POLITICS

กมธ.ทหารวุฒิสภาหารือ GISTDAหนุน การพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของไทย



กรุงเทพฯ-วันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569 คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ ร้อยตำรวจเอก ฉลอง  ทองนะ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ นายไชยยงค์  มณีรุ่งสกุล เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการ ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง อนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการกิจการทางทหารด้านไซเบอร์ เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ได้เดินทางหารือเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศเพื่อภารกิจการรักษาความมั่นคงร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 

ในการนี้ ดร.ปกรณ์ อาภาพันธ์ ผู้อำนวยการ GISTDA พร้อมคณะผู้บริหาร ได้ให้การต้อนรับ โดยคณะกรรมาธิการได้รับฟังบรรยายสรุปในประเด็นขีดความสามารถการปฏิบัติการมิติอวกาศของ GISTDA บทบาทของของ GISTDA กับภารกิจความมั่นคงของกองทัพและอุตสาหกรรมอวกาศของไทย โครงการพัฒนาของ GISTDA กฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศไทยเพื่อแข่งขันในเวทีโลก และการจัดตั้ง Spaceport ในประเทศไทย

ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการดำเนินงานของ GISTDA และความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติกิจการอวกาศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและนโยบายความมั่นคงของประเทศไทย ข้อมูลโครงการกลุ่มดาวเทียม THEOS ซึ่งรวมถึงความสำเร็จในการสร้างดาวเทียมโดยฝีมือวิศวกรไทย และการบริหารความเสี่ยงที่ผ่านมา โดยแผนยุทธศาสตร์อวกาศผ่านการดำเนินงานของ GISTDA มุ่งเน้นการจัดสร้างกลุ่มดาวเทียม 18 ดวง เพื่อเพิ่มความถี่ในการรับข้อมูลให้ทันต่อเหตุการณ์ภัยพิบัติและการเกษตร พร้อมทั้งตอบโจทย์ด้านความมั่นคงของชาติที่ต้องการข้อมูลที่มีความละเอียดสูงและเป็นความลับ นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งฐานยิงจรวด (Spaceport) ในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออกของประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ โดยคณะกรรมาธิการ

ได้มีข้อเสนอแนะถึงการเน้นความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานวิจัย กองทัพ และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคลากรวิศวกรไทยและโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศให้ครบวงจร ตลอดจนแนวทางการแก้ปัญหาทางกฎหมายและงบประมาณเพื่อให้โครงการมีความคุ้มค่าและยั่งยืน

ในระยะยาวสำหรับการพัฒนาประเทศสู่อนาคต กล่าวได้ว่าอุตสาหกรรมอวกาศเป็นเครื่องมือสำคัญทั้งในด้านการทหาร การจัดการภัยพิบัติ และการสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับคนรุ่นใหม่ในระดับสากล โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการยกระดับให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางด้านอวกาศของภูมิภาคผ่านความร่วมมือกับนานาชาติและองค์กรระดับโลก การร่วมหารือในครั้งนี้ถือเป็นการปักหมุดยุทธศาสตร์สำคัญ

ในการผสานเทคโนโลยีอวกาศเข้ากับภารกิจความมั่นคง เพื่อยกระดับกองทัพไทยสู่ความทันสมัยและสร้างรากฐานอุตสาหกรรมอวกาศที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูลที่ได้รับไปประกอบการพิจารณาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของไทยให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป