุง) โดยเชื่อมโยงระบบข้อมูลและการดูแลรักษา ผู้ที่พบความเสี่ยงหรือป่วยในระยะเริ่มต้นจะได้รับการส่งต่อเข้าระบบการดูแลของโรงพยาบาลในสังกัด กทม. และศูนย์บริการสาธารณสุขทันที พร้อมทั้งจัดทำระบบฐานข้อมูลเฝ้าระวังสุขภาพดิจิทัลเพื่อติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สนพ. มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยมีกิจกรรมทางกาย (Physical Activity) ที่เพียงพอและปลอดภัย โดยการจัดกิจกรรม “วิ่งล้อมเมือง ครั้งที่ 2” ส่งเสริมการออกกำลังกายเชิงพื้นที่ ร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง ออกกำลังกายในสวนสาธารณะของ กทม. และการใช้พื้นที่ลานกีฬาชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ การให้ความรู้ด้านการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย จัดบุคลากรทางการแพทย์และนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ให้คำแนะนำการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มวัย (Prescription Exercise) โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เพื่อป้องกันอันตรายต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

ด้าน นางดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย (สนอ.) กทม. กล่าวด้วยว่า หน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ของ สนอ. ภายใต้โครงการกรุงเทพฯ ห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ ยังมีคาราวานตรวจสุขภาพต่าง ๆ รวมถึงคลินิกลดน้ำหนัก ให้คำปรึกษาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ด้าน 3 อ. คือ อาหาร อารมณ์ ออกกำลังกาย เพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม มีสหวิชาชีพร่วมให้คำปรึกษา ได้แก่ นักโภชนาการ

นักจิตวิทยา และนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ประกอบกับกองสร้างเสริมสุขภาพยังดำเนินกิจกรรมตรวจวัดองค์ประกอบร่างกายให้กับผู้สนใจ เพื่อให้ทราบสัดส่วนของกล้ามเนื้อ ไขมัน และน้ำในร่างกาย และให้คำแนะนำ ในการออกกำลังกายหรือรับประทานอาหารเพื่อให้กล้ามเนื้อ ไขมัน อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม พร้อมทั้งยังมีหน่วยงานนำร่องดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพข้าราชการและบุคลากรในสังกัดภายใต้โครงการ Happy Workplace ของสำนักงาน ก.ก. อีกด้วย เน้นให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจประเมินและคัดกรองภาวะสุขภาพตั้งแต่อายุ 15 ปี มีรายการตรวจสุขภาพต่าง ๆ ทั้งระดับน้ำตาลในเลือด ระดับไขมันในเลือด การทำงานของตับ การทำงานของไต ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การตรวจเอกซเรย์ปอด การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยมีจุดมุ่งหมายให้ประชาชนทราบสภาวะสุขภาพของตน และหากพบความเสี่ยงสามารถป้องกันการเกิดโรคได้อย่างทันท่วงที โดยบริการมีทั้งเชิงรับในศูนย์บริการสาธารณสุขและโรงพยาบาลสังกัด สนพ. ภายใต้ชื่อ BKK Wellness Clinic และเชิงรุก ณ หน่วยตรวจสุขภาพ รวมถึง สนอ. ยังมีโครงการชุมชนร่วมใจ ห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่พัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขให้มีความรู้ความสามารถในการคัดกรองความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในชุมชนของศูนย์บริการสาธารณสุข ปัจจุบันดำเนินกิจกรรมไปแล้วว่า 207 ชุมชน และเสริมพลังให้ชุมชนสามารถดำเนินกิจกรรมป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังผ่านการเขียนโครงการขอเงินงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพของสำนักงานเขต ตลอดจนการคัดกรองภาวะสุขภาพของประชาชนผ่านการสำรวจภาวะสุขภาพในชุมชน (Health Survey) เพื่อให้ทราบภาวะความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ความรับผิดชอบของศูนย์บริการสาธารณสุข และจัดบริการเยี่ยมบ้านได้อย่างเหมาะสม หากพบเป็นผู้มีความเสี่ยงด้านสุขภาพ

สำหรับหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ของสำนักอนามัย ในโครงการ “กรุงเทพฯ ห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ” กำหนดการจัดหน่วยคาราวานตรวจสุขภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จำนวน 50 ครั้ง ครอบคลุมพื้นที่ 50 เขตของ กทม. เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคได้อย่างทั่วถึง โดยจะมีให้บริการตรวจประเมินสุขภาพและสมรรถภาพทางกายที่สำคัญ อาทิ การวัดองค์ประกอบร่างกาย ได้แก่ มวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน และไขมันในช่องท้อง รวมถึงการประเมินสมรรถภาพทางกาย เช่น การทดสอบแรงบีบมือ พร้อมทั้งให้คำแนะนำและสาธิตการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ทั้งการออกกำลังกายแบบแอโรบิก การออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน การยืดเหยียด และการฝึกการทรงตัว โดยนำผลการตรวจวัดองค์ประกอบร่างกายและข้อมูลสุขภาพของแต่ละบุคคลมาใช้ประกอบการให้คำแนะนำ เพื่อส่งเสริมการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ควบคุมปริมาณไขมัน และพัฒนาสมรรถภาพทางกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม รวมถึงจัดทำและเผยแพร่สื่อความรู้ด้านการออกกำลังกายในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำความรู้และแนวทางที่ได้รับไปปรับใช้และปฏิบัติได้ด้วยตนเองอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ได้จัดให้มีการส่งเสริมการออกกำลังกายในกลุ่มผู้สูงอายุในศูนย์ผู้สูงอายุกรุงเทพมหานคร สวนลุมพินี มีกิจกรรมทั้งการออกกำลังกายและการฝึกสมองเพื่อป้องกันภาวะหลงลืม เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00 – 15.00 น. ในวันราชการ และเวลา 05.00 – 11.00 น. ในวันหยุดราชการ