SUSTAINABILITY

TEI-TBCSDเข้าร่วมงานลงนามเอ็มโอยู พัฒนาคาร์บอนเครดิตปลูกปาล์มที่ยั่งยืน



กระบี่-เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา : บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)  “THAICOM” ร่วมกับ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) “GGC” และ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) “TGO” ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือเพื่อดำเนินโครงการ “การพัฒนาคาร์บอนเครดิตจากการปลูกปาล์มอย่างยั่งยืน”  โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้และแนวทางการนำระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบพื้นที่สวนปาล์ม พร้อมทั้งประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจากสวนปาล์ม เพื่อนำไปขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตในโครงการการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในการพัฒนาสู่ธุรกิจและสังคมคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืน และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมันของประเทศไทย

โดยในงานพิธีลงนามฯ โดยได้รับเกียรติจากผู้บริหารจากทั้ง 3 หน่วยงานเข้าร่วมลงนาม MOU ได้แก่ คุณปฐมภพ สุวรรณศิริ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) คุณกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

คุณปฐมภพ สุวรรณศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THAICOM เปิดเผยว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงพลังของทุกภาคส่วนในการนำเทคโนโลยีอวกาศ (Space Technology) เข้ามายกระดับมาตรฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันในประเทศไทยอย่างยั่งยืน ไทยคมได้นำข้อมูลจากดาวเทียม มาวิเคราะห์ร่วมกับเทคโนโลยี AI และ ML มาพัฒนาเป็นแพลตฟอร์ม CarbonWatch ซึ่งได้รับการรับรองจาก อบก. รายแรกในไทย และเราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีการศึกษาและต่อยอดแพลตฟอร์มนี้ มาสู่ภาคการเกษตรในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมัน ภายใต้การร่วมมือกันในครั้งนี้ เพื่อช่วยให้การตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกและการประเมินการกักเก็บคาร์บอนมีความแม่นยำ โปร่งใส และเป็นไปตามมาตรฐานสากล และมุ่งหวังให้โมเดลของโครงการนี้เป็นต้นแบบให้กับพืชเกษตรอื่น ๆ ในอนาคตต่อไป”

คุณกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เปิดเผยว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่สังคมคาร์บอนต่ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยการนำระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการตรวจสอบพื้นที่สวนปาล์ม และประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจากสวนปาล์ม เพื่อนำไปสู่การขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตในโครงการการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย โดย GGC จะเป็นผู้พัฒนาโครงการ โดยนำฐานข้อมูลในการพัฒนาคาร์บอนเครดิตมาใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาเป็นโมเดลการประเมินการกักเก็บคาร์บอน และขอรับรองตามแนวทางการพิจารณารับรองวิธีการประเมินการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้โดยเทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) สำหรับสวนปาล์ม สำหรับตรวจประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจากสวนปาล์มตามมาตรฐานที่ TGO กำหนด”

การลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่าง 3 ภาคีในครั้งนี้ จะช่วยเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญและบทบาทของแต่ละหน่วยงานให้ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การกำหนดแนวทางและมาตรฐานการพัฒนาคาร์บอนเครดิต ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการตรวจสอบและประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ GGC ในการต่อยอดการพัฒนาโครงการสู่การปฏิบัติจริง เพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน และยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลและผลการประเมินตามแนวทางมาตรฐานของประเทศไทย ขณะเดียวกัน

ยังเอื้อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมในภาพรวม ผ่านการส่งเสริมการทำเกษตรและอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำ และสร้างโอกาสในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ GGC ยังได้รับความร่วมมือจาก GIZ ในฐานะพันธมิตรที่ช่วยขับเคลื่อนโครงการการผลิตปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Sustainable Palm Oil Production and Procurement Project for Climate Mitigation and Adaptation: SPOPP CLIMA) มาให้คำแนะนำต่อแผนดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดการสวนปาล์มน้ำมัน และอำนวยความสะดวกในการประสานงานกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายในโครงการฯ

คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO เปิดเผยว่า “องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมและรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์และคาร์บอนเครดิต ซึ่ง อบก. ได้พัฒนามาตรฐานโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) หรือโครงการ T-VER ที่ถือว่าเป็นมาตรฐานการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย อบก. มีความยินดีที่จะให้การสนับสนุน

ด้านเทคนิควิชาการในการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมลดดก๊าซเรือนกระจก และติดตามประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกตามแนวทางที่ อบก. กำหนดไว้ เพื่อให้พัฒนาเทคโนโลยีสำรวจระยะไกล (Remote Sensing) ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับใช้ประเมินคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดระยะเวลาและต้นทุนในการตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนของพื้นที่ป่าไม้ เพื่อนำไปสู่การซื้อขายคาร์บอนเครดิตภายใต้โครงการ T-VER ที่มีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือในระดับสากล”

ภายใต้กรอบความร่วมมือของทั้ง 3 ภาคีดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินโครงการเกิดผลในเชิงปฏิบัติและขยายการมีส่วนร่วมจากภาคเกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรม GGC จึงได้ลงนามความร่วมมือเพิ่มเติมกับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ได้แก่ กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนจำนวน 6 กลุ่ม ประกอบด้วย

• กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน เอเจ เสริมสร้างปาล์มน้ำมันยั่งยืน

• กลุ่มวิสาหกิจชุมชนสานฝันเพเหลาพัฒนาเศรษฐกิจ

• กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันภัทร

• กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนปาล์มน้ำมันทับทิม & ไชโย

• กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตปาล์มน้ำมัน RSPO พังงา

• กลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนตรังน้ำมันปาล์ม

พร้อมกันนี้ ดร.วิจารย์  สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะเลขาธิการองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) ได้เข้าร่วมกล่าวแสดงความยินดีในพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการฯ โดยความร่วมมือในครั้งนี้ ถือ

ว่าเป็นก้าวสำคัญที่ทุกภาคส่วนได้มาร่วมพัฒนาต่อยอดการดำเนินงานของแต่ละองค์กรมาบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อทำการศึกษาความเป็นไปได้และแนวทางการนำระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการตรวจสอบพื้นที่สวนปาล์ม พร้อมทั้ง การประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอนจากสวนปาล์ม เพื่อนำไปสู่การขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตในโครงการการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ และเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือของข้อมูลและผลการประเมินตามแนวทางมาตรฐานของประเทศไทย และให้มีความสอดคล้องกับกฎหมาย EUDR ตลอดจนช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้ง เพื่อลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกด้วย ภายใต้โครงการ “การพัฒนาคาร์บอนเครดิตจากการปลูกปาล์มอย่างยั่งยืน” โดยการนำเทคโนโลยีอวกาศและระบบวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ในการตรวจสอบพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน และประเมินปริมาณการกักเก็บคาร์บอน อันเป็นการผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน  ซึ่ง TEI และ TBCSD ได้มีการ    ดำเนินงานร่วมกับทั้ง 3 หน่วยงานที่ร่วมลงนามความร่วมมือฯ โดย บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ “THAICOM” และ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ “GGC” เป็นองค์กรสมาชิกขององค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) พร้อมทั้ง องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ “TGO” เป็นองค์กรพันธมิตรของ TBCSD เพื่อร่วมผลักดันการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วนจะกลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน