IN NEWS

'อนุทิน'ร่วมทีมดูพัฒนาพื้นที่บึงบอระเพ็ด บูรณาการทุกภาคส่วนให้ยั่นยืนในทุกมิติ



กรุงเทพฯ-"นายกฯ อนุทิน" ร่วมคณะ ติดตามการพัฒนาพื้นที่บึงบอระเพ็ด บูรณาการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกภาคส่วนเพื่อทำให้บึงบอระเพ็ดเกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนในทุกมิติ

วันนี้ (30 ม.ค. 69) เวลา 09.00 น. พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมประชุมติดตามการพัฒนาพื้นที่บึงบอระเพ็ด ณ ห้องประชุมศูนย์ศึกษาธรรมชาติบึงบอระเพ็ด เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด ต.พระนอน อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ นายชูโชค ศิวะคุณากร Head of ESG & BSE - SCG นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบีเจซี บิ๊กชี พร้อมด้วย ผู้บริหารส่วนราชการระดับกระทรวง กรม จังหวัด องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

จากนั้น คณะฯ ตรวจเยี่ยมให้กำลังผู้ประกอบการ OTOP ซึ่งได้พัฒนาผลิตภัณฑ์จากผลผลิต ในพื้นที่บึงบอระเพ็ด อาทิ น้ำรากบัว ไอศกรีมรากบัว ปลาย่างรมควัน ผ้าใยบัว แล้วเดินทางลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาพื้นที่พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณพื้นที่บึงบอระเพ็ด โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมเยี่ยมชมการสาธิตการผลิตวัสดุปรับปรุงดินจากเศษวัชพืชในบึงบอระเพ็ด และเยี่ยมชมการปรับสภาพพื้นที่ เพื่อดำเนินการทำนาแบบเปียกสลับแห้งด้วยระบบเลเซอร์ โดยเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด

การลงพื้นที่ตรวจติดตามการพัฒนาพื้นที่บึงบอระเพ็ดในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 14 ซึ่งตลอดช่วงที่ผ่านมา จังหวัดนครสวรรค์ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนการอนุรักษ์ และฟื้นฟูบึงบอระเพ็ดให้มีระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นพื้นที่บริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ ยึดหลักการทำงานแบบบูรณาการ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่บึงบอระเพ็ดในทุกมิติ ทั้งด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำการบริหารจัดการระบบนิเวศ โดยการนำวัชพืชน้ำมาแปรรูปเป็นวัสดุปรับปรงดิน การบริหารจัดการพื้นที่ ส่งเสริมการปรับวิถีการเกษตรสู่การปลูกข้าวคาร์บอนต่ำ และส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนควบคู่กับการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากบึงบอระเพ็ด เพื่อสร้างอาชีพสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ มีสมญานามว่า "ทะเลเหนือ" หรือ "จอมบึง" เนื่องด้วยเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ มีเนื้อที่ถึง 132,737 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอชุมแสง และอำเภอท่าตะโก ในอดีตเคยเป็นแหล่งอาศัยของจระเข้ และพันธ์ไม้น้ำจำนวนมาก บอกจากนี้ยังเป็นเป็นแหล่งรวมพันธุ์ปลาน้ำจืดที่หายาก เช่น ปลาเสือตอ และปลากะโห้ โดยได้รับการประกาศให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตั้งแต่ปี 2518 และได้มีการค้นพบ นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร (White-eyed River-Martin : Pseudochelidon sirintarae) เป็นครั้งแรกในโลกที่บึงน้ำแห่งนี้ และจากการสำรวจเพิ่มเติม ได้พบนกในบึงบอระเพ็ดแล้วไม่ต่ำกว่า 190 ชนิด โดยเฉพาะนกน้ำที่พบมากกว่า 100 ชนิดจากพันธุ์นกน้ำที่พบในประเทศไทย 187 ชนิด (ข้อมูล ณ พ.ศ. 2554) สะท้อนว่าบึงบอระเพ็ดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญยิ่งในระดับโลก ทั้งยังเอื้อให้เกิดประโยชน์ในด้านกสิกรรม การประมงน้ำจืดของแหล่งชุมชนที่อาศัยโดยรอบพื้นที่ และยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติที่สวยงาม อุดมสมบูรณ์ และทรงคุณค่าที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

สำหรับสถานการณ์น้ำของบึงบอระเพ็ดในปี 2569 (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ม.ค. 69) อยู่ในเกณฑ์ดี มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 221.94 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 94.54 ของความจุที่ 234.77 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 72.71 ล้านลูกบาศก์เมตร