IN NEWS

ก.เกษตรฯถกบอร์ดสมุนไพรชง4มาตรการ ส่งเสริมเชื่อมโยงตลาดหนุนปลูก'ขมิ้นชัน'



กรุงเทพฯ-ปลัดเกษตรฯ ประชุมบอร์ดสมุนไพร เผย เตรียมส่งเสริมการปลูกขมิ้นชันมาตรฐาน GAP พร้อมชู 4  มาตรการ มุ่งพัฒนาวัตถุดิบสมุนไพรและเชื่อมโยงตลาดทั้งระบบ

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นรองประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งมีนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุม เพื่อติดตามความก้าวหน้า และพิจารณาแนวทางการดำเนินงานด้านสมุนไพรของประเทศ รวมถึงแผนบูรณาการ แผนปฏิบัติการ และจังหวัดเมืองสมุนไพร เพื่อขับเคลื่อนสมุนไพรสู่เศรษฐกิจอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล อีกทั้ง ยังมีนางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางอมราพร ชีพสมุทร์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวอีกด้วย 

ในโอกาสนี้ นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำเสนอแผนการขับเคลื่อนพัฒนาวัตถุดิบสมุนไพรเพื่อการเชื่อมโยงตลาด ปีงบประมาณ 2569 ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาวัตถุดิบสมุนไพรและเชื่อมโยงตลาด พ.ศ.2567-2570 ทั้งระบบต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรในการผลิตสมุนไพรตามมาตรฐาน GAP ยกระดับการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการต่อยอดด้านการตลาดสินค้าสมุนไพร ประกอบด้วย 4 มาตรการสำคัญ ดังนี้ 

          1) มาตรการ 1. ส่งเสริมการจัดการด้านการผลิตวัตถุดิบคุณภาพในห่วงโซ่อุปทาน

          2) มาตรการ 2. สนับสนุนการพัฒนากลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชนให้เกิดการสร้างเครือข่าย

          3) มาตรการ 3. ยกระดับคุณภาพวัตถุดิบและส่งเสริมการแปรรูปภายหลังการเก็บเกี่ยวอย่างมีมาตรฐานด้วยเทคโนโลยี

          4) มาตรการ 4. ส่งเสริมระบบตลาดกลาง และตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Market) รวมทั้งเครือข่ายผู้รับซื้อ วัตถุดิบและสมุนไพรแปรรูป

นอกจากนี้ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเสริมว่า กระทรวงเกษตรฯ พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกขมิ้นชันที่มีสารสำคัญสูงในพื้นที่ที่เหมาะสม และได้มาตรฐาน GAP โดยเตรียมหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อวางแผนแนวทางการดำเนินงาน ซึ่งมุ่งเน้นการตอบโจทย์ความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ