THAILAND

ผู้ว่าฯสมุทรสาครลุยแก้น้ำท่วมพระราม2 สั่งปรับแผนทุกจุดเพิ่มเครื่องสูบเร่งระบาย



สมุทรสาคร เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม 2569 นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย นายมนตรี วงศ์วิวัฒน์ รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสมุทรสาคร ร้อยตำรวจโทไชยโสภณ ดิษแพ นายก อบต.บางโทรัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางโทรัด ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์น้ำท่วมผิวจราจรถนนพระราม 2 หลังพบว่าตั้งแต่ช่วงบ่ายมีน้ำท่วมขังในระดับสูง โดยเฉพาะบริเวณฝั่งตรงข้ามกับทางเข้าวัดกาหลง  ขาเข้ากรุงเทพฯ ช่องทางหลัก มีระดับน้ำสูงประมาณ 5 – 20 เซนติเมตร (ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นผิวถนน)  ส่งผลกระทบต่อการสัญจรของประชาชน

สำหรับการใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าว รถยนต์ขนาดเล็กสามารถใช้ช่องจราจรด้านขวา 2 ช่องทาง ส่วนรถขนาดใหญ่หรือรถยกสูงสามารถใช้ช่องทางด้านซ้ายได้ แต่ผู้ขับขี่ทุกประเภทต้องเพิ่มความระมัดระวังและลดความเร็ว เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.บางโทรัด คอยอำนวยความสะดวกและดูแลการจราจร

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้ตรวจสอบระบบสูบน้ำและจุดระบายน้ำที่แขวงทางหลวงสมุทรสาครดำเนินการไว้ รวม 5 จุด เพื่อประเมินประสิทธิภาพการทำงานและหาทางเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำออกจากถนนพระราม 2 โดยจุดแรก บริเวณคลองกลาง ริมถนนพระราม 2 ฝั่งขาออก มีเครื่องสูบน้ำของแขวงทางหลวงสมุทรสาครติดตั้งอยู่ 1 เครื่อง ทำหน้าที่สูบน้ำจากผิวจราจรลงคลองกลาง ก่อนระบายต่อไปยังคลองสุนัขหอน อย่างไรก็ตาม พบว่าระดับน้ำในคลองค่อนข้างสูง ประกอบกับมีน้ำไหลออกจากพื้นที่โครงการอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ริมถนนพระราม 2 ส่งผลให้การระบายน้ำทำได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ , ส่วนจุดที่ 2 อยู่ห่างจากจุดแรกประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นพื้นที่รองรับน้ำอีกแห่งหนึ่ง มีเครื่องสูบน้ำติดตั้งไว้ 1 เครื่อง เพื่อสูบน้ำจากถนนออกสู่พื้นที่รับน้ำด้านนอก โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้หมั่นตรวจสอบและเก็บขยะที่ไหลมากับน้ำ ซึ่งอาจเข้าไปอุดตันบริเวณตะแกรงกรองและลดประสิทธิภาพของเครื่องสูบน้ำ จึงต้องดูแลไม่ให้มีสิ่งกีดขวาง เพื่อให้การสูบน้ำเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเต็มประสิทธิภาพ , จุดที่ 3 บริเวณตรงข้ามวัดกาหลง ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ เป็นจุดที่พบระดับน้ำท่วมสูงที่สุดในช่วงเวลาที่ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ โดยน้ำท่วมขังบริเวณช่องจราจรด้านซ้ายสุด แม้รถยังสามารถผ่านได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ขณะที่รถยนต์ขนาดเล็กควรใช้ช่องทางด้านขวา 2 ช่องจราจร ส่วนรถขนาดใหญ่หรือรถยกสูงสามารถใช้ช่องทางด้านซ้ายได้ ทั้งนี้ ในขณะตรวจสอบยังไม่มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ณ จุดดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงสั่งให้ปรับแผนติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากผิวจราจรโดยตรง , จุดที่ 4 บริเวณสะพานกลับรถธรรมโชติ หรือ สะพานข้ามคลองสุนัขหอน มีเครื่องสูบน้ำของแขวงทางหลวงสมุทรสาคร 1 เครื่อง ทำหน้าที่สูบน้ำจากร่องระบายน้ำริมถนนออกสู่คลองสุนัขหอน โดยพบว่าบริเวณใต้สะพานยังมีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 10 – 20 เซนติเมตร จึงจำเป็นต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ดังกล่าว และจุดที่ 5 จุดสุดท้าย คือ บริเวณคลองเกตุม ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ มีเครื่องสูบน้ำติดตั้งไว้อีก 1 เครื่อง โดยในวันดังกล่าวไม่พบน้ำทะเลหนุนเข้าท่วมผิวจราจรบริเวณนี้ เครื่องสูบน้ำจึงช่วยระบายน้ำจากร่องกลางถนนพระราม 2 ในพื้นที่ตำบลกาหลงและชุมชนโดยรอบลงคลองเกตุม ก่อนระบายต่อเนื่องออกไปยังคลองสุนัขหอน

นายอำนาจ เจริญศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่และระบบสูบน้ำทั้ง 5 จุด พบว่ายังมีบางบริเวณที่ต้องปรับแผนการทำงานให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะบริเวณตรงข้ามทางเข้าวัดกาหลง ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งมีน้ำท่วมผิวจราจรในระดับสูง จึงสั่งการให้แขวงทางหลวงสมุทรสาครนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งบริเวณริมคลองสุนัขหอน 1 เครื่อง เพื่อเร่งสูบน้ำจากถนนพระราม 2 ลงสู่คลองโดยตรง นอกจากนี้ ยังสั่งให้ย้ายเครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งอยู่ข้างสะพานข้ามคลองสุนัขหอน ไปติดตั้งบริเวณริมคลองสุนัขหอน พร้อมเพิ่มเครื่องสูบน้ำอีก 1 เครื่อง รวมเป็น 2 เครื่องในจุดเดียวกัน เพื่อเพิ่มกำลังการสูบน้ำจากถนนพระราม 2 ลงสู่คลองสุนัขหอนให้ได้มากที่สุด

ขณะเดียวกัน ได้ประสานขอรับการสนับสนุนท่อพญานาคจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร และองค์การบริหารส่วนตำบลบางโทรัด ให้นำมาติดตั้งบริเวณข้างสะพานข้ามคลองสุนัขหอนกับคลองเกตุม เพื่อช่วยผลักดันน้ำไปยังปลายทางและเพิ่มความคล่องตัวในการระบายน้ำ เชื่อว่าหากดำเนินการได้ตามแผน จะช่วยเร่งระบายน้ำออกได้มากยิ่งขึ้น ทั้งในกรณีที่มีน้ำทะเลหนุนและน้ำฝนสะสม ซึ่งจะช่วยลดระดับน้ำที่ท่วมขังบนผิวจราจรได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวด้วยว่า การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมถนนพระราม 2 เป็นภารกิจที่จังหวัดให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งแขวงทางหลวงสมุทรสาคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน รวมถึงประชาชนที่พักอาศัยอยู่ติดกับถนนพระราม 2 ทั้งนี้ การบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องพิจารณาสภาพพื้นที่และสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน ทั้งปริมาณน้ำในคลอง น้ำทะเลหนุน น้ำฝน และข้อจำกัดของระบบระบายน้ำ หากพบว่าจุดใดยังมีน้ำท่วมขังหรือระบายได้ไม่ทัน จะเร่งประเมินและสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินงาน ติดตั้งหรือเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์โดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ทางจังหวัดสมุทรสาคร จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเดินหน้าปรับแผนแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดผลกระทบต่อการจราจร และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด