IN NEWS

สธ.ใช้'Medical Drone'ส่งยาถึงผู้ป่วยใน พื้นที่ห่างไกลลดเวลา1ชม.เหลือ14นาที



กรุงเทพฯ-รัฐบาลเดินหน้า “Medical Drone” ส่งยาถึงผู้ป่วยพื้นที่ห่างไกล ลดเวลาจากกว่า 1 ชั่วโมงเหลือเพียง 14 นาที เตรียมขยายเส้นทาง รพร.ปัว เชื่อม 13 ชุมชน ขนส่งยา-เวชภัณฑ์-เลือด-สิ่งส่งตรวจ

วันนี้ (4 ตุลาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้านำเทคโนโลยีมาช่วยยกระดับการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การกำกับของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดปฏิบัติการอากาศยานไร้คนขับสนับสนุนภารกิจทางการแพทย์ หรือ Medical Drone ที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

การนำ Medical Drone มาใช้ช่วยลดระยะเวลาการส่งมอบยา จากเดิมใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง เหลือเพียงประมาณ 14 นาที ขณะที่การขนส่งในระยะทางไกลประมาณ 100 กิโลเมตร ซึ่งหากเดินทางทางบกใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง สามารถลดเหลือประมาณ 1 ชั่วโมงเมื่อขนส่งทางอากาศ

นางสาวลลิดากล่าวว่า เทคโนโลยีดังกล่าวมีความสำคัญต่อผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถเดินทางมาโรงพยาบาลได้ รวมถึงในช่วงที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือภัยธรรมชาติ เช่น สะพานขาดหรือถนนถูกตัดขาด ซึ่งการลดระยะเวลาขนส่งหมายถึงผู้ป่วยสามารถได้รับยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นได้รวดเร็วและทันเวลามากขึ้น

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า กระทรวงสาธารณสุขจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยก้าวต่อไปเตรียมเปิดเส้นทางบินไป–กลับ หรือ Round-trip จากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว จังหวัดน่าน เชื่อมโยง 13 จุดยุทธศาสตร์ในชุมชน

สำหรับรูปแบบการปฏิบัติการ ขาไปจะใช้ Medical Drone ขนส่งยาและเวชภัณฑ์ทางห้องปฏิบัติการ (Lab) จากโรงพยาบาลไปยังชุมชน ส่วนเที่ยวบินขากลับจะขนส่งเลือดและสิ่งส่งตรวจจากชุมชนกลับมายังโรงพยาบาล ทำให้เที่ยวบินสามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งสองทิศทาง และช่วยสนับสนุนระบบบริการทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“จากการส่งยาที่เคยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง เหลือเพียง 14 นาที หรือการเดินทางไกลประมาณ 100 กิโลเมตร ที่ทางบกอาจใช้เวลาเกือบ 5 ชั่วโมง ลดเหลือราว 1 ชั่วโมง นี่คือการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้บริการทางการแพทย์เข้าถึงประชาชนได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่การเดินทางมีข้อจำกัด รัฐบาลจะสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนได้รับยาและบริการที่จำเป็นอย่างทันท่วงที” นางสาวลลิดากล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลขอขอบคุณบุคลากรสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายทุกฝ่ายที่ร่วมกันผลักดันการนำ Medical Drone มาใช้สนับสนุนภารกิจทางการแพทย์ และจะเดินหน้าต่อยอดเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริการสาธารณสุขและการเข้าถึงบริการของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างต่อเนื่อง