IN NEWS
นายกฯสั่งเฝ้าระวังฝนตกหนัก4-10ต.ค.นี้ กำชับทุกจว.ตั้งศูนย์บัญชาการฯรับน้ำท่วม
กรุงเทพฯ-นายกฯ "อนุทิน" ประชุมกองบัญชาการสาธารณภัยชาติต่อเนื่องวันที่ 4 กำชับทุกจังหวัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ เฝ้าระวังฝนตกหนัก 4–10 ต.ค. 69 พร้อมสั่งการบูรณาการทำงานเป็นทีม เร่งแจ้งเตือนภัย-ประชาสัมพันธ์สิทธิ "ประกันภัยพิบัติ" 30 ล้านครัวเรือน
วันนี้ (3 ต.ค. 69) เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายสมชาย ลีหล้าน้อย อธิบดีกรมที่ดิน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร ผู้นำเหล่าทัพ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด ร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference System

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมือมาร่วมประชุมติดตามรับมือสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีวันหยุดในสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจและลดความวิตกกังวลของประชาชนได้ว่าหน่วยงานภาครัฐคอยติดตามดูแลปัญหาของพวกเขาอย่างใกล้ชิด ซึ่งสถานการณ์ในภาพรวมขณะนี้พัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะการเร่งระดมสูบน้ำออกจากพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดในภาคกลางและภาคตะวันตก สิ่งที่ต้องเร่งเตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคือการรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่จะเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 - 10 ต.ค. 69
ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยคาดว่าพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือจะเริ่มคลี่คลาย และมีปริมาณฝนในระดับปานกลาง ในขณะที่มวลน้ำก้อนใหญ่จากบริเวณทะเลจีนใต้ เคลื่อนตัวเข้าเวียดนามสู่ภูมิภาคอินโดจีนเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด รวมถึงต้องเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ โดยได้สั่งการไปยังแม่ทัพภาคที่ 4 กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้เตรียมความพร้อมทั้งด้านการป้องกัน การเยียวยา และการเตรียมการอพยพประชาชน สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร แม้จะมีฝนตกหนักแต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการระบายน้ำที่มาเพิ่ม จึงขอให้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด ด้านการช่วยเหลือประชาชนเรื่องสิ่งของจำเป็นและอาหาร ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชน และจิตอาสาได้ดำเนินการเข้าช่วยเหลือในพื้นที่อย่างกว้างขวางแล้ว
นายกรัฐมนตรี ยังได้ติดตามการใช้เทคโนโลยีพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา โดยเน้นย้ำ กรมอุตุนิยมวิทยา เร่งให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามระบบการพยากรณ์ วิธีการ ประสบการณ์ การคาดการณ์ การประเมิน การประมวลตามหลักวิชาการต่าง ๆ ทำความจริงให้สาธารณะได้รับรู้รับทราบมากที่สุด
นายอนุทิน กล่าวต่อไปอีกว่า ในการปฏิบัติงานร่วมกัน ขอให้ทุกฝ่ายทำงานเป็นทีมเดียวกัน เพื่อลดแรงกดดัน สื่อสารข้อมูลการคาดการและเฝ้าระวังมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงให้ประชาชนทราบถึง "โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ" สำหรับครัวเรือนที่ประสบอุบัติภัย โดยให้ศึกษาข้อมูลจากเอกสารสรุปที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดทำขึ้นให้เข้าใจถ่องแท้ก่อนนำไปเผยแพร่
"ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่บูรณาการความร่วมมือระดมทั้งอุปกรณ์ เครื่องจักร เรือ เครื่องสูบน้ำ และกำลังคนลงสู่พื้นที่อย่างเต็มรูปแบบ ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนโดยไม่ต้องสนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เพราะผลลัพธ์จากการทำงานอย่างเต็มที่ แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าทำให้สถานการณ์เริ่มมีแนวโน้มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ นอกจากนี้ ให้บริหารจัดการอุปกรณ์ที่ได้รับบริจาคจากภาคเอกชนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับ ทั้งการบำรุงรักษา ดูแลให้สามารถใช้การได้อย่างต่อเนื่อง ต้องไม่ให้เกิดเหตุว่าไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์" นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติม
นายอนุทิน ได้มีข้อสั่งการในช่วงท้ายการประชุม 4 ด้าน ได้แก่ 1. “การบริหารจัดการ” ให้ทุกจังหวัดและทุกหน่วยงานจัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในทุกระดับ” พร้อมกำหนดพื้นที่รับผิดชอบและมอบหมายภารกิจให้ชัดเจนตามที่ได้เน้นย้ำทุกครั้ง โดยบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อให้มีจุดประสานงานที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้
2. บูรณาการความร่วมมือกำลังพลทุกภาคส่วน ทั้งทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น มูลนิธิ และองค์การกุศล ให้เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจ รวมทั้งจัดระบบผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่วิกฤตให้มีความเหมาะสม เพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าและรักษาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
3. “ด้านข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนภัย” ให้หน่วยงาน ปภ. ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สื่อสารและแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องด้วยข้อมูลที่ “ถูกต้อง กระชับ เข้าใจง่าย และทันต่อสถานการณ์” ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมพร้อมและรับมือได้ทันเวลา รวมทั้งการกระจายข้อมูลข่าวสารและสร้างความเข้าใจประชาชนในเรื่องของสิทธิที่จะได้รับจากหลักเกณฑ์การประกันภัยพิบัติแห่งชาติที่รัฐบาลได้จัดเตรียมไว้ให้จำนวน 30 ล้านครัวเรือน
4. “ด้านการติดตามกำกับดูแล” ให้หน่วยงาน ปภ. เป็นศูนย์กลางในการกำกับติดตามและประเมินสถานการณ์ในภาพรวมอย่างใกล้ชิด ตลอดจนเร่งประสานงานและแก้ไขข้อขัดข้องระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้มี “ข้อมูลเพียงชุดเดียว” ในการประเมินและตัดสินใจในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะนำไปสู่การช่วยเหลือประชาชนด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม นายกรัฐมนตรีและคณะ จะลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำ การระบายน้ำพื้นที่จังหวัดชัยนาท และจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมทั้งกำชับให้กลไกกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติมีการประชุมติดตามและบริหารพร้อมอัพเดทสถานการณ์อย่างต่อเนื่องทุกวันตลอดเวลาจนกว่าสถานการณ์เข้าสู่ภาวะประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ

ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยว่า คาดว่าภายใน 2 วัน พื้นที่โซนลาดกระบังจะคลี่คลาย และในวันนี้จะมีการ big cleaning พื้นที่ต่าง ๆ เริ่มที่เคหะคลองจั่น ในส่วนน้ำขังบนผิวจราจรถนนสายต่าง ๆ คลี่คลายเกือบครบแล้ว คงเหลือจุดบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งชาติที่เป็นจุดเชื่อม กทม. และจังหวัดปทุมธานี รวมถึงเป็นถนนในความรับผิดชอบหลายหน่วยงาน ซึ่งกำลังบูรณาการเร่งแก้ไข นอกจากนี้ กทม. ยังคงขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ และอาหารต่อเนื่อง
นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยว่า จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 4–10 ตุลาคมนี้ จะมีปริมาณฝนจะเพิ่มมากขึ้น โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างเต็มที่
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับการระบายน้ำ จะเร่งดำเนินการระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังขึ้นอีก แต่จะไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้องประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำ เมื่อใดที่สามารถระบายน้ำได้ จะเร่งดำเนินการทันที อย่างไรก็ตาม จะต้องพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบด้านด้วยว่า น้ำสามารถไหลออกไปยังพื้นที่รับน้ำได้หรือไม่
ทั้งนี้ กรมชลประทานได้มีการวางแผนบริหารจัดการและระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยการประชุมติดตามสถานการณ์ร่วมกันทุกเช้า จะช่วยให้ทุกฝ่ายได้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน และสามารถร่วมกันบริหารจัดการเส้นทางการไหลของน้ำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะดำเนินการได้
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการดูแลเรื่องการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางและขั้นตอนการเยียวยาอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิตรงตามหลักเกณฑ์ต่อไป
.
