BANGKOK
กทม.เร่งแก้น้ำทะเลเอ่อท่วมถ.บางขุนเทียน เสริมแนวกระสอบทรายยันไม่กระทบ
กรุงเทพฯ-กทม. เร่งแก้ไขน้ำทะเลหนุนเอ่อท่วมถนนบางขุนเทียน - ชายทะเล เสริมแนวกระสอบทราย ยันไม่มีผลกระทบกับกรุงเทพฯ ในพื้นที่อื่น ส่วนน้ำเหนือ น้ำฝน หมดห่วง
วานนี้ (4 ม.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีน้ำทะเลหนุนสูง บริเวณถนนบางขุนเทียน - ชายทะเล โดยพื้นที่ในเขตบางขุนเทียนได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วม บริเวณ ร้านอาหารครัวนพเก้า เนื่องจากคันกั้นน้ำชำรุด ในการนี้สำนักการระบายน้ำและสำนักงานเขตบางขุนเทียนดำเนินการซ่อมแซมบริเวณดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะเลหนุนเข้าสู่ถนนบางขุนเทียน ด้วยกระสอบทรายประมาณ 1,000 ใบ (บิ๊กแบ็ก 2 ลูก) และเรียงกระสอบทราย สูง 0.30 เมตร ยาว 30 เมตร บริเวณเชิงสะพานข้ามคลองสาม บริเวณ ถนนบางขุนเทียน พื้นที่เขตบางขุนเทียน เป็นที่เรียบร้อย
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ช่วง 3 วันที่ผ่านมา น้ำทะเลหนุนสูงในพื้นที่เขตบางขุนเทียน ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนบริเวณถนนบางขุนเทียนชายทะเล โดยเฉพาะจุดใกล้คลองสามที่น้ำไหลเข้าพื้นที่ของชาวบ้าน ก่อนจะไหลเอ่อจากบ่อปลาของเกษตรกรในพื้นที่ล้นขึ้นมาบนพื้นผิวจราจร สาเหตุหลักเกิดจาก "คันกั้นน้ำ" ที่ชาวบ้านช่วยกันสร้างขึ้นเกิดการชำรุดและแตกออก ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็ว
ส่วนคนกรุงเทพฯ ในเขตชั้นในไม่ต้องกังวล เนื่องจากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนในครั้งนี้มีผลเฉพาะพื้นที่ชายฝั่งเท่านั้น ประกอบกับปริมาณน้ำเหนือและน้ำฝนในปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์น้อย จึงไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้พูดคุยกับคนในพื้นที่ เกี่ยวกับปลาหมอคางดำ ซึ่งได้รับการยืนยันว่าปลาชนิดนี้เมื่อนำมาปรุงอาหารแล้วมีรสชาติดีและอร่อย สามารถนำไปทำเมนูได้หลากหลาย ถือเป็นอีกหนึ่งมุมมองจากผู้บริโภคในพื้นที่จริง
ส่วนสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดี โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สำหรับเรื่องคุณภาพอากาศในพื้นที่ สภาพฝุ่นละอองถือว่าดีขึ้นกว่าเดือนที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลมาจากการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ในการควบคุมการเผาทางการเกษตรและกวดขันฝุ่นจากโรงงานอุตสาหกรรม โดยทุกภาคส่วนกำลังเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มาตรการป้องกันเกิดผลสัมฤทธิ์ในระยะยาว
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ออกสำรวจจุดเสี่ยง หรือแนวคันดินที่อาจชำรุด ในบริเวณโดยรอบเข้าตรวจสอบ และหากประชาชนในพื้นที่พบเห็นจุดเสี่ยงสามารถแจ้งเข้ามาในทราฟฟี่ฟองดูว์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและแก้ไข เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง
