MOTORING

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยเดินหน้าช่วย ผู้ประสบอุทกภัยใน11จว.กว่า3.5ล้าน



(กรุงเทพฯ-1 ตุลาคม 2569) กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย และเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ เดินหน้าส่งมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการอยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกช่วงเวลาวิกฤต

จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องจนส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายจังหวัด กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยได้อนุมัติงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน 11 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครนายก ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ระยอง สระแก้ว พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี ราชบุรี กาญจนบุรี และนครปฐม รวมมูลค่าความช่วยเหลือทั้งสิ้น 3.5 ล้านบาท โดยจัดเตรียม ถุงยังชีพจำนวน 7,000 ถุง เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ต่าง ๆ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเครือข่ายผู้จำหน่ายฮอนด้าในแต่ละจังหวัด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อกำลังใจให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง

นอกจากการสนับสนุนด้านสิ่งของจำเป็นแล้ว กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทยยังได้จัดเตรียมมาตรการช่วยเหลือลูกค้าฮอนด้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและอำนวยความสะดวกในการฟื้นฟูสภาพยานพาหนะให้กลับมาพร้อมใช้งานได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

สำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า ฮอนด้ามอบส่วนลดค่าอะไหล่ 30% สำหรับรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โดยสามารถนำรถเข้ารับบริการตรวจเช็กและซ่อมแซมได้ที่ศูนย์บริการฮอนด้าที่เข้าร่วมโครงการในพื้นที่ประสบภัย ภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

ขณะเดียวกัน ลูกค้ารถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี พร้อมรับบริการเปลี่ยนอะไหล่และบำรุงรักษาเบื้องต้นตามรายการที่กำหนด ณ จุดบริการช่วยเหลือพิเศษที่ฮอนด้าจัดเตรียมไว้ เพื่อช่วยให้รถจักรยานยนต์กลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย

กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยยังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบความช่วยเหลือและกำลังใจให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน เพื่อให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตและกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างปกติอีกครั้งอย่างยั่งยืน