In News

เตือรข่าวปลอม'เขมรส่งทหารยึดภูมะเขือ' สร้างความตื่นตระหนกเข้าใจผิดให้ปชช.



กรุงเทพฯ-กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กัมพูชาส่งทหารเพื่อยึดพื้นที่บริเวณ ภูมะเขือ ปราสาทตาควาย และปราสาทนา” รองลงมาคือเรื่อง “เขื่อนแตก บริเวณน้ำตกไพรสวรรค์ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลในสังคม รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ 

นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน 

ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 21 – 27 พฤศจิกายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,029,607 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,133 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 1,112 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 20 ข้อความ และช่องทาง Website จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 254 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 90 เรื่อง 

กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย
กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 136 เรื่อง 

กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 47 เรื่อง 

กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 32 เรื่อง 

กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 5 เรื่อง 

กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 34 เรื่อง 

นางสาวสุชาดา กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล ความมั่นคงระหว่างประเทศ การให้บริการของหน่วยงานรัฐ และเรื่องภัยพิบัติ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ 

อันดับที่ 1 : เรื่อง กัมพูชาส่งทหารเพื่อยึดพื้นที่บริเวณ ภูมะเขือ ปราสาทตาควาย และปราสาทนา 

อันดับที่ 2 : เรื่อง เขื่อนแตก บริเวณน้ำตกไพรสวรรค์ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง 

อันดับที่ 3 : เรื่อง ผู้สูงอายุ 14.5 ล้านคน เตรียมรับเงินอุดหนุนพิเศษเข้าบัญชี 3,000 บาท โดยไม่ต้องลงทะเบียน 

อันดับที่ 4 : เรื่อง รัฐบาลเพิ่มเงินอุดหนุนพิเศษให้ผู้สูงอายุ เริ่มจ่ายวันที่ 1 ธ.ค. 68 

อันดับที่ 5 : เรื่อง พายุแม่เหล็กโลก ส่งผลให้ร่างกายและสมองทำงานผิดปกติ 

อันดับที่ 6 : เรื่อง เฮลิคอปเตอร์ตก ขณะบินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ 

อันดับที่ 7 : เรื่อง ศพทหารไทยถูกปล่อยทิ้งไว้ที่หมู่บ้านเปรยจัน 

อันดับที่ 8 : เรื่อง ปปง. เปิดบัญชี TikTok ชื่อ amlo1710 ให้ประชาชนติดต่อรับเงินคืน 

อันดับที่ 9 : เรื่อง OR เปิดโอกาสการลงทุน เปิดพอร์ตเริ่มต้น 1,260 บาท รับปันผล 441 บาท/วัน ที่เพจ AMZ.Initial Public Offering 

อันดับที่ 10 : เรื่อง กระทรวงยุติธรรม เปิดเพจ Online Protect human rights ช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกหลอกลวงออนไลน์ 

สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “กัมพูชาส่งทหารเพื่อยึดพื้นที่บริเวณ ภูมะเขือ ปราสาทตาควาย และปราสาทนา” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับทีมโฆษกกองทัพบก กระทรวงกลาโหม  ตรวจสอบพบว่า ไม่เป็นความจริง ขอยืนยันว่า เป็นข่าวปลอม โดยข้อความดังกล่าวไม่มีหลักฐานหรือแหล่งอ้างอิงที่เป็นทางการ อาจสร้างความแตกตื่นต่อสังคม ดังนั้นจึงขอความร่วมมือประชาชนงดส่งต่อ และติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานทางการเท่านั้น เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ 

ขณะที่ข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “เขื่อนแตก บริเวณน้ำตกไพรสวรรค์ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลบิดเบือน โดยจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า โครงสร้างที่ได้รับความเสียหายในพื้นที่ดังกล่าว “ไม่ใช่เขื่อน” แต่คือ “ฝาย” และ ฝาย ดังกล่าว “ไม่ได้แตก” ตามที่ถูกกล่าวอ้าง โดยความเสียหายที่เกิดขึ้น คือ การทะลักของน้ำออกด้านข้าง (หูช้าง) ของฝาย เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่า ความกว้างของฝายในจุดเกิดเหตุประมาณ 30-40 เมตร และสถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด โดยเจ้าหน้าที่มีการลงตรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง 

อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด 

หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/