IN NEWS
ดัชนีความเชื่อมั่นอาร์เอสไอเดือนม.ค.69 แนวโน้ม6เดือนข้างหน้าขยายตัวต่อเนื่อง
กรุงเทพฯ-ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนมกราคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง นำโดยภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคบริการเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ควรติดตามความชัดเจนของความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการค้าโลก นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้สำรวจพิเศษประเมินนโยบาย Quick Big Win พบว่า โครงการมหกรรมธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพฯ มาตรการช่วยดูแลราคาสินค้าเกษตร และมาตรการสนับสนุน SMEs ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและประชาชนมากที่สุด
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนมกราคม 2569 จากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคพบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนมกราคม 2569 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง นำโดยภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคบริการเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ควรติดตามความชัดเจนของความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการค้าโลก นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้สำรวจพิเศษประเมินนโยบาย Quick Big Win พบว่า โครงการมหกรรมธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพฯ มาตรการช่วยดูแลราคาสินค้าเกษตร และมาตรการสนับสนุน SMEs ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและประชาชนมากที่สุด” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกอยู่ที่ระดับ 78.8 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคบริการและภาคการลงทุน จากการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่มีต่อเนื่องและการดำเนินมาตรการส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมทางบกระหว่างจังหวัดในพื้นที่อุตสาหกรรมและแหล่งท่องเที่ยว ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่อยู่ที่ระดับ 83.7
ขณะเดียวกันดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ 74.4 โดยมีแรงสนับสนุนหลักจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ตามแนวโน้มการขยายตัวของธุรกิจไมซ์ (Meetings, Incentive Travel, Conventions และ Exhibitions: MICE) และการเดินทางเข้ามาของนักธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดเตรียมงานมหกรรมพืชสวนโลก พ.ศ. 2569 ประกอบกับอุปสงค์สินค้าอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่มีต่อเนื่อง ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนืออยู่ที่ระดับ 73.0 โดยมีปัจจัยบวกจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย รวมถึงความคืบหน้าของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่การผลิตมูลค่าสูง ตลอดจนการเตรียมพร้อมรับการพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economy Corridor: NEC)
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้อยู่ที่ระดับ 69.8 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวจากภาครัฐและเอกชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูการท่องเที่ยวของทะเลฝั่งอ่าวไทยในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เดือนกันยายน ประกอบกับคำสั่งซื้อสินค้าอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และคาดว่า รัฐบาลชุดใหม่จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ควรติดตามประเด็นความแปรปรวนของสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและภาคเกษตร พฤติกรรมของการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีความระมัดระวังมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันรายได้ภาคบริการ รวมถึงต้นทุนการผลิตที่ยังอยู่ในระดับสูง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การค้าโลก และสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลางอยู่ที่ระดับ 67.5 โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคเกษตร ตามการส่งออกสินค้าเกษตรที่ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง
ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับลดอัตราภาษีสินค้านำเข้าชั่วคราวในบางรายการของจีนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มฟื้นตัว จากมาตรการสนับสนุนของรัฐบาล และแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย แม้ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการผลิต ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตกอยู่ที่ระดับ 64.1 โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคเกษตรและภาคการลงทุนเป็นสำคัญ ตามความต้องการสินค้าเกษตรที่เพิ่มมากขึ้น นโยบายสนับสนุนภาคเกษตรและภาคการลงทุนที่มีต่อเนื่อง และทิศทางการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จสิ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางส่วนรอติดตามความชัดเจนเกี่ยวกับข้อตกลงการค้ากับสหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 62.6 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคบริการและการจ้างงาน อย่างไรก็ตาม ควรติดตามนโยบายกีดกันทางการค้าจากประเทศคู้ค้าหลักโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา การแข่งขันของสินค้านำเข้าราคาถูกจากจีน และความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในระยะถัดไป
สำหรับเดือนมกราคม 2569 กระทรวงการคลังได้จัดทำการสำรวจพิเศษเพื่อประเมินผลกระทบของนโยบาย Quick Big Win ที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งสะท้อนความสำเร็จตามเป้าหมาย “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” โดยในระยะสั้นพบว่า โครงการมหกรรมธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพ และธงฟ้าเยียวยาและกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนมากที่สุด เนื่องจากเป็นมาตรการที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง เห็นผลโดยตรงและรวดเร็วในการลดภาระค่าครองชีพ ช่วยเพิ่มกำลังซื้อ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชีวิตประจำวัน รองลงมาคือ มาตรการช่วยดูแลราคาสินค้าเกษตร (ธงเขียวราคาประหยัด) และมาตรการสนับสนุน SMEs ตามลำดับ สำหรับในระยะปานกลางถึงระยะยาว โครงการที่คาดว่าจะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคมากที่สุด คือ มาตรการสนับสนุน SMEs โครงการมหกรรมธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพ และธงเขียวราคาประหยัด ตามลำดับ
ตารางสรุปดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค ประจำเดือนมกราคม 2569
กทม.-ปริมณฑล/ตะวันออก/อีสาน/ภาคใต้/กลาง/เหนือ/ตะวันตก/EEC
ดัชนีความเชื่อมั่น
อนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค 62.6 78.8 74.4 69.8 67.5 73.0 64.1 83.7
ดัชนีแนวโน้มรายภาค
1) ภาคเกษตร 60.4 76.3 75.1 68.8 70.8 67.8 74.9 83.9
2) ภาคอุตสาหกรรม 57.6 75.5 75.4 71.1 67.6 77.4 55.3 79.9
3) ภาคบริการ 67.1 86.8 75.8 73.9 64.2 75.7 62.6 89.4
4) ภาคการจ้างงาน 64.8 77.6 73.2 65.3 67.5 71.5 62.4 84.5
5) ภาคการลงทุน 63.2 77.7 72.6 69.7 67.2 72.9 65.3 80.6
