IN NEWS
ไทยเสนอตัวพร้อมรับเป็นเจ้าภาพประชุม 'ไอเอ็มเอฟ-ธนาคารโลก'ในเดือนต.ค.นี้
กรุงเทพฯ-รองนายกฯ และ รมว.คลัง พร้อมด้วย เลขาธิการบีโอไอ และเลขานุการ รมว.คลัง นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 (WEF 2026) ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 19–22 มกราคม 2569
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และนายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 (WEF 2026) ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 19–22 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นเวทีหารือระดับนานาชาติที่ผู้นำจากภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคธุรกิจชั้นนำจากทั่วโลก ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก การขับเคลื่อนการลงทุน และกรอบความร่วมมือทางการเงินในอนาคต และใช้ WEF 2026 เป็นพื้นที่เชื่อมโยงการทำงานระหว่างประเทศ ซึ่งรวมถึงเพื่อสนับสนุนการเตรียมการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 โดยการเข้าร่วมการประชุม WEF 2026 สะท้อนบทบาทเชิงรุกของประเทศไทยในการมีส่วนร่วมกับประชาคมเศรษฐกิจโลก เสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคธุรกิจระหว่างประเทศ และสื่อสารถึงศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในประเทศไทยระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิดหลัก “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience”
การประชุมกับธนาคารโลก
ในห้วงการประชุม WEF 2026 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าร่วมหารือกับ Mr. Ajay Banga ประธานธนาคารโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก แนวทางความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจไทย การสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ และการสร้างงานที่มีคุณค่าในประเทศ ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกในเดือนตุลาคม 2569 ทั้งนี้ การหารือยังให้ความสำคัญกับกรอบแนวคิดการพัฒนาประเทศกำลังพัฒนา โดยธนาคารโลกเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแบบดั้งเดิมไปสู่การสร้างงานคุณภาพ โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นใหม่ การใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม อาทิ แนวคิด “Small AI” ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ใช้ทรัพยากรต่ำ และสนับสนุนเศรษฐกิจจริงโดยไม่ทดแทนแรงงานมนุษย์ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือแนวทางการต่อยอดความร่วมมือในโครงการสำคัญ เช่น โครงการพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ และโครงการ Saraburi Sandbox ซึ่งมุ่งยกระดับจังหวัดสระบุรีสู่ต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการสร้างการจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระดับพื้นที่
การประชุมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
ในห้วงการประชุม WEF 2026 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าร่วมหารือกับ Ms. Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เกี่ยวกับความคืบหน้าและแนวทางการเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกในประเทศไทย โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นรูปแบบการประชุมและกิจกรรมประกอบการประชุม อาทิ กิจกรรมคู่ขนาน (Side Events) กิจกรรมก่อนเริ่มงานภายใต้แนวคิด “Road to Thailand” ทั้งนี้ Ms. Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้กล่าวชื่นชมบทบาทของประเทศไทยในการนำเครื่องมือดิจิทัลมาใช้ส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงิน บริการภาครัฐผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง การยกระดับทักษะแรงงานด้วยกระบวนการ Upskilling และ Reskilling ผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส และการพัฒนาที่ตอบโจทย์การเติบโตอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ IMF ได้เสนอแนวคิดหัวข้อกิจกรรมเสริมที่สอดคล้องกับบริบทของไทยและภูมิภาคอาเซียน เช่น ประเด็น Safe and Inclusive Digital Finance ตลอดจนการนำแนวคิดหลักของการประชุมมาประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมควบคู่กัน โดยได้กำหนดแผนการเตรียมงานร่วมกันอย่างเป็นขั้นตอน อาทิ การเดินทางมาล่วงหน้าของทีมงานจัดประชุมของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ การเยือนไทยของกรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 และการใช้โอกาสการประชุม Spring Meetings ในเดือนเมษายน 2569 เพื่อหารือรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ อันจะช่วยให้การจัดการประชุมในประเทศไทยเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุม 2026 IMF - World Bank Group Annual Meetings
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้กล่าวถึงแนวคิดหลักของการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งจะถูกนำมาใช้เป็นกรอบแนวคิดในการออกแบบและจัดกิจกรรมเสริมต่าง ๆ ตลอดการประชุม โดยการที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและ กลุ่มธนาคารโลก นับเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลกในหลายมิติ ทั้งบทบาทด้านเศรษฐกิจและการเงินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และศักยภาพในการเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลก โดยประเทศไทยได้แสดงความพร้อมในด้านสถานที่ การคมนาคมขนส่ง การอำนวยความสะดวก และการจัดงาน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 นอกจากนี้ การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ประเทศไทยนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทย ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม อาหาร และแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ซึ่งจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และสร้างประโยชน์ต่อภาคการท่องเที่ยว การบริการ และการลงทุนในหลายสาขา คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมการประชุมจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และสื่อมวลชน รวมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก เดินทางมายังประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าว โดยการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ถือเป็นเวทีหารือระดับนานาชาติที่มีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการเงินของโลกในระยะต่อไป
