LEARNING
‘มธ.’ตั้งเป้าบัณฑิตมีงานทำ100%ปรับ หลักสูตร‘เน้นทำงานจริง’เปิด‘Credit bank’
กรุงเทพฯ-“ม.ธรรมศาสตร์” ประกาศทิศทางผลิตนักศึกษาตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ตั้งเป้าบัณฑิต “มีงานทำ 100%” เดินหน้าพัฒนาทักษะสำคัญแห่งอนาคต – ปรับหลักสูตรใหญ่เพิ่มสัดส่วน “ฝึกประสบการณ์จริงในภาคธุรกิจ” รวมถึงเตรียมเปิด “ระบบคลังหน่วยกิต” เอื้อเรียนจบไวขึ้น พร้อมเชิญชวนทุกคนมาร่วมงาน “Thammasat Open House 2026”
เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2569 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงาน “Thammasat Open House 2026: Press Conference” ภายใต้แนวคิด “Thammasat Next Level for 2070+ : Learn Live Link” เพื่อประกาศทิศทางของการผลิตบัณฑิตของ มธ. ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ทั้งหลักสูตรใหม่ วิชาที่เท่าทันกับยุคสมัย กลไกการเรียนข้ามคณะ ตลอดจนระบบรับรองทักษะจากคอร์สระยะสั้น (Micro-credentials) และคลังหน่วยกิต (Credit bank) ที่กำลังจะเปิดตัวในปี 2570 นี้ พร้อมเผยกิจกรรมภายในงาน Thammasat Open House 2026
ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของธรรมศาสตร์ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป คือ การทำให้บัณฑิตที่จบการศึกษาไปมีงานทำ 100% ท่ามกลางโลกที่มีความเปลี่ยนอย่างรวดเร็วจากการเข้ามาของเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงาน และอาจทำให้ตำแหน่งงานหายไปหลายล้านตำแหน่ง
ดังนั้น มธ. จึงมุ่งเน้นสร้างบัณฑิตที่มีทักษะแห่งอนาคต หรือ IMPACT ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถในการปฏิสัมพันธ์ได้อย่างหลากหลายพร้อมทำงานรวมกับคนทุกช่วงวัย (Interpersonal Skills) ความพร้อมทั้งด้านกายและใจ (Mindful Self-Development) การคิดวิเคราะห์ และการคิดสร้างสรรค์ (Progressive thinking) ความยืดหยุ่นที่พร้อมจะเผชิญกับความท้าทายและความล้มเหลว (Agility) การใช้เทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Competencies in Technologies) และความเป็นพลเมืองโลก และความรู้เท่าทันทางด้านการเงิน (Thrives in Global Citizenship and Financial Literacy)
“ความรู้เป็นสิ่งที่มีวันหมดอายุ แต่สมรรถนะแห่งอนาคตเหล่านี้ คือ สิ่งที่ติดตัวไปตลอดชีวิต และเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน โดยจะช่วยให้นักศึกษาสามารถนำไปปรับใช้ได้ทั้งในการทำงาน และการดำรงชีวิตต่อไปในอนาคต ด้วยเหตุนี้ มธ. จึงพยายามบ่มเพาะทักษะสมรรถนะเหล่านี้ให้กับบัณฑิตทุกคน” ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ นอกจากการพัฒนาสมรรถนะของนักศึกษาแล้ว ในปี 2570 นี้ มธ. จะมีการปรับหลักสูตรครั้งใหญ่ โดยจะทำให้เกือบทุกหลักสูตรระดับปริญญาตรีกว่า 290 หลักสูตร มีการเพิ่มสัดส่วนหน่วยกิตที่เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Experiential Learning) ให้มากขึ้น จากเดิมที่กำหนดไว้อยู่ที่ 3 หน่วยกิต จะเพิ่มเป็น 6 หน่วยกิต หรือบางหลักสูตรอาจเพิ่มไปถึง 12 หน่วยกิต ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้นักศึกษามีงานทำได้ง่ายขึ้น เพราะ ทางภาคธุรกิจเอกชนที่นักศึกษาเคยไปฝึกประสบการณ์อาจมีการตอบรับให้นักศึกษาได้เข้าทำงานเลย
ศ. ดร.ศุภสวัสดิ์ กล่าวต่อไปว่า ไม่เพียงเท่านั้น ในปี 2570 มธ. จะมีเปิดตัวระบบคลังหน่วยกิตอย่างเป็นทางการด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลภายนอก อย่างนักเรียนมัธยมศึกษา หรือผู้ที่สนใจ สามารถลงเรียนบางรายวิชาของธรรมศาสตร์ได้ทั้งในรูปแบบ E-Learning และออนไซต์ เพื่อเก็บสะสมเป็นหน่วยกิต และหากในอนาคตสนใจจะเข้ามาศึกษาที่ มธ. ไม่ว่าจะในระดับปริญญาตรี หรือปริญญาโท ก็จะสามารถนำหน่วยกิตเหล่านั้นมาใช้เทียบโอนได้ เพื่อให้สามารถจบการศึกษาได้รวดเร็วขึ้น เช่น หากบางคนออกแบบการเรียนได้ดีอาจสามารถจบการศึกษาทั้งปริญญาตรี และปริญญาโทได้ภายในเวลา 3 - 5 ปี
รศ. ดร.ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า มธ. จะเป็นพื้นที่ของโอกาสสำหรับทุกๆ คน ในการมาค้นหาตัวเอง พร้อมกับการสร้างความพร้อมให้กับนักศึกษาในทุกๆ ด้านก่อนจะก้าวไปสู่โลกของการทำงาน โดยช่วงที่ผ่านมา มธ. มีการพลิกโฉมหลักสูตรค่อนข้างมาก ผ่านการเชิญภาคธุรกิจเอกชนมาร่วมพัฒนาหลักสูตร รวมถึงวิชาการศึกษาทั่วไป เช่น หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพและการชะลอวัย ที่ได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เป็นอาทิ ซึ่งรายวิชาเหล่านี้ทางผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนจะมาร่วมสอน และที่สำคัญคือ ร่วมรับนักศึกษาไปฝึกประสบการณ์ต่อด้วย
“ธรรมศาสตร์ได้ร่วมกับภาคธุรกิจในการพัฒนารายวิชาการศึกษาทั่วไปเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เช่น รายวิชาเกี่ยวกับความรู้เท่าทันทางด้านการเงินและการลงทุนที่เป็นอีกทักษะสำคัญในปัจจุบัน ก็ได้ร่วมมือกับ บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) หรือแม้กระทั่ง ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) แสนสิริ โดยวิชาเหล่านี้ไม่ได้บังคับว่าต้องเรียน แต่ทุกคนสามารถเลือกเรียนตามความต้องการของทุกคนได้” รศ. ดร.ดำรงค์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเรียนข้ามศาสตร์ในรายวิชาของคณะอื่นๆ ได้ ด้วย เช่น เลือกเข้าเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ ก็ไม่ใช่แค่จะมีเฉพาะวิชาด้านรัฐศาสตร์ให้ได้เลือกเรียน แต่นักศึกษาสามารถข้ามไปเรียนวิชาที่สนใจอื่นๆ อย่างด้านนิติศาสตร์ หรือด้านเภสัชศาสตร์ก็สามารถทำได้ โดยนักศึกษาสามารถออกแบบการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้เลย
ส่วนในด้านกิจกรรม มธ. ก็มีการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ทำกิจกรรมอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการออกกำลังกาย ด้านการพัฒนาทักษะเฉพาะอย่างการเป็นพิธีกร การฝึกพูดในที่สาธารณะ และนอกจากกิจกรรมที่ประชาคมธรรมศาสตร์จัดขึ้นเองแล้ว ยังมีการร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชน ในการนำโจทย์จริงจากภาคธุรกิจมาให้นักศึกษาได้ร่วมกันคิด และร่วมลงมือทำเป็นกลุ่ม ซึ่งบางครั้งก็นำไปสู่การเกิดผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
“ตอนนี้การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดเฉพาะในห้องเรียน และจำกัดอยู่แค่เฉพาะกับอาจารย์เท่านั้น แต่อยู่ที่พี่ๆ ผู้รู้ หรือผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจเอกชน ฉะนั้น ปัจจุบันจึงเรียกได้ว่าพื้นที่ของธรรมศาสตร์เป็น Sandbox ให้น้องๆ ได้มาทดลอง ทำผิดไม่เป็นไร ล้มเหลวไม่เป็นไร เพราะนั่นก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสในการเรียนรู้” รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุ
รศ. นพ.พฤหัส ต่ออุดม รองอธิการบดีฝ่ายบริหารศูนย์พัทยาและสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงไฮไลท์สำคัญของงาน Thammasat Open House 2026 ว่า สำหรับงาน Open House ในปีนี้ ธรรมศาสตร์ จะมีการจัดงานหลัก 2 แห่ง คือ มธ. ศูนย์รังสิต และ มธ. ศูนย์พัทยา โดยแต่ละศูนย์จะมีกิจกรรมและจุดเน้นในเชิงรายละเอียดแตกต่างกัน โดยในส่วนงานที่ มธ. ศูนย์รังสิต จะมีการเปิดให้นักเรียนได้เข้ามาเยี่ยมชมได้ทุกคณะ และทุกสถานที่ ใน มธ. ว่ามีบรรยากาศการเรียนรู้ และการใช้ชีวิตภายในมหาวิทยาลัยอย่างไร เช่น หอพัก ห้องสมุด ลานกิจกรรม ฯลฯ
รวมถึงจะมีการจัดกิจกรรมจำนวนมาก ทั้งการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เข้ามาทดลองเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริงในแต่ละคณะ กิจกรรมชมรมต่างๆ การแสดงดนตรี และที่สำคัญจะมีกิจกรรมพิเศษที่ มธ. ได้ร่วมกับภาคธุรกิจเอกชน ในการเปิดให้ผู้เข้าร่วมงานได้เสนอแนวคิด หรือโครงการ สินค้า หรือโมเดลทางธุรกิจ โดยจะมีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคธุรกิจ มาร่วมให้ข้อคิดเห็น และข้อมูลความรู้ พร้อมกับจะมีการออกใบรับรองเป็นประกาศนียบัตรให้นักเรียนนำไปใช้เป็นพอร์ตโฟลิโอสำหรับยื่นเพื่อสมัครเข้าเรียนต่อได้ด้วย
ขณะที่ มธ. ศูนย์พัทยา จะมีกิจกรรมพิเศษในสายวิศวกรรมศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมถึงในสายสุขศาสตร์ โดยจะมีการเปิดให้ได้เยี่ยมชมห้องผ่าตัด รวมถึงเครื่องมือเทคโนโลยีทางการแพทย์ต่างๆ ที่ทันสมัย การเรียนการสอนต่างๆ เพื่อให้นักเรียน และผู้ที่สนใจได้รับประสบการณ์จริงจากศาสตร์นั้นๆ มากที่สุด เท่าที่ทำได้
“ขอเชิญชวนนักเรียน และผู้ที่สนใจทุกคน เข้าร่วมงาน Thammasat Open House 2026 ที่ มธ. ศูนย์รังสิต ในวันที่ 30 ต.ค. 2569 และ Thammasat Open House 2026 ที่ มธ. ศูนย์พัทยา ในวันที่ 6 พ.ย. 2569 โดยครั้งนี้เป็นการจัดงานที่มีกิจกรรมจัดเต็มที่สุดมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ประโยชน์กลับไปทั้งในแง่ของความรู้ และข้อมูลที่จะช่วยในการตัดสินใจในการศึกษาต่อ รวมถึงในแง่ของความบันเทิงจากกิจกรรมต่างๆ ด้วย” รศ. นพ.พฤหัส กล่าว
