THAILAND
มือบีบีกันงานเจ้าพ่อพญาแลมอบตัวแล้ว ผู้เหมางานปัด'ทะเลาะกันเองผมไม่เกี่ยว'
ชัยภูมิ-ผู้รับเหมากับมือปืนโผล่โรงพักต่างโยนผิด ผู้รับเหมาอ้างเคยเตือนทั้งคู่แล้วหลังทำผิดกติกา มือปืนยืนยันติดต่อเช่าที่ก่อนและถูกคู่กรณีเปิดก่อน คู่กรณียังวิ่งแย่งปืน ตนจึงยิงเพื่อป้องกันตัว ปลัดจังหวัดยอมรับเหตุที่เกิดจังหวัดเสียหายและไม่ได้นิ่งเฉย สั่ง ผกก.เร่งรัดทำสำนวนคดีให้รัดกุม ดำเนินคดีผู้กระทำผิดถึงที่สุด
คืบหน้าคดียิงกันในงานเจ้าพ่อพญาแล ผู้สื่อข่าวเกาะติดอย่างใกล้ชิด หลังมีข่าวว่าผู้รับเหมางานกับผู้ก่อเหตุ จะเดินทางมาพบพนังานสอบสวน ที่สภ.เมืองชัยภูมิ ประมาณ12.00น. แต่เมื่อถึงเวลาตามที่สายรายงาน ไม่พบว่าทั้งผู้รับเหมาและผู้ก่อเหตุ จนเวลา14.35น.ของวันเดียวกัน ทั้งผู้รับเหมาและผู้ก่อเหตุ เดินทางมาที่สภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหา โดยก่อนที่ทั้งสองจะเข้าพบพนักงานสอบสวน ต่างขอให้สัมภาษณ์นักข่าว ถึงสาเหตุของการเกิดเรื่องในครั้งนี้ โดยนายเอกราช เสียงหล่า ผู้ก่อเหตุ ขอเป็นผู้ให้สัมภาษณ์ก่อน

นายเอกราช เสียงหล่า ผู้ก่อเหตุ เล่าด้วยน้ำเสียงดุดันว่า ตนเป็นผู้ที่ติดต่อขอเช่าพื้นที่ก่อนคู่กรณี และเลือกพื้นที่ที่เป็นทำเลทองด้านซ้ายอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล จำนวน3ล็อค ในราคารวม1.2แสนบาท และค้าขายในงานเจ้าพ่อมานานกว่า5ปีแล้ว ซึ่งหลังมีการเปลี่ยนผู้รับเหมาเป็นคนใหม่ ตนก็ยังเลือกที่จะค้าขายในที่เดิม ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ยอมรับว่าเกิดจากตนที่ไม่พอใจร้านคู่กรณีมาก่อน แต่ไม่แสดงออกเพียงเก็บความรู้สึกไว้ในใจเท่านั้น ก่อนเกิดเหตุตนก็ทำการเปิดร้าน เปิดเพลง เปิดสปอตเชิญชวนลูกค้าตามปกติเหมือนทุกวันที่เคยทำมา เมื่อมีลูกค้าตัดสินใจซื้อของเล่นตนก็จะยิงปืนอัดลมที่บรรจุลูกกระสุนพาสติก ซึ่งเป็นเทคนิคการขาย เช่นเดียวกับฝ่ายคู่กรณีเมื่อเขาขายได้เขาก็เคาะระฆังดังๆรัวๆ ซึ่งตนคิดว่าการที่ตนใช้เทคนิคการขายเพื่อจูงใจลูกค้าด้วยวิธีการยิงปืนอัดลม และเปิดสปอตดังๆ อาจทำให้คู่กรณีไม่พอใจ จนเดินมาต่อว่า และนำไปสู่การกระทบกระทั่งด้วยน้ำเสียงและอากัปกริยา จากนั้นฝ่ายคู่กรณีได้เปิดก่อนด้วยการชกต่อยที่ใบหน้าตน ตนต้องรีบกลับเข้ามาในร้านพร้อมนำปืนบีบีกันออกมา ชี้ไปยังคู่กรณีวัตถุประสงค์เพื่อให้ยุติการรุกราน แต่ไม่เป็นผลคู่กรณีกลับวิ่งเข้ามาแย่งปืนในมือ ตนจึงยิงออกไปทันที ที่ยิงเพราะมั่นใจว่าเมื่อถูกตัวจะไม่ถึงกับเสียชีวิต เนื่องจากเป็นเพียงปืนอัดลมและทำลงไปเพื่อป้องกันตัว ส่วนการที่ตนจะฟ้องนักข่าวที่นำภาพตนไปนำเสนอนั้น เป็นเพียงการขู่เฉยๆ ไม่ติดใจเอาความ เพียงขอให้ลบภาพออกจากหน้าสื่อเท่านั้นก็พอ

ด้านผู้รับเหมางานเจ้าพ่อ ให้สัมภาษณ์ต่อหน้านักข่าวและผู้ก่อเหตุว่า ตนเป็นผู้รับเหมารายใหม่ไม่ทราบหรอกว่าทั้งคู่มีปัญหาไม่พอใจกันมาก่อน แต่ยืนยันว่าผู้ที่มาติดต่อรายแรกคือร้านเจาะหู ส่วนนายเอกราช เสียงหล่า ผู้ก่อเหตุมาติดต่อเป็นรายที่สองและตนก็แจ้งกติกาแล้วว่าห้ามนำปืนบีบีกันเข้ามาขายเด็ดขาด รวมทั้งแจ้งร้านเจาะหูด้วย ต่อมาเกิดมีปากเสียงกัน ตนผ่านมาเจอว่าร้านของนายเอกราช เสียงหล่า เปิดเพลงเสียงดังตนได้เข้าไปทำการถอดปลั๊กไฟออกแล้วแต่ไม่รู้ว่ามีการเสียบใหม่หรือไม่ และทั้งคู่ยังขยายพื้นที่รุกล้ำพื้นที่ส่วนที่สงวนไว้เพื่อให้คณะกรรมการศาลเจ้าพ่อ ได้ใช้เป็นพื้นที่ขายดอกไม้ธูปเทียนสัการะเจ้าพ่อด้วย ดังนั้นตนจึงขอยืนยันว่ากรณีที่เกิดขึ้นนี้ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เป็นการสมัครใจทะเลาะวิวาทของทั้งสองฝ่าย เมื่อเกิดเป็นคดีความก็ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย ตนไม่ปกป้องฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอย่างแน่นอน
ด้านนายวรศิษย์ พุฒจีบ ปลัดจังหวัดชัยภูมิ ออกมายอมรับว่ากรณ๊ที่เกิดขึ้นทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำสำนวนอย่างละเอียดและรัดกุม เนื่องจากเป็นคดีที่สร้างความหวาดกลัวของสังคม โดยเฉพาะเป็นงานมงคล ที่มีผู้เลี่อมใสศรัทธาเจ้าพ่อพญาแล ซึ่งในแต่ละวันจะมีชาวบ้านมาเที่ยวงานเป็นจำนวนมาก จึงถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อจิตใจ และที่สำคัญในวันสุดท้ายของงานคือวันที่20มกราคม จะเป็นอีกวันที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ทหาร อส.ตำรวจ สนธิกำลังกัน ดูแลความปลอดภัยให้เข้มงวดที่สุด ด้านคดีความขณะนี้ได้ผลการตรวจแพทย์ออกมาแล้ว และรอผลจากสำนักงานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จากนั้นก็จะเร่งส่งสำนวนไปยังอัยการเพื่อดำเนินการต่อไป
