BANGKOK

กทม.ถกกมธ.ทส.วุฒิสภาเพิ่มพื้นที่สีเขียว ยกระดับคุณภาพชีวิตปชช.อย่างยั่งยืน



กรุงเทพฯ-กทม. หารือ กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เดินหน้าขยายพื้นที่สีเขียว ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน

(8 ม.ค.69) เวลา 14.00 น. พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ นายจิระศักดิ์ ชูความดี รองประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา คนที่สาม พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าหารือและรับฟังการดำเนินงานเกี่ยวกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพมหานคร รวมถึงการศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการไม้ของกลางและการเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยมีนางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องนพรัตน์ ชั้น 5 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เขตพระนคร

ในการหารือครั้งนี้ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอทิศทางการพัฒนาเมืองด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้นโยบาย “กรุงเทพมหานคร เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน” ซึ่งมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเชื่อมโยงการดำเนินงานกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และยุทธศาสตร์การพัฒนากรุงเทพมหานคร “9 ด้าน 9 ดี” ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมดี ผ่านแผนความยั่งยืน 8 ด้าน อาทิ การจัดการขยะ มลพิษทางอากาศ พลังงาน น้ำเสีย และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว

ทั้งนี้ กลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายคือแนวคิด “4 เกลียวเชือก (4-Helix)” ซึ่งประกอบด้วย 1.ภาครัฐ ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและปลดล็อกกฎระเบียบบางประการ 2.ภาควิชาการ สนับสนุนองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม 3.ภาคเอกชน เสริมศักยภาพด้านเทคโนโลยีและความคล่องตัวในการบริหารจัดการ และ 4.ภาคประชาสังคม ซึ่งสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่เพื่อให้การพัฒนาเมืองเป็นไปอย่างมีส่วนร่วมและตอบโจทย์ความยั่งยืน

กรุงเทพมหานครได้รายงานความก้าวหน้าโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น สร้างพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุง” ซึ่งดำเนินงานตามยุทธศาสตร์อย่างเป็นระบบ มีการใช้ Dashboard และแอปพลิเคชันติดตามพิกัดต้นไม้และอัตราการรอดชีวิต โดยปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีการปลูกต้นไม้แล้วกว่า 2.32 ล้านต้น เกินกว่าเป้าหมายเดิม 1 ล้านต้น และมีอัตราการรอดชีวิตเฉลี่ยประมาณ ร้อยละ 94 สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ การบำรุงรักษา และการดูแลพื้นที่สีเขียวอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอการพัฒนาพื้นที่สำคัญ อาทิ สวนป่านิเวศอ่อนนุช ซึ่งเป็นการฟื้นฟูพื้นที่บ่อขยะเก่ากว่า 55 ไร่ ให้กลายเป็นสวนป่านิเวศ โดยใช้หลักวนศาสตร์ ปลูกไม้ประจำถิ่นและไม้ล้ำค่า เพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนของเมือง

สำหรับนโยบาย “สวน 15 นาทีทั่วกรุง” กรุงเทพมหานครตั้งเป้าให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสวนสาธารณะในระยะเดินไม่เกิน 800 เมตร หรือ 15 นาที เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านสิ่งแวดล้อม ลดอุณหภูมิและปัญหาเกาะความร้อนในเมือง โดยปัจจุบันมีสวน 15 นาที เปิดให้บริการแล้วกว่า 400 แห่ง และอยู่ระหว่างดำเนินการรวมกว่า 450 แห่ง จากเป้าหมาย 500 แห่ง รวมถึงการนำที่ดินของภาคเอกชนมาพัฒนาเป็นสวนสาธารณะเพื่อสาธารณประโยชน์ควบคู่กับมาตรการจูงใจด้านภาษี

ด้านคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญ อาทิ การพิจารณานำพื้นที่ว่างในค่ายทหารมาพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวสาธารณะ การทบทวนค่าธรรมเนียมการตัดและเก็บขนกิ่งไม้ของประชาชน การคุ้มครองต้นไม้ใหญ่และการพัฒนารุกขกร รวมถึงการตั้งเป้าหมายระยะยาวในการเพิ่มพื้นที่ร่มไม้ของกรุงเทพมหานครให้ได้ ร้อยละ 30 ภายในปี 2573 จากปัจจุบันที่อยู่ประมาณร้อยละ 17–18 เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนตามมาตรฐานสากล

ที่ประชุมเห็นพ้องว่า ความสำเร็จของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานคร ไม่ได้อยู่ที่การปลูกต้นไม้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การใช้เทคโนโลยีติดตามผลอย่างจริงจัง และการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยวุฒิสภาได้ชื่นชมการดำเนินงานของกรุงเทพมหานครว่าเป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ได้

ภายหลังการหารือ สำนักสิ่งแวดล้อมได้นำคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการไม้ของกลางและการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ณ สวนรมณีนาถ เขตพระนคร เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองอย่างยั่งยืน