In Thailand

ผู้ว่าฯร้อยเอ็ดถกคกก.โรคติดต่อจังหวัด เดินหน้าเร่งช่วยผู้ป่วยโควิด



ร้อยเอ็ด-ผวจ.ร้อยเอ็ดประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อเพื่อเตรียมความพร้อมช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด

วันพุธที่ 4 สิงหาคม 2564 เวลา 13.00 น.  นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ร่วมกับคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดร้อยเอ็ด (ศปก.จ.รอ) ณ ห้องประชุมข้าวหอมมะลิ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมนี้ได้มีการประชุมผ่านระบบ Zoom   Meeting ไปยังหน่วยงานราชการ นายอำเภอ และหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีนายเธียรชัย พุทธรังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายชนาส ชัชวาลวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นายชูศักดิ์ ราชบุรี ปลัดจังหวัดร้อยเอ็ด  นายสนอง ดลประสิทธิ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด นายปิติ ทั้งไพศาล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด  นายชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลร้อยเอ็ด นายเอกภาพ พลซื่อ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด คณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดร้อยเอ็ด (ศปก.จ.รอ) เข้าร่วมประชุม

การประชุมในครั้งนี้ที่ประชุมได้รับทราบ สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และผลการดำเนินงานให้บริการวัคซีนโควิด-19 จังหวัดร้อยเอ็ด ที่ประชุมได้มีการหารือในวาระสำคัญ ดังนี้
1. รับทราบข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พรก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 30) และเห็นชอบในการออกประกาศจังหวัดร้อยเอ็ด เรื่อง มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 (ฉบับที่ 38) มีผลตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2564
2. รับทราบกรณีกองทัพบก นำเครื่องบิน 24 ที่นั่ง การนำคนร้อยเอ็ดติดเชื้อโควิด-19 กลับมารักษาในพื้นที่ จำนวน 24 ราย ซึ่งจะออกเดินทางในวันที่ 6 สิงหาคม 2564 เดินทางจากกรุงเทพฯ มายังสนามบินร้อยเอ็ด
3. หารือสถานการณ์โรคโควิด-19 ซึ่งมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือแพทย์ช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยไว้ให้กับโรงพยาบาลทุกแห่ง โดยให้ระดมจัดหาและเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาค
4. รณรงค์ฉีดวัคซีนในกลุ่มเปราะบางที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อแล้วจะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตสูง ได้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคประจำตัว 7 โรค และหญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ขอให้ไปรับบริการที่โรงพยาบาลในพื้นที่อำเภอของท่าน เพื่อปกป้องชีวิตของบุคคลทั้ง 3 กลุ่

ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดได้เน้นย้ำว่าจังหวัดร้อยเอ็ดจะต้องต่อสู้กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลากหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้น และต้องพยายามลดผู้ป่วยสีส้มและสีแดงให้น้อยที่สุด โดยเร่งรับผู้ป่วยกลับบ้านเพื่อนำเข้าสู่ระบบการรักษาให้เร็วที่สุด 

สำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีความจำเป็นในการจัดหาเพื่อสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นระบบจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการด้านการรับบริจาคเพื่อให้มีการประชุมหารือและกำหนดสิ่งที่ต้องการรับบริจาคและจัดทำผังว่าโรงพยาบาลแต่ละแห่งขาดอะไรต้องการอะไร เพื่อชี้เป้าให้ผู้บริจาคได้รับทราบและบริจาคได้ตรงจุด กรณีการจัดการศพและพิธีศพของผู้ที่เสียชีวิตจากโรค โควิด-19 ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดเน้นย้ำว่าจังหวัดได้ดำเนินการตามแนวทางของกรมอนามัยอย่างเคร่งครัดดังนั้นจึงขอให้พี่น้องประชาชนได้เกิดความสบายใจและมั่นใจว่าจะไม่เกิดการแพร่เชื้ออย่างแน่นอน และที่สำคัญกรณีผู้ป่วยที่ผ่านกระบวนการรักษาหายแล้วและกลับบ้านไปแล้วนั้น ขอให้พี่น้องประชาชนในหมู่บ้านชุมชนอย่าได้เกิดความรังเกียจหรือกังวลว่าจะมีการแพร่เชื้อเนื่องจากบุคคลเหล่านั้นได้รับการรักษาจนเชื้อหมดไปแล้ว

นอกจากนี้จังหวัดร้อยเอ็ดยังได้มีความห่วงใยผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรค โควิด-19 โดยเฉพาะผู้ป่วยที่รักษาหายและกลับบ้านเพื่อกักตัวอีก 14 วันที่บ้านนั้น ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบในหลักการเพื่อให้มีการหารือในเชิงรายละเอียดในการให้ความช่วยเหลือในการจัดหาชุดดำรงชีพให้ผู้ที่ต้องกักตัว 14 วันภายหลังผ่านกระบวนการรักษาจากโรงพยาบาลแล้ว รวมถึงการช่วยเหลือจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามระเบียบและอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย