SUSTAINABILITY
3ไอเดียนวัตกรรมเวทีPTTEP Teenergy สู่การอนุรักษ์ทะเลไทย
เมื่อคนรุ่นใหม่อยากเห็นท้องทะเลไทยดีขึ้น ความคิดสร้างสรรค์เพื่อการอนุรักษ์ท้องทะเลจากเวทีการประกวด จึงถูกต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่นำไปใช้งานได้จริง เพื่อช่วยดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสร้างประโยชน์ให้ชุมชน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้เปลี่ยนไอเดียสู่การลงมือทำผ่านการประกวดนวัตกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ครั้งที่ 4 ในโครงการ PTTEP Teenergy ปีที่ 10 ภายใต้แนวคิด “ทะเลเพื่อชีวิต” หรือ “Ocean for Life” เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล การเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนการสร้างคุณภาพชีวิตและรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ชุมชน
ภายหลังเวทีการประกวดสิ้นสุดลง เส้นทางของนวัตกรรมไม่ได้จบลงแค่บนเวที แต่ ปตท.สผ. ยังสนับสนุนทั้ง 3 ทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ให้นำผลงานไปทดลองใช้จริง เพื่อเรียนรู้ พัฒนา และต่อยอดผลงานต้นแบบให้พร้อมสำหรับการสร้างประโยชน์ต่อท้องทะเลไทย
จากยางพารา สู่การปกป้องท้องทะเล
เมื่อทรัพยากรใกล้ตัวถูกต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลท้องทะเล ผลงาน “ทุ่นกันกระแทกเรือนวัตกรรมจากน้ำยางพารา” ของทีม SRTC รักทะเล จากวิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี คว้ารางวัลชนะเลิศในหัวข้อ PROTECT การปกป้องท้องทะเลจากภัยคุกคามต่าง ๆ
จุดเริ่มต้นของผลงานเกิดจากการสังเกตปัญหาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเรือประมงขณะจอดเทียบท่า ทีมจึงนำยางพาราซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของภาคใต้ มาต่อยอดเป็นทุ่นกันกระแทกที่แข็งแรงและทนทาน พร้อมพัฒนาให้ทุ่นสามารถดูดซับคราบน้ำมันได้ โดยไม่รั่วไหลหรือปล่อยสารปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ
หลังจากได้รับรางวัล ทีมได้นำผลงานต้นแบบไปทดลองใช้ ณ โป๊ะเทียบเรือคลองประชารัฐ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผลการทดสอบพบว่าทุ่น 1 ลูก ซึ่งผลิตจากน้ำยางพารา 21 กิโลกรัม สามารถดูดซับน้ำมันได้ประมาณ 4 ลิตร อีกทั้งยังสามารถรีดแยกน้ำมันเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ และนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำได้ สะท้อนแนวคิดการเพิ่มมูลค่าให้ยางพาราควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
“นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการแก้ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ แต่อาจเริ่มจากปัญหาใกล้ตัวที่พบเจอในชีวิตประจำวัน เพียงเปิดใจมองหาและกล้าลงมือทำ พวกเราภูมิใจที่ได้นำความรู้และความตั้งใจมาสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อบ้านเกิดและท้องทะเลของเรา” ม่อน–นายดุลยวัต ทองกะแดะ ตัวแทนทีม SRTC รักทะเล กล่าว
จากคลื่นจำลอง สู่การดูแลเต่าทะเล
เมื่อเข้าใจธรรมชาติ ก็สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นให้กับสัตว์ทะเลได้ นี่คือแนวคิดของ “เครื่องสร้าง (พลัง) คลื่นเต่า” ผลงานของทีมบ่อสร้าง (พลัง) คลื่นเต่า นิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของรางวัลชนะเลิศในหัวข้อ PRESERVE การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เต่าทะเลถือเป็นหนึ่งในสัตว์สำคัญของระบบนิเวศทางทะเล ทีมจึงลงพื้นที่ศึกษาการอนุบาลเต่าทะเลและพบว่า บ่ออนุบาลเต่าทะเลส่วนใหญ่มีสภาพเป็นน้ำนิ่ง แตกต่างจากธรรมชาติที่เต่าต้องเผชิญกับคลื่นและกระแสน้ำที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เต่าบางส่วนเกิดความเครียดและมีพฤติกรรมกัดกันเอง ทีมจึงพัฒนาอุปกรณ์สร้างกระแสน้ำที่ติดตั้งเพิ่มเติมกับบ่ออนุบาลเดิม โดยออกแบบให้มีความปลอดภัยต่อเต่าทะเลและควบคุมการทำงานผ่านแอปพลิเคชัน
ขั้นตอนต่อจากเวทีประกวด ผลงานต้นแบบได้ถูกนำไปติดตั้งและทดลองใช้ ณ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ จังหวัดชลบุรี ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเพื่อสังคมของ ปตท.สผ. โดยผลการทดลองเบื้องต้นพบว่าเต่ามีพฤติกรรมการกัดกันลดน้อยลง และยังมีการเคลื่อนไหวและกระจายตัวภายในบ่อมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าการออกแบบสภาพแวดล้อมที่คำนึงถึงพฤติกรรมตามธรรมชาติมีส่วนช่วยส่งเสริมสวัสดิภาพของเต่าทะเลในระหว่างการอนุบาลได้จริง
“พวกเราอยากให้เครื่องสร้างพลังคลื่นเต่าเป็นมากกว่านวัตกรรม แต่เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และแสดงให้เห็นว่าแนวคิดที่เรียบง่ายก็สามารถช่วยแก้ปัญหาได้จริง” อุลตร้า-นายวินทกร คำภีระ ตัวแทนทีมบ่อสร้าง (พลัง) คลื่นเต่า กล่าว
จากเทคโนโลยี สู่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน
เมื่อเทคโนโลยีถูกนำมาใช้ร่วมกับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การจัดการจึงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผลงาน “แพลตฟอร์มให้อาหารอัจฉริยะเพื่อยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลอย่างยั่งยืน” ของทีมอาหวังรังวัง จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ชนะเลิศในหัวข้อ PROVIDE การสร้างโอกาสเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
การเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชังทะเลยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งระยะทางจากชายฝั่ง ต้นทุนค่าอาหาร และความแม่นยำในการให้อาหาร ทีมจึงนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยยกระดับการจัดการฟาร์ม ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อเครื่องให้อาหารอัตโนมัติกับเซนเซอร์และระบบกล้อง พร้อมแสดงข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถติดตามสถานการณ์และปรับการให้อาหารได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
วันนี้ทีมได้นำผลงานต้นแบบไปทดลองใช้งาน ณ สถานีวิจัยประมงศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อเรียนรู้จากสภาพการใช้งานจริงและเก็บข้อมูลสำหรับการพัฒนาต่อ ก่อนขยายผลสู่เกษตรกรในอนาคต เพื่อยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น
“โครงการ PTTEP Teenergy เปิดโอกาสให้พวกเราได้รับความรู้ คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการพัฒนาผลงาน ช่วยให้ทีมมีแนวทางในการพัฒนานวัตกรรมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้มิตรภาพดี ๆ และมุมมองใหม่ ๆ จากเพื่อนร่วมโครงการ ทำให้เห็นว่านวัตกรรมเกิดขึ้นได้จากการเข้าใจปัญหา การเรียนรู้ร่วมกัน และการนำความรู้มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างประโยชน์ได้จริง” ต้นหอม–นางสาวณิชากรณ์ อินตะวิชัย ตัวแทนทีมอาหวังรังวัง กล่าว
ทั้ง 3 ผลงาน สะท้อนถึงพลังของคนรุ่นใหม่ในการนำความรู้ เทคโนโลยี และความเข้าใจในพื้นที่ มาพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและการสร้างความยั่งยืนให้ชุมชน นี่คืออีกก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า การดูแลท้องทะเลไทยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นภารกิจที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้
