POLITICS
รองผวจ.ปราจีนฯรับหน้าสื่อแจ้ง6ประเด็น กรณีย้ายนนายอำเภอบ้านสร้างเข้ากรุ
ปราจีนบุรี-สถานการณ์น้ำท่วมปราจีนบุรีคลี่คลายแล้วบางส่วนยกเว้น อ.บ้านสร้างจุดรองรับน้ำขณะ "ชนาธิป"รองผวจ.ปราจีนฯรักษาราชการแทนผวจ.ปราจีนบุรีแจงรายละเอียดการย้ายนสวอำเภอบ้านสร้างยิบ!
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดปราจีนบุรีว่า นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้สรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ล่าสุดดังนี้
จังหวัดปราจีนบุรีสรุปรายงานสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน 2569 ถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 07.00 น.) ดังนี้
จากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและเส้นทางสัญจรในพื้นที่ 7 อำเภอ 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน มีประชาชนได้รับผลกระทบรวม 60,317 ครัวเรือน อ.บ้านสร้าง ได้รับผลกระทบ 9 ตำบล 88 หมู่บ้าน 9,211 ครัวเรือน แม้ระดับน้ำจะมีแนวโน้มลดลงเฉลี่ยประมาณ 5–6 เซนติเมตร แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่รองรับน้ำ จึงส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกตำบล และเส้นทางคมนาคมทุกสายถูกตัดขาด รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้
อ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับผลกระทบ 13 ตำบล 142 หมู่บ้าน 17 ชุมชน 16,667 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง แต่บางจุดยังท่วมสูง ทำให้เดินทางยากลำบาก และเจ้าหน้าที่ต้องประเมินความเสี่ยงในการเข้าช่วยเหลือ
อ.กบินทร์บุรี ได้รับผลกระทบ 14 ตำบล 193 หมู่บ้าน 20 ชุมชน 11,082 ครัวเรือน น้ำเริ่มลดลงต่อเนื่อง แต่ยังมีน้ำท่วมขังบริเวณถนนป้อมตำรวจ หน้าสถานีรถไฟกบินทร์บุรี สูงประมาณ 40–50 เซนติเมตร
อ.ศรีมหาโพธิ ได้รับผลกระทบ 10 ตำบล 89 หมู่บ้าน 12,242 ครัวเรือน ปริมาณน้ำในแม่น้ำลดลง แต่ยังมีน้ำท่วมขังบ้านเรือนริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ
อ.ประจันตคาม ได้รับผลกระทบ 9 ตำบล 106 หมู่บ้าน 8,900 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลงประมาณ 10 เซนติเมตร แต่ยังมีน้ำท่วมขังใน ต.บ้านหอย (ม.5,7,8,9), ต.ประจันตคาม (ม.1-11) และ ต.เกาะลอย (ม.3,4,6,7) คาดใช้เวลาไม่น้อยกว่า 5 วันจึงจะเข้าสู่ภาวะปกติ
อ.ศรีมโหสถ ได้รับผลกระทบ 4 ตำบล 23 หมู่บ้าน 1,730 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง แต่ยังมีน้ำท่วมขังใน ต.ไผ่ตะเลือด และ ต.โคกปีบ จากมวลน้ำที่ไหลจาก อ.เมืองปราจีนบุรี ผ่านไปยัง อ.บ้านสร้าง และ อ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทราอ.นาดี ได้รับผลกระทบ 6 ตำบล 50 หมู่บ้าน 485 ครัวเรือน เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว อยู่ระหว่างฟื้นฟูและสำรวจความเสียหาย
สถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายหลัก ระดับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรีมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยสถานี Kgt.3 อำเภอกบินทร์บุรี สูงกว่าระดับตลิ่ง 1.41 เมตร, สถานี Kgt.6 อำเภอศรีมหาโพธิ สูงกว่าระดับตลิ่ง 0.53 เมตร และสถานี Kgt.1 อำเภอเมืองปราจีนบุรี สูงกว่าระดับตลิ่ง 0.49 เมตร โดยในพื้นที่ไม่มีฝนตกเพิ่ม
รายงานผู้เสียชีวิต: มีผู้เสียชีวิตสะสมรวม 23 ราย แบ่งเป็นสาเหตุจมน้ำ 18 ราย และไฟฟ้าช็อต 5 ราย แยกตามพื้นที่ ได้แก่ อำเภอกบินทร์บุรี 7 ราย, อำเภอประจันตคาม 5 ราย, อำเภอศรีมโหสถ 4 ราย, อำเภอเมืองปราจีนบุรี 3 ราย, อำเภอศรีมหาโพธิ 2 ราย และอำเภอบ้านสร้าง 2 ราย
ความเสียหายด้านการเกษตร ประมง และปศุสัตว์ด้านพืช ผลกระทบ 7 อำเภอ 68 ตำบล 258 หมู่บ้าน เกษตรกร 9,422 ราย พื้นที่พืชเสียหาย 103,642 ไร่ (ข้าว 96,806 ไร่, พืชไร่/พืชผัก 2,298 ไร่, ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่น ๆ 4,538 ไร่)ด้านประมง เกษตรกรได้รับผลกระทบ 4,393 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 58,731 ไร่ด้านปศุสัตว์ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 1,964 ราย สัตว์ในพื้นที่ประสบภัย 444,630 ตัว สัตว์เสียหายเบื้องต้น 401,624 ตัว
การช่วยเหลือ ศูนย์พักพิง และการเตือนภัย:จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว 60 แห่ง รองรับประชาชนเข้าพักพิงรวม 4,257 คน (อ.เมืองปราจีนบุรี 18 แห่ง 1,481 คน, อ.บ้านสร้าง 13 แห่ง 1,042 คน, อ.ประจันตคาม 10 แห่ง 786 คน, อ.ศรีมหาโพธิ 4 แห่ง 576 คน, อ.กบินทร์บุรี 10 แห่ง 295 คน, อ.ศรีมโหสถ 3 แห่ง 50 คน, อ.นาดี 2 แห่ง 27 คน) มีการแจ้งเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast รวม 12 ครั้ง ในช่วงวันที่ 26 กันยายน – 3 ตุลาคม 2569
จัดตั้งโรงครัวพระราชทานและโรงครัวรวม 28 แห่ง ร่วมกับโรงครัวที่จัดตั้งเพิ่มเติมอีก 22 แห่ง (อ.เมืองปราจีนบุรี 7 แห่ง, อ.บ้านสร้าง 8 แห่ง, อ.ศรีมหาโพธิ 3 แห่ง, อ.ประจันตคาม 4 แห่ง) มูลนิธิและสมาคม 42 แห่ง จัดชุดปฏิบัติการพร้อมเรือและยานพาหนะเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 3 แห่ง ได้แก่ รรร.สุวรรณวิทยา (อ.ประจันตคาม) และ รพ.ค่ายจักรพงษ์ (อ.เมืองปราจีนบุรี) โดย รรร.มารีวิทยากบินทร์บุรี (อ.กบินทร์บุรี) ได้ปิดสถานการณ์แล้ว
นอกจากนี้ นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ได้เปิดเผยคำชี้แจงรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์และการปฏิบัติงานของ นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง กรณีการบริหารจัดการเหตุอุทกภัย โดยระบุว่าไม่เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และหลักการบริหารราชการที่ดี สรุปเป็น 6 ประเด็น ดังนี้
1. ประเด็นการอพยพประชาชน ไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ประสานข้อมูลพื้นที่ และไม่ร่วมวางแผนกับหน่วยงานระดับจังหวัดในการอพยพประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง ส่งผลให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความล่าช้า ประชาชนตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงอันตราย
2. ประเด็นการจัดส่งและแจกจ่ายอาหาร/เครื่องอุปโภคบริโภค การบริหารจัดการสิ่งของบรรเทาทุกข์ล่าช้าและไม่ทั่วถึง จนประชาชนผู้ประสบภัยต้องโทรศัพท์ตรงหาผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีเพื่อร้องขอความช่วยเหลือ สะท้อนถึงความล้มเหลวในการกระจายความช่วยเหลือระดับอำเภอ
3. ประเด็นการมอบหมายภารกิจและการบริหารงานบุคคล มิได้จัดประชุมบูรณาการ หรือมอบหมายภารกิจแก่หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภออย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ผู้ปฏิบัติงานขาดอำนาจสั่งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การทำงานขาดความคล่องตัวและเกิดเสียงร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง
4. ประเด็นพฤติกรรมและการปฏิบัติตน มีพฤติกรรม แสดงออกทางวาจาและท่าทีไม่เหมาะสม ไม่ให้เกียรติหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ส่งผลให้เกิดความขัดแย้ง บั่นทอนกำลังใจ และทำให้สายการสั่งการขาดความราบรื่น
5. ประเด็นการสร้างภาพลักษณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ นำเสนอภาพและข้อมูลผ่าน Social Media ในลักษณะเน้นย้ำว่าเป็นการทำงานเพียงลำพัง หรือลงพื้นที่ช่วยเหลือตลอดเวลา แต่การทำงานเชิงระบบกลับไม่มีผลงานประจักษ์ ไม่ได้ร่วมมือกับทีมงานอย่างจริงจัง สร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชน
6. ประเด็นพฤติการณ์ทั่วไป เป็นเรื่องที่บุคลากร ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่รับรู้ร่วมกัน ซึ่งหากสอบถามข้อมูลเชิงลึกจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ย่อมสามารถยืนยันพฤติการณ์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน
จากพฤติการณ์ดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า นายเสฏฐวุฒิ ขาดศักยภาพและการบูรณาการทำงานร่วมกับจังหวัดและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของจังหวัด จึงเห็นควรให้กรมการปกครองพิจารณาย้ายไปดำรงตำแหน่งนอกพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี
จากการเสนอเรื่องดังกล่าว กรมการปกครองได้ออก คำสั่งกรมการปกครอง ที่ 2871/2569 เรื่อง ให้ข้าราชการช่วยราชการ สั่ง ณ วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ลงนามโดย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง
สาระสำคัญระบุว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงให้ข้าราชการ ราย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ ตำแหน่ง นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปช่วยราชการ กรมการปกครอง โดยมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ ณ วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง เป็นการประจำทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569
