Think In Truth

'มั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน'นโยบายพรรคเพื่อไทย โดย : หมาเห่าการเมือง



นโยบายเงินดิจิทัลของพรรคเพื่อไทย มีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และกระจายรายได้ให้ประชาชนทุกระดับ โดยการให้เงินดิจิทัลจำนวน 10,000 บาท แก่คนไทยทุกคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งจะเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่จำเป็น เช่น อาหาร เสื้อผ้า ยารักษาโรค เป็นต้น เงินดิจิทัลเหล่านี้จะไหลเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายและบริโภคมากขึ้น ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจฐานรากและภาคบริการ

นอกจากนี้ นโยบายเงินดิจิทัลยังช่วยส่งเสริมการออมของประชาชน โดยกำหนดให้เงินดิจิทัลมีอายุการใช้งาน 6 เดือน ประชาชนจึงจำเป็นต้องใช้เงินเหล่านี้อย่างคุ้มค่า และประหยัดเพื่อไม่ให้เงินหมดอายุก่อนกำหนด

นโยบายเงินดิจิทัลของพรรคเพื่อไทยเป็นนโยบายที่มีศักยภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย แต่รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ซึ่งสนองกับนโยบายของพรรคเพื่อไทย ซึ่งสอดรับกับนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติ คือ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” หากผสมผสานกันอย่างบูรณาการที่ลงตัวและสอดคล้องกับวิถีของสังคมไทยที่เป็นอยู่ปัจจุบัน

มั่นคง

ความมั่นคง นโยบายเงินดิจิทัลของพรรคเพื่อไทย จะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยช่วยให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น และช่วยให้ภาคธุรกิจมีสภาพคล่องมากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศมีความเข้มแข็ง

มั่งคั่ง

นโยบายเงินดิจิทัลของพรรคเพื่อไทย มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล โดยกำหนดให้เงินดิจิทัลสามารถใช้ชำระค่าสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การศึกษาออนไลน์ ซอฟต์แวร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น นโยบายนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลในประเทศ ส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

ยั่งยืน

นโยบายเงินดิจิทัลของพรรคเพื่อไทย มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการใช้เงินสดและส่งเสริมการชำระเงินแบบดิจิทัล โดยกำหนดให้เงินดิจิทัลสามารถใช้ชำระค่าสินค้าและบริการได้ทุกที่ทั่วประเทศ นโยบายนี้จะช่วยลดการใช้เงินสดในระบบเศรษฐกิจ ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและลดความเสี่ยงจากการทุจริต

หากพรรคเพื่อไทยสามารถดำเนินการนโยบายเงินดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ นโยบายนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้ให้ประชาชน และส่งเสริมการลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการที่อาจต้องพิจารณา เช่น 1.งบประมาณที่ใช้ในโครงการอาจสูงมาก เนื่องจากต้องแจกเงินดิจิทัลให้กับประชาชนทุกคน 2.ต้องมีการพัฒนาระบบการชำระเงินดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั่วประเทศ 3.ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่าระบบการชำระเงินดิจิทัลมีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ

หากรัฐบาลสามารถดำเนินการตามนโยบายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยหลายประการ เช่น 1.กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและกระจายรายได้ให้ทั่วถึงมากขึ้น 2.เพิ่มโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย 3.ช่วยลดการพึ่งพาเงินสด 4.เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบการชำระเงิน

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไม่สามารถดำเนินการตามนโยบายนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ เช่น 1.เกิดปัญหาเงินเฟ้อเนื่องจากประชาชนมีเงินใช้มากขึ้น 2. เกิดปัญหาหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นเนื่องจากประชาชนใช้เงินดิจิทัลอย่างฟุ่มเฟือย 3.เกิดปัญหาการฉ้อโกงหรืออาชญากรรมทางการเงิน

การดำเนินนโยบายเงินดิจิทัลของพรรคเพื่อไทย อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดในประเด็นต่างๆ ดังนี้

ต้นทุนในการดำเนินการ

การจัดตั้งระบบกระเป๋าเงินดิจิทัล และระบบการชำระเงินแบบดิจิทัล จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลต้องเพิ่มภาระหนี้สาธารณะหรือขึ้นภาษีเพื่อนำมาใช้ รัฐบาลจึงควรมีการศึกษาต้นทุนในการดำเนินการอย่างรอบคอบ และพิจารณาหาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม แต่นั่นก็มีเสียงกระซิบว่า ทางรัฐบาลจะใช้ระบบกระเป๋าเงินดิจิทัลของธนาคารกรุงไทย ซึ่งก้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะลดต้นทุนในการจัดการกับระบบ แต่อาจจะเพิ่มต้นทุนในการปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพ สนองการใช้และเข้าถึงผู้ใช้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ

ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ถือกระเป๋าเงินดิจิทัล เช่น ข้อมูลบัตรประชาชน ข้อมูลบัญชีธนาคาร เป็นต้น เป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องได้รับการปกป้องจากความเสี่ยงในการถูกโจรกรรมหรือนำไปใช้ในทางที่ผิด รัฐบาลจึงควรมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างรัดกุม

ผลกระทบต่อระบบการเงินปัจจุบัน

นโยบายเงินดิจิทัลอาจส่งผลกระทบต่อระบบการเงินปัจจุบัน เช่น การลดบทบาทของสถาบันการเงินดั้งเดิม รัฐบาลจึงควรมีมาตรการกำกับดูแลระบบการเงินอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อเสถียรภาพของระบบการเงิน

การกระจายรายได้ไม่เท่าเทียม

หากเงินดิจิทัลถูกนำไปใช้จ่ายในสินค้าและบริการที่หรูหราหรือฟุ่มเฟือย นโยบายเงินดิจิทัลอาจไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง รัฐบาลจึงควรมีมาตรการกำกับดูแลการใช้จ่ายเงินดิจิทัล เพื่อไม่ให้กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนที่มีรายได้สูง

เพื่อแก้ไขปัญหาและป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินนโยบายเงินดิจิทัล รัฐบาลควรดำเนินการดังนี้

ศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบของนโยบายอย่างรอบคอบ

รัฐบาลควรศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบของนโยบายเงินดิจิทัลในทุกมิติอย่างรอบคอบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อเตรียมมาตรการรองรับและแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

มีมาตรการกำกับดูแลอย่างเหมาะสม

รัฐบาลควรมีมาตรการกำกับดูแลระบบกระเป๋าเงินดิจิทัล และระบบการชำระเงินแบบดิจิทัลอย่างเหมาะสม เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน และป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

สื่อสารและประชาสัมพันธ์อย่างมีประสิทธิภาพ

รัฐบาลควรสื่อสารและประชาสัมพันธ์นโยบายเงินดิจิทัลให้ประชาชนเข้าใจอย่างถูกต้อง เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นโยบายเงินดิจิทัลของพรรคเพื่อไทยเป็นนโยบายหนึ่งที่ถือว่าพรรคเพื่อไทยกล้าทุ่มหมดหน้าตักในการประกาศนโยบายเพื่อการดำเนินการ แต่ก็เชื่อว่าส่วนหนึ่งก็มาจากแนวคิดของอดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ ชินวัตร ที่ประสบผลสำเร็จในการดำเนินนโยบายกองทุนหมู่บ้าน แต่นั่นก็เป็นการดำเนินการด้วยระบบอะนาล็อก ที่มีกรมพัฒนาชุมชนเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งก็ยังขาดประสิทธิภาพในการดำเนินการที่สอดคล้องกับุมชน เนื่องจากใช้ระบบราชการไปเป็นกรอบในการดำเนินการมากจนเกินไป แต่ก็ยังมีพื้นที่ที่สามารถดำเนินการไปได้ด้วยดี ซึ่งก็ต้องอาศัยความเข้มแข็งของชุมชนจริงๆ ที่ใช้กองทุนเพื่อการจัดการทรัพยากรของชุมชน ในการก่อมูลค่าจากคุณค่าของทรัพยากร ภายใต้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการ โดยปราศจากการครอบงำจากหน่วยงานราชการ ที่มีหน่วยงานราชการคอยให้การสนับสนุน ทรัพยากรเครื่อข่ายทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยยังคงรอที่จะเห็นพรรคเพื่อไทยที่ได้โอกาสได้อำนาจในการปกครองแล้ว จะใช้อำนาจในการปกครองเพื่อการบริหารจัดการนโยบายเงินดิจิทัลให้เกิดการก่อรายได้อย่างต่อเนื่อง เกิดการหมุนเวียนเงินให้เป็นฐานรากของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เป็นความมั่งคั่งที่ระบบทุนของประเทศไทยมีความแข็งแกร่ง มีการกระจายรายได้อย่างทั่วถึงตามศักยภาพของแต่ละชุมชน แต่ละบริษัท แต่ธุรกิจหรือแต่ละกลุ่มทุน ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในขั้นที่สาม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนของการพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง หวังว่านโยบายเงินดิจิทัลของรัฐบาล “อึ่งไข่” จะไม่เป็นเป็นอึ่งที่ถูกจับไปหนีบไม้ไผ่ย่างขายที่สถานีรถไฟห้วยทับทัน แต่หวังว่านโยบายของรัฐบาล “อึ่งไข่” จะเป็นไข่ที่เจริญเติบโตไปเป็นอึ่งอ่าง ที่จะเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อาหารของธรรมชาติ ที่สร้างสมดุลกับระบบสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ประหนึ่งระบบเศรษฐกิจของประเทศที่ดำเนินการโดยรัฐบาล “อึ่งไข่” หรือรัฐบาลเพื่อไทย หรือรัฐบาลเศรษฐา1 นี่เป็นความหวังแห่งยุค “ชาวศิวิไลซ์” ที่รอคอย