IN NEWS

นายกฯสั่งฟื้นฟูหลังน้ำท่วม/ย้ำ9-10ต.ค. น้ำทะเลหนุน/จี้ผู้ว่าฯส่งรายชื่อรับเยียวยา



นายกฯ สั่งเร่งช่วยพื้นที่น้ำท่วมหนักต่อเนื่อง อย่าให้ภาพรวมดีขึ้นบดบังความเดือดร้อนประชาชน กำชับผู้ว่าฯ ส่งรายชื่อรับเงินเยียวยารายวัน เร่งแก้คอขวดให้เงินถึงมือโดยเร็ว พร้อมเร่ง Big Cleaning ฟื้นฟูระบบน้ำ-ไฟฟ้า เตรียมแผนอพยพและกระจายสินค้าจำเป็น และให้สัมภาษณ์นายกฯ เผยสถานการณ์น้ำท่วมภาพรวมดีขึ้น เร่งระบายน้ำ-ฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย สั่งส่งรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินเยียวยาโดยเร็ว ย้ำตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง

วันนี้ (9 ตุลาคม 2569) เวลา 07.45 น. ณ ห้องบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน โดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่ 10 ของการประชุมติดตามสถานการณ์ พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือประชาชน โดยย้ำว่าอย่าให้ภาพรวมสถานการณ์ที่ดีขึ้นบดบังความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมหนัก ขอให้เน้นรายงานพื้นที่ชุมชนที่ยังได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะจุดที่มีปัญหาการระบายน้ำในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพื่อเร่งสนับสนุนให้เพียงพอต่อความจำเป็น

สำหรับพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ขอให้เร่งจัดเก็บขยะและดำเนินการทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) ก่อนฝนระลอกใหม่ โดยหากพื้นที่ใดต้องการกำลังสนับสนุนเพิ่มเติม ให้ร้องขอตามความจำเป็นของสถานการณ์

นายกรัฐมนตรีกำชับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดในภาคใต้ ให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ทุกด้าน แม้ปริมาณฝนที่ผ่านมาจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ยังประมาทไม่ได้ เนื่องจากช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคมเป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก จึงต้องติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการประเมินของ บกปภ.ช. พบว่า ปริมาณฝนสูงสุดอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 91 มิลลิเมตร ส่วนกรุงเทพมหานครมีปริมาณฝนสูงสุดที่เขตบางบอน 4.4 มิลลิเมตร โดยวันที่ 9 ตุลาคม คาดว่าจะมีฝนในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคใต้ และบางส่วนทางด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะที่ปริมาณการระบายน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาลดลงเหลือ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และสถานการณ์น้ำในแม่น้ำสายหลักยังอยู่ในระดับที่กรมชลประทานสามารถบริหารจัดการได้

อย่างไรก็ตาม ลุ่มน้ำบางปะกงยังต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากรองรับมวลน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายกที่ไหลลงสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีการหน่วงน้ำไว้บริเวณเหนือเขื่อนคลองสียัด เขื่อนนฤบดินทรจินดา และเขื่อนขุนด่านปราการชล พร้อมระดมกำลังและเครื่องผลักดันน้ำเร่งระบายบริเวณปลายแม่น้ำบางปะกง ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนทั่วประเทศอยู่ที่ร้อยละ 83 ของความจุรวม โดยเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนแก่งกระจาน และเขื่อนหนองปลาไหลมีปริมาณน้ำเต็มศักยภาพการกักเก็บ จึงต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ น้ำทะเลหนุนในช่วงบ่ายวันที่ 9–10 ตุลาคมเป็นปัจจัยสำคัญต่อการระบายน้ำ แม้การพยากรณ์อากาศระยะสั้น (Nowcast) ไม่พบแนวโน้มฝนตกหนักใน 12 ชั่วโมงข้างหน้า แต่ยังต้องติดตามระดับน้ำในแม่น้ำบางปะกงและเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีถึงยะลาและนราธิวาส

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีจังหวัดฉะเชิงเทราที่ประชาชนและเจ้าหน้าที่มีความเข้าใจไม่ตรงกัน โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อมูลและขั้นตอนการทำงานให้ชัดเจน เพื่อลดความเข้าใจผิดและความขัดแย้ง พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่กรมชลประทานและผู้ปฏิบัติงานที่ทุ่มเทช่วยเหลือประชาชน และขออย่าให้ผู้ใดนำสถานการณ์ไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง

สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย นายกรัฐมนตรีกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ชี้แจงเกณฑ์และเงื่อนไขการรับเงินเยียวยาแก่ประชาชน เกษตรกร และชาวสวนผลไม้ให้ชัดเจน พร้อมขอให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ถูกต้อง เพื่อส่งข้อมูลให้ ปภ. ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาโดยเร็ว

นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำให้เตรียมความพร้อมด้านสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ประสบภัย โดยประสานเครือข่ายผู้ประกอบการเพื่อให้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ดำเนินต่อเนื่อง พร้อมจัดเตรียมศูนย์สนับสนุนและกระจายอาหารกับวัตถุดิบทั้งระดับจังหวัดและระดับภาค รองรับกรณีเส้นทางคมนาคมถูกตัดขาดดังเช่นสถานการณ์น้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ โดยให้ประสานทั้งห้างค้าปลีกขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ตลาดกลาง ผู้จำหน่ายเนื้อสัตว์ ผู้ประกอบธุรกิจอาหาร และฟาร์มผลิตสินค้าเกษตร เพื่อกระจายอาหาร วัตถุดิบ เครื่องนุ่งห่ม และสินค้าจำเป็นผ่านหลายช่องทาง

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงแนวทางของกระทรวงพาณิชย์ในการนำสินค้า Second Brand และ House Brand ซึ่งมีราคาต่ำกว่าสินค้าทั่วไป มาช่วยลดภาระค่าครองชีพ โดยขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่มีแหล่งผลิตสินค้า เพื่อเพิ่มทางเลือกสินค้าราคาประหยัดให้ประชาชน

สำหรับการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย นายกรัฐมนตรีกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกแห่งให้รวบรวมและส่งรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินเยียวยาเป็นรายวัน โดยไม่ต้องรอให้ครบทั้งจังหวัด เพื่อให้สามารถทยอยจ่ายเงินช่วยเหลือได้ทันที พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาคอขวดและลดระยะเวลาในทุกขั้นตอน เพื่อให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็ว

นายกรัฐมนตรีระบุว่า ขณะนี้มีการโอนเงินเยียวยาแล้วประมาณ 11,702 ครัวเรือนทั่วประเทศ จึงขอให้ทุกจังหวัดเร่งดำเนินการให้ครอบคลุมผู้มีสิทธิ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครซึ่งมีประมาณ 300,000 ครัวเรือน แต่โอนเงินแล้วเพียง 866 ครัวเรือน จึงกำชับให้เร่งส่งรายชื่อรายครัวเรือนมายัง ปภ. และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อลดอุปสรรคในการจ่ายเงิน

“รัฐบาลมีความตั้งใจอย่างมากในการที่เร่งดำเนินการโอนเงินค่าเสียหายและค่าชดเชยเหล่านี้ไปให้ประชาชนโดยเร็ว” นายกรัฐมนตรีกล่าว พร้อมขอให้อธิบดี ปภ. ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจ่ายเงินครอบคลุมผู้มีสิทธิและรวดเร็วยิ่งขึ้น

ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งฟื้นฟูพื้นที่และจัดการขยะ พร้อมสื่อสารแนวทางช่วยเหลือประชาชน ควบคู่กับการฟื้นฟูระบบน้ำและไฟฟ้า ตรวจสอบคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐาน และซ่อมแซมท่อส่งน้ำกับสายไฟให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ส่วนจังหวัดในภาคใต้ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมแผนเผชิญเหตุและแผนอพยพให้พร้อม เพื่อรับมือสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงและลดผลกระทบต่อประชาชน

นายกฯเร่งระบายน้ำ-ฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยสั่งส่งรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินเยียวยา

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยว่า สถานการณ์อุทกภัยภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้น โดยพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและจังหวัดปราจีนบุรีเริ่มคลี่คลายแล้ว รัฐบาลจะได้เร่งดำเนินการระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานคร รัฐบาลได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าสนับสนุนการดำเนินงานของกรุงเทพมหานคร ตามคำขอของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) หลังระดับน้ำลดลง เพื่อเร่งจัดเก็บและขนย้ายเศษขยะที่ตกค้าง ซึ่งอาจกีดขวางทางระบายน้ำและการจราจร ไปยังสถานที่กำจัดที่เหมาะสมโดยเร็ว

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์โดยรวมในดีขึ้น เนื่องจากปริมาณฝนต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุไว้อย่างครอบคลุม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการดำเนินงานตามมติที่ประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ซึ่งมีการประชุมติดตามสถานการณ์เป็นประจำทุกเช้า

สำหรับการบริหารจัดการน้ำ นายกรัฐมนตรีระบุว่ามีความพร้อมทั้งด้านเครื่องมือ เครื่องจักรกล และกำลังเจ้าหน้าที่ในการเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ประสบภัย อย่างไรก็ตาม การระบายน้ำจำเป็นต้องคำนึงถึงสภาพพื้นที่รองรับน้ำและระดับน้ำทะเล

ในส่วนของการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ขณะนี้ได้ทยอยโอนเงินช่วยเหลือให้แก่ประชาชนแล้วประมาณ 11,000 ครัวเรือน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าได้เน้นย้ำในที่ประชุมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจและรวบรวมรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้สถานการณ์อุทกภัยสิ้นสุดลงหรือรวบรวมรายชื่อครบทั้งหมดก่อน จึงจะดำเนินการส่งข้อมูลเพื่อจ่ายเงินเยียวยา แต่ให้ทยอยส่งรายชื่อผู้มีสิทธิเมื่อรวบรวมข้อมูลได้ เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งส่งรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินเยียวยา พร้อมตรวจสอบคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การได้รับความช่วยเหลืออย่างรอบคอบ เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นไปอย่างถูกต้อง เนื่องจากเงินเยียวยาที่จ่ายออกไปแล้วอาจไม่สามารถเรียกคืนได้โดยง่าย

ทั้งนี้ สำหรับประเด็นการดำเนินงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระที่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่มีบุคคลใดสามารถเข้าไปกดดันหรือใช้อิทธิพลเหนือการดำเนินงานได้ โดยการดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามกฎหมาย

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ รวมถึงการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องหลายราย โดยทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่สามารถชี้แจงหรือให้คำตอบแทน ป.ป.ช. ได้ เนื่องจากเป็นองค์กรอิสระ แม้จะมีการประสานการทำงานร่วมกัน แต่ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายหรือดำเนินการแทนกันได้