BANGKOK

เขตมีนบุรีรุดตรวจสอบครูลงโทษนักเรียน ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง-ตามระเบียบศธ.



กรุงเทพฯ-เขตมีนบุรีตรวจสอบเหตุครูลงโทษนักเรียน ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง-กำชับปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

นายศักดิ์ชัย ศิริวรรณ ผู้อำนวยการเขตมีนบุรี กทม. กล่าวกรณีมีข้อร้องเรียนครูโรงเรียนมีนบุรี ลงโทษนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1) อย่างไม่เหมาะสม เนื่องจากเข้าห้องเรียนช้าว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ได้รับรายงานจากผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.1 ร้องเรียนเหตุการณ์ดังกล่าวที่โรงเรียน เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 68 เวลาประมาณ 07.30 น. และผู้ปกครองได้โทรศัพท์ร้องเรียนต่อผู้อำนวยการโรงเรียนโดยตรงอีกครั้ง ภายหลังรับเรื่อง ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ จึงได้นัดหมายผู้ปกครอง เพื่อรับฟังผลการสืบสวนข้อเท็จจริงในเวลา 21.00 น. เนื่องจากผู้ปกครองสะดวกหลังเลิกงาน จากการสืบสวนข้อเท็จจริงพบว่า หลังหมดชั่วโมงที่ 2 ภาคเช้า ครูนาฏศิลป์ได้รับนักเรียนจากครูประจำชั้น เพื่อนำเข้าเรียนวิชานาฏศิลป์ตามปกติ โดยก่อนเข้าเรียน ครูประจำวิชาได้ให้นักเรียนไปเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยและรีบมาเข้าแถวเพื่อไปเรียนวิชานาฏศิลป์ ซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่เข้าแถวตรงตามเวลานัดหมาย มีนักเรียน 2 คนที่มาเข้าแถวช้า ครูจึงนำนักเรียนที่มาเข้าแถวตรงเวลาเดินไปเข้าห้องเรียนก่อนตามปกติที่เคยปฏิบัติ

สำหรับนักเรียนที่มาเข้าแถวช้า ก่อนเข้าห้องเรียนต้องกล่าวขออนุญาตเข้าห้อง โดยนักเรียนคนอื่นสามารถกล่าวได้ถูกต้องว่า “ขออนุญาตเข้าห้อง” แต่บุตรของผู้ร้องกล่าวว่า “ขออนุญาตไปห้อง” เมื่อครูได้ยินจึงสังเกตว่านักเรียนใช้ภาษาไม่ถูกต้อง จึงให้พูดใหม่ว่า “ขออนุญาตเข้าห้องครับ” พร้อมอธิบายความหมายของคำว่า “ไปห้อง” และ “เข้าห้อง” อย่างไรก็ตาม นักเรียนยังไม่สามารถพูดตามได้ ครูจึงใช้มือตบลงบนบ่าเด็กในจังหวะคำว่า “ครับ” ทุกครั้งระหว่างสอนให้เด็กพูดตาม โดยไม่มีเจตนาทำร้ายและไม่คิดว่าจะทำให้เกิดรอยฟกช้ำ ซึ่งระหว่างการเรียนครูได้สอนให้นักเรียนทำท่าทางตามบทเพลงที่เรียน และเมื่อจบบทเพลง 1 ท่อน ได้กลับมาฝึกให้นักเรียนพูดใหม่ ประมาณ 6–7 ครั้ง แต่เด็กยังไม่สามารถพูดตามได้ เมื่อหมดเวลาเรียนครูได้นำนักเรียนไปส่งรับประทานอาหารกลางวัน พร้อมแจ้งครูประจำชั้นและกำชับนักเรียนให้ไปฝึกพูด โดยแจ้งว่าจะทบทวนอีกครั้งในครั้งต่อไป ซึ่งนักเรียนได้ตอบรับและใช้นิ้วโป้งชนกันกับครูเป็นสัญลักษณ์สัญญา ทั้งนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนฯได้สอบถามข้อมูลจากครูประจำชั้นและหัวหน้าสายชั้น ซึ่งได้รับข้อมูลตรงกัน 

ต่อมาในเวลา 21.00 น. ผู้ร้องและครอบครัวได้มารับฟังข้อเท็จจริงตามนัด โดยมีครูประจำชั้น หัวหน้าสายชั้น ครูนาฏศิลป์ และนักเรียนร่วมให้ข้อมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ได้ทดสอบให้นักเรียนพูดคำว่า “ขออนุญาตเข้าห้องครับ” ต่อหน้าผู้ปกครอง 3 ครั้ง ซึ่งนักเรียนไม่สามารถพูดได้ และพูดได้เพียงว่า “ขออนุญาตไปห้องครับ” จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ได้ดำเนินการสอบสวนครูผู้สอน สรุปว่ามีการลงโทษนักเรียนจริง แต่เมื่อพิจารณาเจตนาพบว่า ครูมีเจตนาดีและมีความมุ่งมั่นที่จะให้นักเรียนใช้ภาษาได้ถูกต้อง แต่อาจใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสม ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 68 ผู้อำนวยการเขตฯ ได้เชิญผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ หัวหน้าฝ่ายการศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ครูนาฏศิลป์ ครูประจำชั้น และหัวหน้าสายชั้น มาสอบถามข้อเท็จจริงในเบื้องต้นและได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ขณะเดียวกัน สำนักงานเขตฯ ได้จัดประชุมไกล่เกลี่ยร่วมกับผู้ปกครองนักเรียน โดยผู้ปกครองได้เชิญกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เข้าร่วมประชุมด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ โดยผู้ปกครองขอนำข้อเสนอไปพิจารณาเพิ่มเติม

ทั้งนี้ สำนักงานเขตฯ ได้ประชุมผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด กำชับเกี่ยวกับการลงโทษนักเรียนให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียน พร้อมมีหนังสือแจ้งให้ทุกโรงเรียนในสังกัดถือปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวอย่างเคร่งครัด