IN NEWS

นายกฯเป็นสักขีฯเยียวยาเหยื่อเครนนรก คปภ.นำมอบญาติผู้ตาย18รายๆละ1ล.



กรุงเทพฯ-นายกฯ อนุทิน เป็นประธานสักขีพยานมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิต เครนถล่มทับรถไฟโคราช ชี้เป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ สั่งหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งสอบสวนให้โปร่งใส เป็นธรรมพร้อมทบทวน ปรับปรุง และยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ

วันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานสักขีพยานในการมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟ ณ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นายภราดร ปริศนานันทกุล นางสาวศุภมาส อิศรภักดี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ และนายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ครอบครัวผู้เสียชีวิต 18 ครอบครัว ผู้แทนประกันภัย ภาคเอกชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมงาน

นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานสักขีพยานในการมอบเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตจำนวน 18 ราย โดยผู้แทนครอบครัวผู้เสียชีวิตฯ รับมอบเงินเยียวยาฯ ดังนี้ 

1. ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นเพื่อการเยียวยาแก่ทายาทผู้เสียชีวิตฯ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) บริษัทกรุงเทพประกันภัย บริษัททิพยประกันภัย บริษัทอินทรประกันภัย และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) มอบให้ผู้เสียชีวิตรายละ  1 ล้านบาท

2. เงินช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิต จากการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ กองทุนยุติธรรม และเงินช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในนามของรัฐบาล ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว และญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครนก่อสร้างรางรถไฟความเร็วสูงตกทับรถไฟ ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง และสร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนทั้งประเทศ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่อาจประเมินค่าได้ การมอบเงินเยียวยาแก่ญาติผู้เสียชีวิตในวันนี้ เป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะเร่งรัดการช่วยเหลือ ดูแล และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้เป็นไปโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งเป็นกำลังใจให้ครอบครัวผู้สูญเสียก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ การมอบเงินเยียวยาในวันนี้เป็นการช่วยเหลือจากกรมธรรม์ประกันภัย รวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ ซึ่งรัฐบาลได้เร่งประสานและอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือถึงมือครอบครัวผู้สูญเสียโดยเร็ว โดยรัฐบาลจะติดตามการเยียวยาในระยะต่อไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์

"ผมได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรม โดยจะไม่มีการละเว้นหรือยกเว้นแก่ผู้ใดทั้งสิ้น หากพบการกระทำที่เข้าข่ายประมาทเลินเล่อหรือฝ่าฝืนกฎหมายจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้จะเร่งทบทวน ปรับปรุง และยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านกฎหมาย มาตรฐานวิชาชีพ การกำกับดูแลหน้างาน และบทลงโทษ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยจะกำหนดให้ความปลอดภัยของแรงงานและประชาชนเป็นวาระสำคัญของประเทศอย่างแท้จริง ผมขอส่งความห่วงใย และกำลังใจไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งญาติผู้เสียชีวิตและครอบครัวทุกท่าน ขอให้ทุกท่านมีกำลังใจที่เข้มแข็ง รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งประชาชน พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังในทุกมิติ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และความเป็นธรรมให้กลับคืนสู่สังคมโดยเร็วที่สุด" นายกรัฐมนตรี กล่าว

จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เดินพูดคุยและให้กำลังใจ แก่ญาติผู้เสียชีวิตด้วย