IN NEWS
'ดุสิตโพล’เผยทหาร-ผู้ว่าฯกทม.พระเอก 'นายกฯ-รัฐบาล’แทงสอบตก'แก้น้ำท่วม'
กรุงเทพฯ-”ดุสิตโพล”สำรวจความคิดเห็นประชาชน‘หลังเกิดน้ำท่วใหญ่ปี2569 มองว่า การแจ้งเตือนล้าช้าไม่ทันการณ์คือปัญหาใหญ่ ขณะที่หน่วยงานที่มองว่า "สอบผ่าน" ทหารในพื้นที่และผู้ว่าฯกทม. ขณะที่หน่วยงานรัฐฯรวมถึงนายกฯ แทงให้ "สอบตก" แต่โครงการรัฐ "ไทยช่วยไทยพลัส" แบกรัฐบาลแทน ประชาชนเห็นว่า "ช่วยได้บ้าง"
เมื่อวันที 11 ต.ค.69 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “น้ำท่วมปี 2569” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,254 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 6-9 ตุลาคม 2569 ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำท่วมเป็นประจำ ร้อยละ 49.84 แม้ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ แต่ญาติ/เพื่อน/คนรู้จักได้รับผลกระทบ ร้อยละ 28.23 ในภาวะค่าครองชีพสูงประกอบกับน้ำท่วม มองว่า “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายได้บ้าง ร้อยละ 44.66 ทั้งนี้ ให้คะแนนการรับมือและแก้ปัญหาน้ำท่วมแก่ทหารในพื้นที่ 6.37 คะแนน ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้ 3.08 คะแนน สิ่งที่ทำให้การรับมือยังไม่ดีเท่าที่ควร คือ การแจ้งเตือนล่าช้า ไม่ทันการณ์ ร้อยละ 74.80 และหากต้องรับผิดชอบแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยตนเองจะช่วยเหลือ เยียวยาผู้ประสบภัยให้รวดเร็ว ทั่วถึงร้อยละ 73.05
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า น้ำท่วมครั้งนี้นอกจากบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายอย่างมากแล้ว คะแนนที่รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีได้รับก็เสียหายไม่น้อยเช่นกัน ผลเช่นนี้สะท้อนว่าการรับมือของภาครัฐยังห่างจากความคาดหวังของประชาชน ยิ่งสถานการณ์ยืดเยื้อ ความไม่พอใจก็ยิ่งสะสม รัฐบาลจึงต้องเร่งทำให้ประชาชนเห็นว่าความเดือดร้อนของประชาชนได้รับการแก้ไขอย่างแท้จริงโดยเร็ว
อาจารย์กรทัศน์ ศุขเฉลิม หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่าเหตุการณ์น้ำท่วมล่าสุดเราได้เห็นภาพนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่เดินเท้าเปล่าลุยน้ำท่วม และตรวจเยี่ยมชุมชนแฟลตต่าง ๆ ที่รับผลกระทบ แต่ผลโพลกลับชี้ให้เห็นว่าคะแนนการทำงานในการรับมือและแก้ปัญหาน้ำท่วมถือว่าเป็นอันดับรองโหล่สำหรับรัฐบาล และอันดับโหล่สำหรับนายกรัฐมนตรี โดยประชาชนไม่เชื่อมั่นนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลในการรับมือและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม อย่างไรก็ดี ผลโพลชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่ประชาชนยังพอใจอยู่บ้างคือนโยบายไทยช่วยไทยพลัสเฟสสองวงเงินหนึ่งพันบาทของรัฐบาลชุดนี้
ดังนั้น รัฐบาลอาจมีมาตรการในการเติมเงินพิเศษผ่านแอปเดิม โดยผู้ได้รับผลกระทบทางอ้อมได้รับเงินอัตราหนึ่ง ผู้ที่บ้านถูกน้ำท่วมได้สูงกว่าอีกอัตราหนึ่ง อาจส่งผลให้ผู้ที่เห็นว่าช่วยได้บ้างในอัตราร้อยละ 44.66 รู้สึกว่าช่วยได้มากขึ้น นอกจากนี้ รัฐบาลควรเร่งเยียวยาผ่านช่องทางต่าง ๆ ให้รวดเร็วทั่วถึงมากขึ้นรวมถึงกำหนดความรับผิดชอบเมื่อมีการแจ้งเตือนล่าช้าให้ชัดเจน
