In News

นายกฯแจงในสภาฯยันรัฐฯใส่ใจ'เกษตรกร' จับมือแก้ทุกด้านจนทำราคาข้าว-ยางพุ่ง



กรุงเทพฯ-นายกฯ แจงสภาฯ รัฐบาลให้ความสำคัญกับรายได้เกษตรกรไทย ทำงานอย่างบูรณาการ มุ่งเปิดตลาดใหม่ ทำให้ราคาพืชเกษตรสูงขึ้น ทั้งข้าว-ยางพารา  นายกฯได้ย้ำพร้อมให้ความกระจ่างเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล ยืนยันทำงานด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง

วันนี้ (3 เมษายน 2567) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 32 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 152 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้  

นายกฯ ชี้แจงถึงการดำเนินการของรัฐบาล ในการดูแลเรื่องรายได้ของเกษตรกรประเทศไทยซึ่งมีกว่า 10 ล้านคนว่า รัฐบาลตระหนักดีถึงเรื่องนี้ เรามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 314 เสียง ซึ่งทุกคนต่างเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง รัฐบาลพร้อมรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกคนเกี่ยวกับเรื่องรายได้ของเกษตรกร โดยจะเห็นได้จากราคายางที่สูงขึ้น จาก 30 บาท/กิโลกรัม เป็น 100 บาท/กิโลกรัม ราคาข้าวก็สูงเช่นกัน รวมถึงพืชผลทางการเกษตรอื่น ๆ ก็ดีขึ้น อีกทั้งยังไม่มีการประท้วง ไม่มีการขอร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ เพราะรัฐบาลมีการเปิดตลาด ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ได้กำกับดูแลเรื่องนี้อยู่ มีการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อเปิดตลาดใหม่ มีการเรียกประชุมทูตพาณิชย์กำหนด KPI หรือตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่าต้องทำอะไรบ้าง ต้องขายของอะไรบ้างในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งไม่เคยมีการทำเช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อนในอดีต ที่มีการเรียกทูตพาณิชย์และเอกอัครราชทูตประจำประเทศต่าง ๆ มาทำงานอย่างบูรณาการ เพื่อให้ราคาพืชผลทางการเกษตร ราคาสินค้าไทยที่ไปขายต่างประเทศดีขึ้น มีการเปิดตลาดใหม่ ๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งที่กล่าวมานั้นก็เป็นผลระยะสั้นที่รัฐบาลได้ดำเนินการมา

นอกจากนี้ นายกฯ ย้ำถึงการแก้ปัญหาเรื่อง PM2.5 ว่า รัฐบาลได้มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เข้าสภาแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาในอดีตหรือในปัจจุบันจังหวัดเชียงใหม่ยังมีปริมาณฝุ่นที่สูงติดอันดับโลกอยู่ แต่หากเปรียบเทียบระหว่างปีที่ผ่านมากับปีนี้ จำนวนจุด Hotspot ต่าง ๆ ลดลงไปอย่างมาก และจะยังทำงานเรื่องนี้ต่อไป ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและขอยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับสิทธิพื้นฐานของประชาชนทุกคน

สำหรับประเด็นการเดินทางต่างประเทศนั้น นายกฯ ชี้แจงว่าการเดินทางไปต่างประเทศ 10 กว่าครั้งนั้นเกินครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องที่ควรต้องไป เป็นเรื่องอาเซียนที่มีการประชุมเป็นประจำอยู่แล้ว อีกทั้งรัฐบาลเองยังเป็นน้องใหม่ เป็นผู้นำที่เพิ่งได้เข้าสู่ตำแหน่ง จำเป็นต้องมีการพบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนนโยบายซึ่งกันและกันเพื่อให้ประเทศไทยมีตัวตนในเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ World Economic Forum ที่จัดขึ้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยไม่มีผู้นำเดินทางไปร่วมประชุมกว่า 12 ปีแล้ว ซึ่ง Meeting ต่าง ๆ ใน World Economic Forum เต็มไปด้วยคุณภาพ และเต็มไปด้วยขั้นตอนต่อไปที่เราสามารถนำมาให้ประโยชน์กับประชาชนทุกคนได้ ตลอดจนการเจรจา Free Trade Agreement (FTA) ก็มีผลสัมฤทธิ์ไปแล้ว และกำลังเดินหน้าต่ออย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น

นอกจากนี้ นายกฯ กล่าวถึงในเรื่องการ Upgrade Aviation Hub  ซึ่งเมื่อวานนี้ (2 เม.ย. 67) ได้มีการประกาศเรื่องแผนงานของการท่องเที่ยว เรื่องของ Finance center เรื่องของ Wellness ซึ่งกำลงทยอยออกมา อย่างไรก็ตามจะต้องใช้เวลา เพราะรัฐบาลเพิ่งเข้ามาบริหารเพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้น โดยเชื่อว่าทุกคนทำงานอย่างหนักและรัฐมนตรีทุกคนมีความปรารถนาดีกับประชาชน ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีข้อเสนอแนะ ยินดีรับฟัง ยินดีรับข้อเสนอแนะจากสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกคน รัฐมนตรีทุกคนพร้อมที่จะให้ความกระจ่างกับท่านสมาชิกทุกคนในทุกเรื่อง ถ้าเป็นเรื่องของการกล่าวโทษหรือกล่าวหาก็ขอหลักฐานและเหตุผลด้วย เราจะได้ทำงานต่อไปได้ และสำหรับเรื่องกระบวนการยุติธรรม เชื่อว่าประเทศไทยหลังจากที่มีการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีการก้าวหน้าไปสู่ประชาธิปไตยที่ดีขึ้น

นายกฯ ชี้แจงสภาฯ ย้ำพร้อมให้ความกระจ่างเกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาล

นายกฯ ยินดีที่ได้มารับฟังข้อคิดเห็นของสมาชิกฯ ทั้งสองฝ่ายคือฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะได้มาตอบข้อสงสัยหรือหากมีประเด็นใดที่ยังไม่ชัดเจน รัฐบาลก็จะพยายามตอบโดยรัฐมนตรีทุกคนพร้อมที่จะให้ความกระจ่าง หรือหากสมาชิกมีข้อเสนอแนะ ก็จะนำไปปฏิบัติให้ได้ผลเป็นรูปธรรม ซึ่งยินดีได้มารับฟังวันนี้ และจะให้เวลา 2 วัน ที่จะได้มีการพูดคุยกันอย่างสร้างสรรค์ ทำให้ประชาชนที่รับฟังอยู่ได้รับข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง

สำหรับกรณีที่สมาชิกฯ ได้กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลในประเด็นต่าง ๆ ทั้งเรื่องของสิ้นหวัง ล้มเหลว ไม่โปร่งใส ไม่ปฏิรูป ถอยหลัง วกวน ปิดบัง ทำลาย นั้น นายกฯ ชี้แจงว่ายังมีอีกด้านหนึ่งเช่นกันไม่ว่าจะเป็นมีหวัง สำเร็จ สิทธิพัฒนา แทนที่จะเป็นปฏิรูป ต่าง ๆ เหล่านี้ ถอยหลัง ก้าวหน้า วกวน เราก็เดินหน้าไป ปิดบังเราก็มีความโปร่งใส ซึ่งหลายอย่างที่รัฐบาลนี้ทำอยู่ก็พยายามทำให้เป็นเรื่องบวก เป็นเรื่องของอนาคต เป็นเรื่องของแสงสว่างที่พี่น้องประชาชนจะได้เห็น แต่ไม่เป็นไร หากยังมีข้อกังขาอยู่ในประเด็นดังกล่าวทั้งเรื่องของการปิดบัง ไม่โปร่งใส ไม่สำเร็จ ถดถอย ก็บอกมาได้ รัฐมนตรีทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้พร้อมชี้แจง จากการที่รัฐบาลทำงานมา 6 เดือน และได้มีการอนุมัติงบประมาณไปแล้วเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งมั่นใจว่ารัฐบาลทำงานด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส ยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง และพร้อมให้ความกระจ่างกับสมาชิกฯ ที่ยังไม่มีความเข้าใจกับเรื่องเหล่านี้

นายกฯ ย้ำในเรื่องของหนี้สินที่ระบุว่าไม่มีการบริหารจัดการ ว่า รัฐบาลได้มีการตั้งคณะทำงาน เข้ามาดูแลเรื่องหนี้นอกระบบ ขณะที่เกษตรกรก็มีการพักหนี้ ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มีการเพิกเฉย หรือไม่ได้ดูแลพี่น้องเกษตรกรแต่อย่างใด

ส่วนเรื่องของพลังงาน รัฐบาลมีการดำเนินการดูแลเรื่องของราคาน้ำมันเบนซิน ราคาค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งก็จะดูแลกันต่อไป ยืนยันรัฐบาลไม่ได้เพิกเฉย หรือนิ่งนอนใจว่าไม่ให้ความสำคัญกับประชาชนในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมา รัฐบาลตระหนักดีถึงเรื่องนี้

สำหรับเรื่องยาเสพติด นายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลทำงานกันอย่างชัดเจน มีคณะทำงานที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข กระบวนการยุติธรรมต่าง ๆ โดยในไตรมาส 4 ปีของที่แล้ว เราสามารถจับยาบ้าได้มากกว่าปีก่อนนั้นทั้งปี ตรงนี้เป็นหนึ่งในข้อพิสูจน์ที่รัฐบาลได้มีการทำงาน และกวดขันเรื่องนี้อย่างดีและจริงจัง

นายกฯ ยังได้กล่าวชี้แจงถึงการดำเนินการของรัฐบาลในเรื่องของการท่องเที่ยวว่า  สามารถทำให้ประชาชนมีรายได้เข้ากระเป๋ามากยิ่งขึ้น และรัฐบาลก็มีการดำเนินการอีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องวีซ่าฟรีของประชาชนคนจีน และล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ก็เป็นการพิสูจน์ ให้เห็นแล้วว่าวีซ่าฟรีไทย-จีน ได้มีการเดินหน้าไปแล้วเช่นกัน ทำให้การค้าระหว่างประเทศ นักธุรกิจ นักท่องเที่ยว และการเดินทางไปมาหาสู่กันดีมากขึ้น ส่งผลทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น รวมถึงโรงแรมร้านอาหาร ก็มีคนเข้าจอง และมีการจับจ่ายใช้สอยเงินมากขึ้น ทั้งนี้ในส่วนของประเทศต่าง ๆ ก็จะมีการยกระดับกันต่อไป

นายกฯ ย้ำว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางไปทุก ๆ ประเทศ เพื่อพยายามทำให้พาสปอร์ตไทยมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทุกคนเข้าใจว่าการดำเนินการเรื่องนี้ต้องใช้เวลา แต่การพัฒนาในเรื่องนี้ก็เป็นไปในทิศทางที่ดี และพี่น้องประชาชนก็ได้รับประโยชน์สูงสุด