In News
นายกฯบินดูซากอ.หาดใหญ่หลังน้ำท่วม เรียกถกวางแผนฟื้นฟู/แจก1.2ครัวเรือน
นายกฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่อีกครั้ง ติดตามสถานการณ์ เยี่ยมให้กำลังใจประชาชน นายกฯ ประชุมแผนฟื้นฟูเมือง เร่งมาตรการเยียวยาต่างๆ เต็มที่ พร้อมกำชับให้ดำเนินการเรื่องน้ำ ไฟ ให้กลับมาได้ 100% โดยเร็วพร้อมโอนเงินเยียวยาล็อตแรก 120,000 ครัวเรือนสัปดาห์นี้และยังได้ ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการขยะ ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่การบริหารจัดการขยะในช่วงนี้ดำเนินการในช่วงกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรในช่วงกลางวัน

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 15.00 น. ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย เดินหน้าแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ พร้อมเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์อุทกภัย
พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
เมื่อเดินทางถึงอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายกรัฐมนตรีได้เดินทางด้วยรถยกสูง เข้าเมืองหาดใหญ่ โดยระหว่างทางได้สังเกตการณ์สภาพบ้านเมืองหาดใหญ่ โดยได้ลงรถที่หน้าวัดโคกสมานคุณ พร้อมเดินเท้า และนั่งพูดคุยสอบถามสถานการณ์และความเป็นอยู่ต่างๆ กับชาวบ้าน พร้อมกล่าวว่า อย่าลืมไปลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ค่าซ่อมบ้าน โดยยังได้แจกถุงยังชีพ อาหารปรุงสุก ยา และน้ำให้กับประชาชนระหว่างทางด้วย
ก่อนจะเดินทางต่อด้วยรถยกสูงไปยังโรงแรมบุรีศรีภู เพื่อประชุมแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน
นายกฯ ประชุมแผนฟื้นฟูเยียวยาล็อตแรก120,000ครัวเรือนสัปดาห์นี้

เวลา 17.30 น. ณ โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน
พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเดินทางมาติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยได้นำคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาด้วย การเดินทางมาครั้งนี้เป็นการเดินทางมาครั้งที่ 4 ในรอบสัปดาห์นี้ ซึ่งทุกครั้งที่กลับไปได้เร่งหาวิธีการแก้ไขปัญหา เยียวยาสถานการณ์ และเร่งดำเนินการทำให้ประชาชนที่ประสบภัยได้กลับบ้านโดยเร็วที่สุด ช่วงนี้ต้องถือเป็นช่วงฟื้นฟู การเชิญทุกคนมาวันนี้เพื่อให้ได้เห็นสภาพที่เกิดขึ้นจริง เพื่อจะได้คิดหาวิธีการและแนวทางในการแก้ไขปัญหาเพื่อนำไปสู่การฟื้นฟู โดยเฉพาะการเร่งมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ เพื่อเร่งฟื้นฟูให้คืนสภาพจังหวัดสงขลากลับมาเป็นปกติ โดยหน้าที่ของรัฐต้องให้การดูแลเยียวยาประชาชน ทั้งนี้ในเรื่องของการเร่งฟื้นฟูสภาพเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลานั้น ได้เร่งบูรณาการทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ทหาร ตำรวจ พลเรือน ฝ่ายปกครอง ให้ระดมทรัพยากรทั้งหมดลงมาเร่งฟื้นฟู เพื่อให้อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลากลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด รวมทั้งในส่วนของประชาชน รัฐบาลได้เตรียมการเยียวยา ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบอนุมัติวงเงินช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุอุทกภัยแล้วหลังคาเรือนละ 9,000 บาท โดยจังหวัดสงขลาได้เร่งทำการสำรวจทะเบียนส่วนใหญ่แล้วซึ่งมีประมาณ 500,000 กว่าราย และส่วนที่เร่งสำรวจเสร็จแล้วก็จะให้โอนเงินเยียวยาให้ประชาชนก่อน โดยขณะนี้พร้อมโอนในล็อตแรกให้กว่า 120,000 ครัวเรือน ภายในสัปดาห์นี้
ครั้งนี้ สิ่งที่ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและฝ่ายปกครองเร่งดำเนินการโดยเร็วด้วยคือ บ้านเช่า เพราะไม่ใช่เจ้าของ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีเอกสารการเช่า โดยให้ผู้เช่านำหลักฐานการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ มาใช้ประกอบการเยียวยาครั้งนี้ได้
การช่วยเหลือเยียวยาประชาชน เงินเยียวยาไปที่ผู้ประสบภัยโดยตรง ดังนั้น เมื่อเป็นผู้เช่าก็จะได้รับด้วยภายใต้กฎระเบียบของ ปภ. เมื่อประกาศเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน และ ปภ. ได้ประกาศเป็นระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด เจ้าของบ้านก็จะได้รับค่าซ่อมบ้าน วงเงินครัวเรือนละประมาณ 49,000 บาท การเยียวยาขอให้ทำความเข้าใจกับหมวดหมู่ โดยได้จัดเตรียมงบไว้ทั้งหมดแล้ว ขณะที่มาตรการเยียวยา ทางการเงิน เช่น การให้กู้สินเชื่อต่างๆ ที่มีดอกเบี้ย แต่ละครัวเรือนมีภาระต่างกัน ก็จะให้ตามศักยภาพ ซึ่งถือเป็นอีกช่องทางหนึ่ง ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ก็ได้เร่งจัดมหกรรมต่างๆ ให้ครบทุกมุมเมือง เพื่อระดมนำสินค้าในราคาทุนมาจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ามีผู้ผลิตสินค้าต่างๆ มีจิตศรัทธาให้การสนับสนุนนำสินค้ามาขายราคาทุนอีกด้วย โดยจะพยายามขยายราคาทุนหรือต่ำกว่าทุนถ้าทำได้
มาตรการเหล่านี้ถือเป็นมาตรการการฟื้นฟูเบื้องต้น ซึ่งคาดว่าภายในช่วงเวลา 1 เดือนทุกอย่างน่าจะกลับคืนสู่สภาพที่เป็นปกติมากที่สุด อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีมีแผนที่จะให้การช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ โดยทราบมาว่าประชาชนส่วนใหญ่มีความประสงค์อยากกลับบ้าน จึงได้จัดโรงแรมเพื่ออำนวยความสะดวก โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวฝากหอการค้าและประธานสภาท่องเที่ยว ให้ช่วยกันอำนวยความสะดวก เป็นอีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของการเร่งเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชน
เรื่องระบบการสาธารณสุข ในกรณีเคสดำได้สั่งการให้เร่งดำเนินการคืนให้กับครอบครัวให้เร็วที่สุด เพื่อไปประกอบกิจกรรมศาสนาต่อไป
ด้านการฟื้นฟูสภาพบ้านเมือง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อน้ำหมดจะได้เห็นสภาพบ้านเมืองจริง ทั้งขยะ และกลิ่นต่างๆ สิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการคือต้องชะล้างออกไปโดยเร็วที่สุด ซึ่งได้เตรียมดำเนินการ ซึ่งรวมถึงเครื่องมือ เช่น รถตัก รถขุด รถยก โดยให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทยมาดำเนินการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเห็นว่ามีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ประกอบธุรกิจด้านนี้ เช่น ธุรกิจเก็บของเก่า ที่สามารถเร่งระดมทุกทรัพยากรเข้ามาช่วยเหลือได้ และในด้านผู้ว่าราชการจังหวัดเองมีงบ 100 ล้านบาท ขอฝากให้ช่วยกันหาแนวทางเร่งระดมช่วยเหลือ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ที่กล่าวมาเป็นกรอบที่จะสามารถดำเนินการได้ภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และการประกาศยกระดับให้เป็นพื้นที่ประสบภัยระดับสี่ โดยต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายช่วยดำเนินการ ส่วนมาตรการเยียวยาต่างๆ ได้สั่งการกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์แล้ว พร้อมกำชับให้ดำเนินการเรื่องน้ำ ไฟ ให้กลับมาได้ 100% โดยเร็ว
“ขอให้ทุกท่านได้มั่นใจว่า พวกเราทุกคนเอาหัวใจมาอยู่ที่นี่ มาอยู่กับพวกท่าน”
ด้านประธานหอการค้าจังหวัดสงขลาได้รายงานข้อเสนอต่อที่ประชุม แบ่งเป็น 3 หมวด ดังนี้
หมวดที่ 1 : มาตรการเยียวยา ช่วยเหลือ และฟื้นฟู มาตรการในหมวดนี้มุ่งให้ภาคธุรกิจ ประชาชน และแรงงาน สามารถกลับมายืนได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพียงการเยียวยาระยะสั้น แต่เป็นแรงผลักเพื่อให้เมืองกลับมาเดินหน้าเศรษฐกิจได้อีกครั้งอย่างรวดเร็ว
หมวดที่ 2 : การป้องกัน การเตือนภัย และการกู้ภัย : หมวดนี้เสนอให้มีระบบการเตรียมพร้อมและการบริหารจัดการภัยพิบัติที่เป็นระบบเพื่อไม่ให้เมืองหาดใหญ่ต้องเผชิญวิกฤตแบบเดิมอีก รวมถึงต้องสามารถอพยพคนได้จริงหากมีเหตุฉุกเฉิน และ
หมวดที่ 3 : มาตรการระยะยาวเพื่ออนาคตของเมืองหาดใหญ่ เมืองหาดใหญ่จำเป็นต้องได้รับการป้องกันด้วยระบบวิศวกรรมสมัยใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอีกในอนาคต
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบประจำอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากมีสิ่งที่ต้องดำเนินการอีกหลายอย่าง ให้ใช้งบประมาณที่ประกาศเป็นพื้นที่ฉุกเฉินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทุกคนมีความกดดันหมด หากน้ำดี อาหารดี ขอให้เอาเรื่องที่ทำได้ง่ายที่สุด ทำให้เกิดประสิทธิภาพที่สุด
จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อตรวจเยี่ยม
นายกฯ ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการขยะที่โรงพยาบาลหาดใหญ่

เวลา 20.30 น. ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมายังโรงพยาบาลหาดใหญ่
นายกรัฐมนตรีรับทราบแผนบริหารจัดการขยะที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งหน่วยทหารได้เข้ามาช่วยจัดเก็บขยะจากโรงพยาบาล ทั้งนี้ การบริหารจัดการขยะในช่วงนี้ดำเนินการในช่วงกลางคืน เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรในช่วงกลางวัน พร้อมกับได้เดินดูการทำงานของรถตักขยะ รถขนขยะ พร้อมกับได้เยี่ยมให้กำลังใจทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่ที่โรงพยาบาล รวมถึงแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลด้วย
จากนั้นได้แวะเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจประชาชน พร้อมแจกน้ำ และถุงยังชีพให้แก่ประชาชนบริเวณโดยรอบวงเวียนน้ำพุ





