BANGKOK

กทม.สอบคัดครูผู้ช่วยคุณภาพ13กลุ่มวิชา เติมครูให้ครบ/ทุกวันเด็กมีความหมาย



กรุงเทพฯ-(17 ม.ค. 69) นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสาวอรัญญา พรไชยะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมสนามสอบครูผู้ช่วย ณ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยมี นางสาวพิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ผู้บริหารสำนักการศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง รายงานข้อมูลการดำเนินงาน ซึ่งภาพรวมการจัดการสอบวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

รองผู้ว่าฯ ศานนท์ กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า โดยปกติ การสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยในแต่ละปีของกรุงเทพมหานครจะมีอัตราข้าราชการครูที่ต้องเติมประมาณ 1,000 - 2,000 อัตรา ทั้งจากกรณีเกษียณอายุ ลาออก หรือโอนย้าย แต่ในปีนี้ถือว่าการดำเนินงานของสำนักการศึกษามีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากมียอดขาดแคลนเพียงประมาณ 600 อัตรา ซึ่งถือว่าขาดแคลนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ โดยปัจจุบัน กทม. มีแนวทางที่หลากหลายในการเติมเต็มบุคลากร ทั้งการช้อนครู การมอบทุนเอราวัณ และการสอบคัดเลือก ซึ่งการสอบคัดเลือกก็ยังเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ กทม. ได้ครูมาขึ้นบัญชีไว้ โดยในครั้งนี้ กทม. ได้เปิดรับครูในหลายสาขาวิชา

“กทม. พยายามปรับปรุงการสอบคัดเลือกเพื่อให้ได้เด็ก ๆ มาเป็นข้าราชการครูที่มีความรู้ความสามารถและตรงกับสาขาที่เรายังขาดมากขึ้น ในส่วนของการโอนย้ายและการบรรจุเพื่อเติมเต็ม ได้เน้นย้ำนโยบายกับสำนักการศึกษาว่าต้องดำเนินการบรรจุแทนอัตราที่ว่างให้เร็วที่สุด เนื่องจากทุกวันมีความหมาย หากเติมช้าไป 1 วัน ก็หมายความว่าเด็กอาจจะพลาดโอกาสในการเรียนไป 1 วัน ฉะนั้น ต้องมีการนำเรื่องเข้าที่ประชุมอนุกรรมการในทุกครั้งเพื่อให้โรงเรียนไม่ขาดครูและมีครูที่ตรงกับสาขาวิชาที่สุด ซึ่งเป้าหมายในปีหน้าคือการลดตัวเลขการขาดแคลนให้ต่ำกว่า 600 อัตราลงไปเรื่อย ๆ” รองผู้ว่าฯ ศานนท์ เน้นย้ำ

กรุงเทพมหานครเปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร ตำแหน่งครูผู้ช่วย ครั้งที่ 1/2568 จำนวน 13 กลุ่มวิชา รวม 230 อัตรา ระหว่างวันที่ 16 - 22 ตุลาคม 2568 มีผู้สมัครสอบจำนวนทั้งสิ้น 28,125 คน กำหนดสอบข้อเขียน วันที่ 17 - 18 มกราคม 2569 จำนวน 8 สนามสอบ 9 กองอำนวยการสอบ โดยเมื่อดำเนินการสอบข้อเขียนเสร็จสิ้นแล้ว กรุงเทพมหานครจะประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านข้อเขียน ภายในเดือนมกราคม 2569 กำหนดสอบสัมภาษณ์วันที่ 14 - 15 กุมภาพันธ์ 2569 และจะประกาศผลสอบรอบสุดท้าย ภายในเดือนมีนาคม 2569 โดยขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ไว้ 2 ปี

สำหรับ 13 กลุ่มวิชา ประกอบด้วย วิทยาศาสตร์ทั่วไป บรรณารักษ์ ประถมศึกษา แนะแนว อนุบาลศึกษา พลศึกษา ดนตรีไทย ภาษาอังกฤษ นาฏศิลป์ วัดผล คหกรรม ดนตรีสากล และเกษตรกรรม ในส่วนของ 8 สนามสอบ ได้แก่ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนิน โรงเรียนศรีอยุธยา ในพระอุปถัมภ์ฯ และโรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุง 

ทั้งนี้ ได้มีการจัดสนามสอบสำหรับผู้พิการที่ต้องการห้องสอบพิเศษ ณ สนามสอบมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จำนวน 6 กลุ่มวิชา ซึ่งมีผู้สมัครสอบ 9 คน ได้แก่ กลุ่มวิชาพลศึกษา 2 คน ประเภทความพิการการเคลื่อนไหว/การมองเห็น กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ 2 คน พิการการเคลื่อนไหว/การมองเห็น กลุ่มวิชาบรรณารักษ์ 1 คน พิการการได้ยิน กลุ่มวิชานาฏศิลป์ 1 คน พิการการได้ยิน กลุ่มวิชาดนตรีสากล 2 คน พิการการได้ยิน/การมองเห็น และกลุ่มวิชาดนตรีไทย 1 คน พิการการมองเห็น