Think In Truth

'เพื่อไทย' ฤา...จะเป็น แค่นั่งร้านการเมือง โดย : หมาเห่าการเมือง



เพื่อไทยเดินทางไปขอขมาก้าวไกล และขอคะแนนสนับสนุนโดยที่ก้าวไกลไมมีคำตอบอะไรออกมา แต่เมื่อพรรคก้าวไกลประชุม สส. ในพรรคก็ได้ข้อสรุปว่า จะไม่โหวตให้พรรคเพื่อไทย จึงทำให้เพื่อไทยต้องหันกลับไปหาลุง เพื่อให้ได้เสียงจาก สว. มาสนับสนุน ถึงแม้เลขาฯพรรคเพื่อไทยจะออกมาพูดว่า “ไม่เคยพูดว่าจะเอาสองลุง” ก็ตาม แต่ถึงกระนั้นพรรคเพื่อไทยก็ยังคงเผชิญกับปัญหาการรวบรวมเสียงจาก สว. เพื่อการสนับสนุนนายเศรษฐา ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกมาก

ในขณะเดียวกันกับทางมติศาลรัฐธรรมนูญไม่รับเรื่องการใช้ข้อบังคับเพื่อบังคับการไม่ให้เสนอชื่อนายกซ้ำ โดยศาลรัฐธรรมนูญมองว่ากิจการของรัฐสภาไม่ควรให้ศาลเข้าไปยุ่ง ดังนั้นทางพรรคก้าวไกลก็เตรียมยื่นสภาเพื่อทบทวนมติที่สภาผู้แทนราษฎรใช้ข้อบังคับเหนือกฏหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อให้นายพิธาได้มีสิทธิในการถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

ทิศทางทางการเมืองก็ค่อยๆ ดำเนินไปตามยุทธศาสตร์ขโมยอำนาจประชาชนโดยไม่ชอบธรรม โดยอาศัยรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจ สว. ที่ไม่ได้มาจากเสียงของประชาชน เข้ามามีส่วนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย ทิศทางของการได้มาซึ่งผู้บริหารประเทศภายใต้ระบอบประชาธิปไตย จึงย้อนแย้งกับหลักการ อย่างที่เขียนเขียนไว้ในหลายๆ ตอน ว่า การทำรัฐประหารที่นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความพยายามที่จะบั่นทอนอำนาจของประชาชน ด้วยการออกกฏหมายรัฐธรรมนูญ ปี 60 แล้วพยายามทำประชามติทั้งขู่ ปลอบ และหลอกลวง ให้รัฐธรรมนูญปี 60 ผ่าน เมื่อรัฐธรรมนูญถูกบังคับใช้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคืออำนาจอธิปไตยของประชาชนถูกริดรอนลง รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งด้วยการผสมพันธุ์ของบัตรเลือกตั้งในหีบบัตรหรือที่เรียกว่า “บัตรเขย่ง” ก็ไม่ฟังเสียงของประชาชน มาถึงตอนนี้ก็ตาม แม้แต่การจะได้มาของนายกรัฐมนตรีตามเจตนารมณ์ของประชาชนก็ไม่ใช่อย่างที่เข้าใจ แต่ “การเลือกตั้งเป็นเพียงพิธีกรรม” เท่านั้น

โดยหมอปราย พรายกระซิบ หมอดูผู้ชี้นำการเมือง เพื่อจูงความรู้สึกคนให้เชื่อว่าคนที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีได้ต้องมีวาสนา มีดวง ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง โดยที่หมอปรายแอบไปหลอกถามท่ายมฯ และท่านยมก็ตอบว่า นายกรัฐมนตรีคนที่สามสิบ คือ Mr.P ซึ่งมันก็สอดคล้องกับ Scenario ของการสรรหานายกรัฐมนตรีที่นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษาพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ ได้โพสต์ไว้ในเฟชบุ๊คส่วนตัวว่า นายกรัฐมนตรีจะเป็นลุงป้อม หรือ Mr.P ตามที่หมอปรายได้ไปถามท่านยมฯ มา

ในที่สุดต้อง "ก้าวข้ามความขัดแย้ง เดินหน้าประเทศไทย" สามัคคีภายในรับศึกใหญ่ภายนอก!!!! 1 เมื่อวานนี้ก้าวไกลลงมติไม่โหวตให้กับรัฐบาลข้ามขั้ว เพราะต้องยืนหยัดในภารกิจที่ประชาชนมอบหมายในการเลือกตั้ง คือปิดสวิตช์การสืบทอดอำนาจ ปิดสวิตซ์ 3ป.  ปิดสวิตช์ สว. ซึ่งเป็นการปิดฉาก  2 เมื่อก้าวไกลจะไม่โหวตให้รัฐบาลข้ามขั้ว เพื่อไทยก็โดดเดี่ยวเดียวดาย เป็นเจ้าบ้านจัดตั้งรัฐบาล แต่มี สส.แค่ 141 ส่วนแขกที่เชิญเข้ามาในบ้านมีถึง 188 แบบนี้แหละที่พิชัยสงครามเรียกว่า"กลสลับแขกเป็นเจ้าบ้าน" การแฉชนิดปิดฉากของคุณชูวิทย์ อาจปิดฉาก แคนดิเดต ของคุณเศรษฐาด้วย สถานการณ์ล่าสุดเริ่มชัดว่ายากที่จะได้รับความเห็นชอบถึง 375 เสียง  3คุณอุ๊งอิ๊ง คงไม่ยอมตกเป็นตัวประกัน เพราะสถานการณ์วันนี้ การเผาเสื้อแดงในทุกเขตเลือกตั้งทั่วประเทศและโหมกระแสกระหน่ำไปที่คุณอุ้งอิ๊ง ซึ่งเป็นกล่องดวงใจ จึงสะเทือนสะท้านไปถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า ส่อว่าจะต้องถอนตัว จากนั้นน้าหนูก็ต้องถอนตัวตาม ก็ต้องส่งไม้ให้ลุงป้อม เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง เดินหน้าประเทศไทย ต่อไป  นี่คือ Scenario การได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของนายไพศาล พืมงคล

ปรากฏการณ์ที่สอดคล้องกับ Scenario นี้คือ สว.เสรี สุวรรณภานนท์ ได้ออกมาแถลงว่า กรรมาธิการพัฒนาการเมืองสมาชิกวุฒิสภาเข้ารับเรื่องร้องเรียนนายเศรษฐา ทวีสินเลี่ยงภาษีในการซื้อขายที่ดินในซอยทองหล่อ นั่นจึงเป็นอุปสรรคด่านสำคัญของนายเศรษฐาที่ต้องพิสูจน์ตัวเองออกมาให้น่าเชื่อถือ อีกทั้งนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ได้ออกมาแฉเรื่องการเลี่ยงภาษีในการซื้อขายที่ดิน รวมทั้งยื่น กลต. ในการใช้ นอร์มินีตั้งบริษัทซื้อขายที่ดินเพื่อสร้างส่วนต่างของราคาและเลี่ยงภาษีด้วยการปล่อยให้เป็นบริษัทร้าง ซึ่งมันก็สอดคล้องกับคำพูดของนายจัตุพร พรหมพันธุ์ ที่ชี้ว่านายเศรษฐา ทวีสินจะไม่ผ่านเสียง สว. และจะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนนายสมชาย แสวงการ ได้ออกมาโพสต์ว่า “รัฐบาลสลายขั้ว เป็นการแก้ไขหรือ สร้างวิกฤติ เร่งตั้ง ส.ส.ร. ล้มรัฐธรรมนูญปราบโกง เพื่อใคร??..เป็นคำถามที่ดังมาในการที่จะกระชากให้ความคิดที่บรรเจิดหยุดชะงัก ส่วน นายกิตติศักดิ์ รัตนะวราหะ ก็ออกมายอมรับว่า “พ.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ คุมเสียง ส.ว. แต่มันผ่อนคลายไปในแง่สมมติว่าถ้า พล.อ.ประวิตรได้ร่วมรัฐบาล ตรงนั้นมันก็อนุโลมได้ แม้ว่าที่มาของ สว. จะมาจาก พ.ล.ประวิตร และพล.อ.ประยุทธ์ ผมคิดว่าถึงเวลาตัดสินใจ เราก็คงอยู่ด้วยเหตุด้วยผลของ สว. แต่ละคน” อีกทั้งนายศิโรจน์ คล้ามไพบูลย์ ก็ออกมาพูดว่า แหล่งข่าวให้ข้มูล่วา “สว. ไม่มีความแน่นอนให้กับพรรคเพื่อไทย และยังมี สว.บางคน ยังเรียกรับผลประโยน์จากการสรรหานายกรัฐมนตรีด้วยการเรียกรับเงิน 20 ล้านบาทจึงจะยกมือโหวตให้

เหตุการณ์ทางการเมืองมันค่อยๆ ดำเนินไปตาม Scenario ทั้งที่นายไพศาล พืชมงคลและนายจัตุพร พรหมพันธุ์ ได้พูดไว้ แต่โดยส่วนตัวไม่ได้เชื่อว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะไม่หยุดอยู่ที่ลุงป้อม ซึ่งเป็น Mr.P ตามที่หมอปราย พรายกระซิบชี้นำไว้ เพราะยังเหลือ Mr.P อีกสองท่าน คือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แคนดิเดทนายกรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติและ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว ยังพอเห็นปรากฏการณ์ที่จะทำให้ Mr.P หมายถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา คือ การที่ศาลรับเรื่องร้องเรียนนาฬิกายืมเพื่อนของลุงป้อม และกระแสนายกคนนอก ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ลาออกจากพรรคการเมือง และบอกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ซึ่งสามารถที่จะเป็นนายกคนนอกตามกระแสที่เริ่มมีควันลอยออกมาจากแหล่งกำเนิดควัน

เท่าที่สังเกตุเห็นลุงตู่เขาให้สัมภาษณ์สื่อทุกครั้ง จะเห็นท่าทีของลุตู่สบายๆ ซิวๆ เหมือนกับสบายใจอะไรสักอย่าง เหมือนกับรอให้เหตุการณ์ค่อยดำเนินไปตามลำดับในร่องที่กำกับให้เส้นทางการเมืองมันเดินไป เดี๋ยวมันก็มาถึงลุงเอง