MARKETING
ชี้ผลวิจัยใหม่'ผมเสีย'เกิดจากทำต่อเนื่อง คาโอเปิดตัว'ลิเซ่'รุ่นใหม่ปิดผมขาว
“ทำสีผมเสร็จ แต่ความเสียหายของเส้นผมยังไม่จบ”
คาโอเผยวิจัยใหม่* พบความเสียหายหลังทำสีเกิดต่อเนื่องถึง 7 วัน
กรุงเทพฯ-ตลาดผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมมีแนวโน้มเติบโตตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการแสดงออกถึงตัวตนผ่านสีผมที่หลากหลายรวมถึงความนิยมในการเปลี่ยนสีผมด้วยตัวเองที่บ้าน โดยข้อมูลจาก Euromonitor International ระบุว่าตลาดผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมสำหรับใช้เองที่บ้านในเอเชีย รวมถึงญี่ปุ่น เติบโตขึ้น 114% เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2562 ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์ปิดผมขาวยังเป็นอีกกลุ่มที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการเสริมความมั่นใจและดูแลบุคลิกภาพ แต่การทำสีผมยังมาพร้อมความกังวลเรื่องผมแห้งกร้านและชี้ฟู ทำให้การดูแลเส้นผมหลังทำสีกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ ทั้งผู้บริโภคและแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมให้ความสำคัญ
บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด นำโดยแบรนด์ลิเซ่ (Liese) จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ควบคู่กับการศึกษาวิจัยความเสียหายของเส้นผมหลังทำสี โดยล่าสุดได้เผยผลวิจัยใหม่* จาก บริษัท
คาโอ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ที่พบว่า ความเสียหายภายในเส้นผมจากการทำสีไม่ได้สิ้นสุดลงทันทีหลังย้อมเสร็จ แต่ยังดำเนินต่อเนื่องในช่วง 7 วันหลังทำสี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์ความรู้สำคัญที่สะท้อนถึงความจำเป็นในการดูแลเส้นผมอย่างต่อเนื่องหลังทำสี

คาโอเผยกลไกความเสียหายของเส้นผมหลังทำสี พบการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องนาน 7 วัน
ผลวิจัยใหม่* จากคาโอ คอร์ปอเรชั่น พบว่าการสลายตัวของพันธะไดซัลไฟด์ (SS bond) ภายในเส้นผมสีดำยังคงดำเนินต่อเนื่องในช่วง 7 วันหลังทำสี โดยตรวจพบการเพิ่มขึ้นของหมู่ซัลฟ์ไฮดริล (SH) ซึ่งใช้เป็นตัวชี้วัดการสลายตัวของพันธะดังกล่าว การเปลี่ยนแปลงนี้เกี่ยวข้องกับปัญหาผมแห้งกร้านและชี้ฟูที่อาจสังเกตได้ชัดเจนขึ้นหลังทำสีผ่านไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่การทดลองกับเส้นผมสีขาวไม่พบการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเดียวกัน ณ วันที่ 7 หลังทำสี ผลการศึกษาจึงชี้ให้เห็นถึงกลไกความเสียหายภายในเส้นผมหลังทำสีที่คาโอค้นพบใหม่ และนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยลดความเสียหายของเส้นผมที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังทำสี
“ลิเซ่” ชูนวัตกรรมเจลลี่เซรั่ม เจาะตลาดปิดผมขาว (Cover Gray)
ลิเซ่ ส่งผลิตภัณฑ์ LIESE JELLY SERUM COLOR นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมเพื่อปิดผมขาวในรูปแบบเจลลี่เซรั่ม ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการปกปิดผมขาวโดยเฉพาะ ด้วยเนื้อเจลลี่ที่เกาะติดบริเวณโคนผมขาวได้อย่างตรงจุด ก่อนเปลี่ยนเป็นเนื้อเซรั่มเมื่อชโลม ช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์กระจายตัวทั่วเส้นผม เพื่อให้สีสม่ำเสมอตั้งแต่โคนจรดปลาย พร้อมเฉดสีให้เลือก 8 สี ผสานเซราไมด์เลียนแบบธรรมชาติเพื่อช่วยบำรุงและดูแลเส้นผม พร้อมทรีตเมนต์บำรุงผมหลังทำสี 7 Days Color Protect Serum ที่มาพร้อมเทคโนโลยี H-Linx เพื่อช่วยลดความเสียหายของเส้นผมที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังทำสี
คุณภัททิรา ชัชวาลย์ปรีชา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดธุรกิจสินค้าอุปโภค บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “คาโอมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดจากองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยเส้นผมที่สั่งสมมายาวนานกว่า 100 ปี ของคาโอ คอร์ปอเรชั่น เราเล็งเห็นโอกาสในการขยายตลาดผลิตภัณฑ์ปิดผมขาว หรือ Cover Gray ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการดูแลบุคลิกภาพและเสริมความมั่นใจ ควบคู่กับการดูแลสุขภาพเส้นผม จึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มนี้ได้อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น
จากองค์ความรู้ด้านความเสียหายของเส้นผมที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 7 วันหลังทำสี คาโอได้พัฒนาเทคโนโลยี H-Linx เพื่อช่วยลดความเสียหายดังกล่าว และนำมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมหลังทำสีในกลุ่มลิเซ่ เรามุ่งหวังที่จะยกระดับประสบการณ์การทำสีผมให้ตอบโจทย์มากกว่าการเปลี่ยนสีผมเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสนุกกับการเปลี่ยนสีผมในเฉดสีที่หลากหลายตามสไตล์ของตัวเอง พร้อมปกปิดผมขาวได้อย่างมั่นใจ และดูแลเส้นผมอย่างต่อเนื่องหลังทำสี”
แนวโน้มตลาดผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมในไทย ยังเปิดโอกาสให้แบรนด์พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะกลุ่มมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดผลิตภัณฑ์ปิดผมขาว (Cover Gray) ซึ่งมีการเติบโตขึ้น 0.5% ในช่วงเดือนมกราคม–สิงหาคม 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน** ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงประสิทธิภาพในการปกปิดผมขาวและสีผมที่สวยสม่ำเสมอเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับความสะดวกในการทำสีด้วยตัวเอง และการดูแลเส้นผมหลังทำสีควบคู่กันไป สะท้อนโอกาสในการต่อยอดนวัตกรรมเพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทิศทางที่คาโอ และแบรนด์ลิเซ่มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน
