IN NEWS

ตรวจเข้ม!รง.ขยะอุตสาหกรรมปราจีนบุรี 'รมว.อุตฯ'สั่งลุยทุกโรงงาน'พบผิดปิดเลย'



กรุงเทพฯ-รัฐบาลเดินหน้าตรวจเข้มโรงงานกากอุตสาหกรรมปราจีนบุรี “วราวุธ” สั่งสนธิกำลังตรวจทุกโรงงาน พบผิดกฎหมายปิดทันที ย้ำผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย พร้อมผลักดันกฎหมายเอาผิด-ยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด

วันนี้ (12 ตุลาคม 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การกำกับดูแลของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งดำเนินการตรวจสอบโรงงานกากอุตสาหกรรมในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี หลังประชาชนแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากสารเคมีและกากอุตสาหกรรมรั่วไหลในช่วงสถานการณ์อุทกภัย โดยยืนยันว่ากระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง พร้อมสั่งสนธิกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจเข้มทุกโรงงาน หากพบการกระทำผิดกฎหมายและมีหลักฐานชัดเจน จะดำเนินการสั่งปิดโรงงานทันทีตามอำนาจหน้าที่

นางสาวลลิดากล่าวว่า นายวราวุธได้ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาโรงงานบางแห่งซึ่งตรวจพบการกระทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ได้ถูกดำเนินการตามมาตรา 39 โดยมีคำสั่งให้หยุดดำเนินการ รวมถึงห้ามนำวัตถุดิบเข้าและเคลื่อนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่โรงงานตามเงื่อนไขของคำสั่ง ขณะเดียวกัน ได้กำชับโรงงานที่มีบ่อหรือกองวัสดุซึ่งเสี่ยงต่อการชะล้างและรั่วไหล ให้ใช้ผ้าใบปกคลุมเพื่อป้องกันผลกระทบจากน้ำฝนและน้ำท่วม

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้ว่าที่ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมประสานอุตสาหกรรมจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะโรงงานที่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการประกอบกิจการผิดกฎหมาย การใช้นอมินี และการจัดการกากอุตสาหกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมดำเนินการตรวจสอบทั้งทางเปิดเผยและทางลับ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

นางสาวลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของความรับผิดชอบต่อความเสียหาย นายวราวุธยืนยันว่า หากตรวจพบว่าผู้ประกอบการกระทำผิดจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมหรือสร้างภาระค่าใช้จ่ายในการเก็บกวาดและฟื้นฟูพื้นที่ กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะดำเนินคดีตามกฎหมาย และเรียกร้องให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ปล่อยให้ภาครัฐหรือประชาชนต้องแบกรับภาระจากการกระทำผิดของโรงงาน

ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างผลักดันการแก้ไขพระราชบัญญัติโรงงาน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ โดยมีแนวทางเพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการที่ก่อให้เกิดการรั่วไหลของสารพิษ รวมถึงการพิจารณากลไกทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความผิดทางการเงิน เพื่อเปิดทางให้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้กระทำผิดตามกฎหมาย ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวยังอยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขกฎหมาย ไม่ใช่มาตรการยึดทรัพย์ที่มีผลบังคับใช้แล้ว

สำหรับข้อวิจารณ์เกี่ยวกับการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธชี้แจงว่า ตนมีหน้าที่รับผิดชอบทั้งในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งต้องกำกับดูแลและแก้ไขปัญหาโรงงานทั่วประเทศ และในฐานะผู้แทนที่มีความผูกพันกับประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งยังมีหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมรุนแรง โดยยืนยันว่าไม่ได้ละเลยภารกิจใดภารกิจหนึ่ง และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง แม้ตนจะไม่สามารถลงพื้นที่ทุกแห่งได้พร้อมกัน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงจากการรั่วไหลของสารเคมีและกากอุตสาหกรรม พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง บังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง และดำเนินการให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในพื้นที่