THAILAND
'ทับลาน…ทับใจ'ห้องเรียนนอกหน้าต่าง 111นิสิตมมส.เรียนรู้ชีวิตจริง'วังน้ำเขียว'
กรุงเทพฯ-เมื่อวันที่ 3–6 ตุลาคม 2569 อาจารย์ ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ นำคณาจารย์และนิสิตนักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส.) จำนวน 111 คน ลงพื้นที่ตำบลไทยสามัคคีและตำบลวังน้ำเขียว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้กิจกรรม “ห้องเรียนนอกหน้าต่าง” ระหว่างวันที่ 3–6 ตุลาคม 2569 เพื่อเรียนรู้ปัญหาและวิถีชีวิตของชุมชนจากประสบการณ์จริง
กิจกรรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน โดยนิสิตได้พูดคุย สัมภาษณ์ และเก็บข้อมูลจากพี่น้องประชาชน ทั้งในรูปแบบกลุ่มและกิจกรรม “Buddy” จับคู่แบบตัวต่อตัวระหว่างนิสิต 1 คนกับชาวบ้าน 1 คน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตอย่างใกล้ชิด

จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน นิสิตได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และสถานการณ์ทับลานผ่านชุดตัวเลขสำคัญ 2520 – 2524 – 2543 – 2554 – 2566 ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของแนวเขต นโยบายรัฐ และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชนในแต่ละช่วงเวลา
จากเดิมที่เห็นเพียงข้อความบนเสื้อว่า “ทับลาน..ทับคน” หลายคนเริ่มเข้าใจความหมายมากขึ้น หลังได้พบและรับฟังเรื่องราวจากผู้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จริง ทั้งผู้ที่ต้องเผชิญคดีความและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาแนวเขตอุทยาน
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญ คือการที่นิสิต 111 คน ร่วมกับกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อนจากเขตอุทยานทับลานทับซ้อน กลุ่มทับลานพลัส และนักเรียนโรงเรียนไทยสามัคคี เดิน “ธรรมชาติยาตรา” เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในวันอยู่อาศัยโลก ภายใต้ข้อความ
“เอาเส้น 24 คืนไป เอาเส้น 43 คืนมา”
โดย “เส้น 24” หมายถึงแนวเขตอุทยานที่ขีดบนแผนที่เมื่อปี 2524 ซึ่งชาวบ้านระบุว่าทับซ้อนพื้นที่ชุมชน ขณะที่ “เส้น 43” หมายถึงแนวเขตที่มีการสำรวจในปี 2543 และเป็นแนวทางที่กลุ่มชาวบ้านเรียกร้องให้รัฐนำกลับมาใช้เพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย
การเดินครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ให้นิสิตได้ฟังเสียงของชุมชน และตั้งคำถามต่อปัญหาที่เกิดขึ้นจากมุมมองของผู้คนที่อยู่กับพื้นที่จริง
ตลอด 3 วัน นิสิตได้ลงพื้นที่เก็บกรณีศึกษา บันทึกเสียง ถ่ายภาพ เขียนบทความ และจัดทำคลิป ก่อนนำสิ่งที่ได้เรียนรู้กลับมานำเสนอในแต่ละกลุ่ม พร้อมแลกเปลี่ยนว่า สิ่งที่เห็นและรับฟังสามารถนำไปสู่การช่วยเหลือชุมชนได้อย่างไร
ก่อนเดินทางกลับ ชาวบ้านได้จัด พิธีบายศรีสู่ขวัญ ผูกแขนและมอบขนมผลไม้เป็นของฝากให้แก่นิสิต ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง “ครูกับลูกหลาน” ที่เกิดขึ้นตลอดการเรียนรู้นอกห้องเรียน
จากคำว่า “ทับลาน..ทับคน” ที่นิสิตพบเห็นในวันแรก เมื่อผ่านการรับฟัง สัมผัส และเรียนรู้เรื่องราวของผู้คนตลอด 3 วัน กลับกลายเป็น “ทับลาน..ทับใจ” เพราะบทเรียนครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในตำรา หากแต่อยู่ในชีวิตจริงของพ่อแม่พี่น้องในชุมชน
อาจารย์และนิสิต มมส. ขอบคุณพี่น้องชาวไทยสามัคคีและวังน้ำเขียว รวมถึงกลุ่มผู้ได้รับความเดือดร้อนจากเขตอุทยานทับลานทับซ้อน และกลุ่มทับลานพลัส ที่เปิดบ้าน เปิดใจ และทำหน้าที่เป็น “ครู” และ “ตำราที่มีชีวิต” ถ่ายทอดเรื่องราวให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้
เพราะบางครั้ง…การเปลี่ยนความเข้าใจของคนหนึ่งคน อาจเริ่มต้นจากการได้ฟังเรื่องราวของอีกคนด้วยหัวใจ.
กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ / ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครราชสีมา
