THAILAND
เผยวิกฤตน้ำเสียลามหนักแม่น้ำปราจีนบุรี ปลากระชังตายเกลื่อนผู้เลี้ยงสูญนับล้าน
ปราจีนบุรี-เกิดวิกฤตสิ่งแวดล้อมขั้นรุนแรงในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี หลังมวลน้ำเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นไหลทะลักลงสู่ลำน้ำสาธารณะและแม่น้ำสายหลัก ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง และทำลายระบบนิเวศตลอดสายน้ำยาวกว่า 20 กิโลเมตร

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ผู้สื่อได้รับแจ้งจากชาวบ้าน หลังน้ำท่วมลดระดับในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย2จุดใหญ่ ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี โดยจุดแรกที่ โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองค้อ หมู่ที่ 2 ต.ย่านรี อ.กบินทร์บุรี พบปลาขาว ปลาหลด และปลาตะเพียน ลอยตายเกลื่อนหลังระดับน้ำท่วมขังเริ่มลดลง

พบชาวบ้านนายผัน สีทา ชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่า สภาพน้ำในหนองน้ำเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลดำและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง คาดว่าเกิดจากน้ำท่วมขังเน่าเสียในทุ่งนา ข้าวโพด ไร่มันสำปะหลัง และวัชพืชที่เน่าเปื่อย ก่อนไหลมารวมกันที่หนองค้อ แล้วเตรียมไหลลงสู่คลองพระปรงและแม่น้ำปราจีนบุรีต่อไป
ขณะที่จุดสะเทือนขวัญเกิดขึ้นที่ แม่น้ำปราจีนบุรี ช่วงบ้านท่าประชุม อ.ศรีมหาโพธิ มวลน้ำสีดำสนิทไหลพัดพาเอาปลาทับทิมที่เลี้ยงในกระชังลอยตายเป็นสายลอยไปตามลำน้ำ ด้าน นายประสบสุข สิงโต ผู้ประกอบการเลี้ยงปลากระชัง เปิดเผยด้วยความสิ้นหวังว่า ตนเลี้ยงปลากระชังไว้ 70 กระชัง แต่ปลาทับทิมตายเกือบทั้งหมดเนื่องจากยังโตไม่ได้ขนาดจับขาย สร้างความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท จนต้องเร่งย้ายปลาส่วนที่เหลือใส่ถังออกซิเจนนำไปฝากเลี้ยงที่จังหวัดชลบุรี พร้อมคาดการณ์ว่าผู้เลี้ยงปลากระชังตลอดลุ่มน้ำรับความเสียหายถ้วนหน้า

นอกจากนี้ เพจพระอาจารย์ไพรินทร์ เจ้าอาวาสวัดประทุมบูชา ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คการท่องเที่ยวชื่อดัง ปู่ท้าวเวชสุวรรณ ได้โพสต์ภาพและคลิปวิดีโอสัตว์น้ำนานาชนิดลอยหัวขึ้นมาอ้าปากหายใจเหนือผิวน้ำ โดยพระอาจารย์ไพรินทร์ ให้สัมภาษณ์ว่า น้ำเน่าเสียครอบคลุมตลอดทั้งสาย สัตว์น้ำน้อยใหญ่ทั้งปลากระโห้ขนาด 40–50 กิโลกรัม ปลากด และกุ้งฝอย พากันลอยแพอ้าปากหายใจและทยอยตายเป็นแพ ซึ่งนับว่ารุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเจอ คาดว่าเกิดจากการแอบปล่อยน้ำเสียตั้งแต่บริเวณต้นน้ำ ทางวัดจึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการติดตั้งปั๊มพ่นน้ำและเครื่องตีน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อเพิ่มออกซิเจนช่วยชีวิตสัตว์น้ำหน้าวัด
ขณะเดียวกัน ตลอดริมแม่น้ำปราจีนบุรีมีชาวบ้านจำนวนมากออกมาจับปลาและตักกุ้งที่ลอยหัว บางส่วนใช้หน้าไม้ยิงปลาจีนและปลากดคังขนาดใหญ่หนักกว่า 1 กิโลกรัม นำกลับไปบริโภคและขายสร้างรายได้ ส่วนทางด้านประมงอำเภอศรีมหาโพธิที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพน้ำ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยระบุเพียงว่าได้รายงานเรื่องราวทั้งหมดให้ประมงจังหวัดทราบแล้ว
ความคืบหน้าและผลการตรวจสอบหาสาเหตุการปล่อยน้ำเสียจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะได้รายงานให้ทราบต่อไป
มานิตย์ สนับบุญ/ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ/ปราจีนบุรี
