Think In Truth

ฤา...'ดร.ทักษิณ'จะเกิดมาเพื่อโดนหลอก โดย : หมาเห่าการเมือง



หากจะว่ากันไปแล้ว ถือว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นคนเก่งคนหนึ่ง ที่สามารถบริหารงบประมาณของประเทศแล้วได้ใจของประชาชนโดยส่วนใหญ่ จนเกิดความกังวลของพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามอย่างพรรคประาธิปัตย์ ที่อยู่ร่วมกับการเมืองสายชนชั้นสูงมาโดยตลอด การขยายตัวทางความคิดการเมืองการปกครองแบบประชาธิปไตยได้หยั่งรากลึกลงไปจนถึงระดับรากหญ้า มวลชนคนรากหญ้าได้ออกมาสนับสนุน ดร.ทักษิณ ชินวัตรจำนวนมาก โดยได้จากการลงพื้นที่แบบทัวร์นกขมิ้น ที่มีการสื่อสารถึงมวลชนแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้คนแห่งแหนกันเข้ามาต้อนรับและให้กำลังใจจำนวนมาก นั่นคือส่วนหนึ่งที่เป็นเหตุผลที่ ดร.ทักษิณกลายเป็นอุปสรรคที่สำคัญในทางการเมือง ที่พรรคฝ่ายตรงข้ามต้องขจัดออกไปให้พ้นทางทาง

ปรากฏการณ์ที่มีความพยายามใช้ความรุนแรงในการขจัด ดร.ทักษิณ ก็เกิดขึ้นเป็นระยะ ตามคำบอกเล่าของ พลเอกพลลภ ปิ่นมณี  ที่มีการลอบสังหาร ดร.ทักษิณถึงห้าครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคาร์บอมบ์ที่กลายเป็นเรื่องคาร์บ๊อง หรือแม้แต่การระเบิดเครื่องบินการบินไทยที่สนามบินดอนเมืองเที่ยวบินที่ ดร.ทักษิณจะเดินทางไปเชียงใหม่แล้วกลายเป็นเรื่องแครื่องแอร์เครื่องบินระเบิด ทั้งหลายทั้งมวล โดยส่วนหนึ่งเครือข่ายผลประโยชน์ของกลุ่มทุนผูกขาดดั้งเดิม และพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม ความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองกับทุนผูกขาดดั้งเดิม จึงวางแผนล้มทักษิณ เพื่อขจัดให้พ้นทาง สุดท้าย ดร.ทักษิณ ถึงแม้นว่าจะเก่งสักปานได้ ก็ต้องพ่ายแพ้ด้วยกลยุทธ์ที่มีทั้งปลอบ ขู่ ส่งคนเข้ามาแนะนำเพ่อให้ตัดสินใจในเกมของฝ่ายตรงข้าม จนตนเองต้องระเห็ดออกไปอาศัยอยู่นอกประเทศ

พรรคการเมืองที่ถูกสร้างขึ้นมาโดย ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้ถูกยุบถึงสองครั้ง คือ พรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน นายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยก็ถูกฝ่ายตรงข้ามขัดขวางการทำงานจนต้องยุบสภาและถูกทำรัฐประหาร คือ นายสมัคร สุนทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังจากนั้น อำนาจการปกครองก็ตกอยู่ภายใต้ของรัฐบาลของฝ่ายทุนผูกขาดดั้งเดิมและพรรคการเมืองที่ให้การสนับสนุน

ทุกครั้งที่พรรคการเมืองที่สร้างมาจากโดย ดร.ทักษิณ ที่มีสายสัมพันธ์ที่ยึดโยงประชาชนสูญเสียอำนาจการปกครอง ก็มักจะถูกหลอก เช่นครั้งแรก ถึงแม้นว่า ดร.ทักษิณจะระมักระวังตัวเองจนรอดจากการลอบสังหารถึงห้าครั้งตามคำบอกเล่าของ พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี แต่ก็ต้องพ่ายแพ้จากคนที่อยู่ใกล้ชิดอย่างเจ้าแนนนี่ อดีต รมต.ก.ต่างประเทศ ที่เป็นตัวแทนของฝ่ายทุนผูกขาดที่ให้ข้อมูลการตัดสินใจกับฝ่ายตรงข้าม ดร.ทักษิณเสมอมา จนถูกทำรัฐประหารในวันที่ 29 มิถุนายน 2549 โดยพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เช่นกัน วาทกรรมที่หลอกให้ประชาชนเกลียดชังและเข้าใจผิด ถูกโหมกระหน่ำจากสื่อบิดเบือนที่สร้างไอโอ ไม่ว่าจะเป็นวาทกรรม เผาบ้าน เผาเมือง แต่สุดท้าย คนที่ถูกจับก็ไม่ได้รับความผิด เพราะหลักฐานมันขัดแย้งกับความเป็นจริง หรือแม้แต่โกงจำนำข้าว ทั้งที่ประชาชนได้ประโยชน์ และมีการขัดขวางการดำเนินการของรัฐ สุดท้ายแล้วก้ถูกยกฟ้อง แต่ความเสียหายจากการจำนำข้าว กลายเป้นการประมูลข้าวในโกดัง ที่อ้างกันว่าข้าวเน่า เมื่อทุนผูกขาดดั้งเดิมเป็นผู้ประมูลกันได้ ผู้ประมูลได้กลับเอาข้าวไปขายในราคาข้าวดี และอีกหลายๆ อย่าง ที่กลุ่มทุนผูกขาดดั้งเดิมและพรรคการเมืองที่ได้รับการสนับสนุนพยายามสร้างวาทกรรมหลอกลวง เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและผลประโยน์ ก่อนที่จะถูกยึดอำนาจก็ถูกหลอกให้ไปร่วมประชุมคุยเพื่อหาทางออกและก็ถูกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ปิดประตูห้องประายึดอำนาจการปกครอง

การสร้าง “ผีทักษิณ” ก็เป็นอีกหนึ่งของชุดความคิดแห่งการหลอกลวง เพื่อสร้างความเกลียดชังในการขจัด ดร.ทักษิณให้พ้นทาง ในขณะที่ ดร.ทักษิณ ชินวัตร พยายามสื่อสารเข้ามาภายในประเทศไทย เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ในการจะกลับบ้านมาโดยตลอด “ผีทักษิณ” จึงเป็นชุดความคิดหนึ่งที่ทำให้ ดร.ทักษิณ ชินวัตรกลับเข้ามาในประเทศไม่ได้ เพราะยังมีกลุ่มคนที่เกลียดชัง ดร.ทักาษิณ ชินวัตร ที่ถูกครอบงำชุดความคิดในทางลบแก่ ดร.ทักษิณ ไม่ว่า ตีเสมอเจ้า ล้มเจ้า โกงและอื่นๆ อีกมากมาย ความพยายามที่จะกลับของ ดร.ทักษิณ ก็ยังคงเต็มเปรี่ยมโดยไม่กลัวว่าจะติดคุก ดังที่เขาได้โพสต์เพลง “What's ever It will be will be”

ก่อนการเลือกตั้ง เชื่อว่า ดร.ทักษิณ ชินวัตร เชื่อว่าได้มีการติดต่อประสานการกลับบ้านมาโดยลำดับ โดยใช้พรรคเพื่อไทยเป็นเครื่องมือในการต่อรอง ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยก็ดำเนินการแคมเปญแลนด์สไลด์ ซึ่งก็เป็นพลังต่อรองในการกลับบ้านกับผู้มีอำนาจในประเทศ โดยที่ผู้มีอำนาจในประเทศก็คงวางแผนรองรับการกลับบ้านของ ดร.ทักษิณ ด้วยเช่นกัน แต่ผลการเลือกตั้งออกมา กลายเป็นพรรคก้าวไกลเป็นผู้นะการเลือกตั้ง ความช็อคทางการเมืองจึงเกิดขึ้น การทรงตัว รักษาอาการของนักการเมืองที่กำแผนรองรับการกลับบ้านของ ดร.ทักษิณ ซึ่งออกอาการที่ผิดหวัง และทำอะไรออกไปแบบขัดๆ และผิดหลักการ ที่เสี่ยงต่อการติดคุกหรือทำให้ประชานขาดความเชื่อมั่น สิ่งที่ทั้งฝ่ายทักษิณและฝ่ายอำนาจนิยมทำได้คือถ่วงเวลาและเตะสกัดพรรคก้าวไกล

เมื่อสกัดพรรคก้าวไกลพ้นทางแล้ว เกมการต้มทักษิณก็เริ่มเดินหน้า ด้วยการแยกน้ำออกจากปลา คือการแยกพรรคเพื่อไทยออกจากพรรคก้าวไกล สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือ พรรคเพื่อไทยสูญเสียมวลชนไปมากกว่า 70% อำนาจการต่อรองในพรรคร่วมจะตั้งรัฐบาลข้ามขั้วของพรรคเพื่อไทยก็ลดฮวบลงในทันที รวมทั้งกำลังต้านการกล่าวหา ใส่ร้าย บูลลี่ของพรรคก้าวไกลก็ลดลง ในขณะที่แคนดิเดทนายรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยก็ถูกแฉพฤติกรรมการทำธุรกิจที่ไม่ตรงไปตรงมา ใช้บริษัทนอมินีโกงเงินผุ้ถือหุ้นของบริษัทมหาชนที่ตนบริหารอยู่ ด้วยการซื้อที่ดินในราคาที่แพงขึ้น แล้วปล่อยให้บริษัทนอมินีเป็นบริษัทร้าง เพื่อเลี่ยงภาษี รวมทั้งเตรียมข้อมูลนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงของพรรคมาเตรียมถล่มแคนดิเดทคนต่อไปจากนายเศรษฐา ในขณะที่แลกด้วยการข้ามขั้วมาร่วมรัฐบาลกับพรรครัฐบาลเดิม พร้อมทั้งตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อแลกกับการกลับบ้านของ ดร.ทักษิณ โดยที่พรรคเพื่อไทยเกิดผลกระทบต้นทุนทางการเมืองมากมาย แต่พรรคเพื่อไทยก็ยอมดำเนินการตามหลักการ เพราะเชื่อว่า ดร.ษิณ ชินวัตรจะได้กลับประเทศไทย ด้วยความช่วยเหลือจากผู้มีอำนาจในเวลานี้

มันสอดคล้องกับข้อมูลของ นายไพศาล พืชมงคล ได้โพสต์ในเฟชบุคส่วนตัว่า ถึงการเมืองฉากสามที่พอสรุปได้ว่า ขั้วการเมืองรัฐบาลเดิมทั้งหมดตกลงเข้าร่วมรัฐบาล ผลักดันให้พรรคอันดับสอง กลายเป้นพรรคเสียงข้างน้อยในรัฐบาลไปในทันที แคนดิเดทนายรัฐมนตรีอย่างนายเศรษฐากำลังถูกกดดันอย่างหนัก อาจจะมีการถอนตัว ถึงตอนนั้นอุ๊งอิ๊งคงถอนตัวตาม ท่านชัยเกษมก็สุขภาพไม่พร้อม ไม้จึงถูกส่งถึงน้าหนูซึ่งก็คงถอนตัวเช่นกัน ไม้คิวก็จะถูกส่งถึงลุงป้อมตามที่คาด ส่วนพรรคก้าวไกลเป็นรองประธานสภาคนที่ 1 จึงทำให้นายพิธาเป็นผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้ ฝ่ายค้านจึงไม่ค่อยเป็นปัญหากับฝ่ายรัฐบาลมากนัก สภาเปิดประชุมมาแล้วเกือบ สองเดือน ยังไม่ได้ตั้งกรรมาธิการซึ่งเป็นกลไกของการทำงานของสภาทั้ง 35 ชุด ซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องรอในการจัดตั้งรัฐบาล เพื่อระหว่างรัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายบริหารและสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ มันไม่เกี่ยวกัน กฏหมายที่จะต้องผ่านวาระที่ 1 ก็ต้องค้างติดกึก นั่นหมายถึงการมีไอ้โม่งในสภาหลอกให้สภาชะลอการตั้งกรรมาธิการเพื่อดำเนินกิจการสภาหรือไม่??....

วันนี้นายไพศาล พืชมงคลยังโพสต์เพิ่มเติมว่า

1 เป็นไปตามแผนตามคาด สอยพิธาตกสวรรค์ ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องของกกต. และสั่งให้พิธายุติปฏิบัติหน้าที่ส.ส ตั้งแต่เมื่อวาน และโหวตไม่ให้เสนอชื่อ เป็นแคนดิเดตนายกในรอบที่ 2 ซึ่งอาจมีปัญหาต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเรื่องนี้ต่อไป

2 รัฐสภานัดประชุมเลือกนายกครั้งต่อไปวันที่ 27 เวลาเช้า ในคราวนี้จะเป็นการเสนอชื่อนายเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งคงจะไม่ผ่าน เว้นแต่พรรคเพื่อไทย จะเชิญพรรคภูมิใจไทย หรือพรรคพลังประชารัฐและพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมรัฐบาลได้สำเร็จ ถ้าไม่ผ่านก็จะเสนอชื่อคุณอุ้งอิ้งต่อไป ถ้าหากไม่ผ่าน ก็จะเป็นคิวการเสนอชื่อลุงป้อมเป็นนายกรัฐมนตรี คราวนี้ผ่านแน่นอน!!!

3คำพยากรณ์ของสมเด็จพระสังฆราชของพม่า หรือว่ากำลังจะเป็นความจริง!!!!

4เดินทีละก้าวแบบนี้ ไม่รู้ว่า จะทันต่อการรับมือกับการล่มสลายของเศรษฐกิจ และ ทันต่อการรับมือสงครามใหญ่ ในแปซิฟิกที่กำลังจะระเบิดขึ้นหรือไม่หนอ???

เรื่องราวต่างๆ ทางการเมืองที่ดำเนินมา สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามคาดไว้แม้แต่เรื่องเดียว ไม่ว่าพรรคอันดับหนึ่ง ไม่ได้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร นายพิธาไม่ผ่านโหวตรับรองเป็นนายกรัฐมนตรี พรรคที่เชื่อว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยที่มี สส. เพียงคนเดียว ออกมากดดันพรรคอันดับหนึ่งให้ยอมเป็นฝ่ายค้าน เพื่อไทยถีบส่งพรรคก้าวไกลจับมือกับภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาล เพื่อไทยขอให้ก้าวไกลเสียสละช่วยโหวตแต่ให้เป็นฝ่ายค้าน  ไม่เอา 3 ป. ปิดสวิตช์ สว. แต่เพื่อไทยร่วมกับพลังประชารัฐ และรวมไทยสร้างชาติและเพิ่งเสียงโหวตจาก สว. แคนดิเดทนายกฯ เพื่อไทยถูกแฉและกดดันแทบจะหมดความน่าเชื่อถือในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาลจากรัฐบาลเดิมยังคงได้กระทรวงเดิมในการกำกับดูแล ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ ดร.ทักษิณวางแผนให้มันเป็นอย่างนี้หรือไม่ หรือเป็นการสมยอมให้เป็นอย่างนี้ โดยยอมให้ถูกหลอกเพียงเพื่อจะได้กลับบ้าน แล้วอนาคตอันใกล้นี้ จะ ดร.ทักษิณ จะไม่ถูกหลอกอีกหรือ??.หรือว่าเขาเกิดมาเพื่อถูกหลอกทั้งชีวิต