IN NEWS

เปิด3โพลดังโค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้งส.ส. ปชน.นำทุกสำนักส่วนภท.-พท.ตามห่าง



กรุงเทพฯ-โค้งสุดท้ายใกล้เลือกตั้งสส.จัดเทียบผล 3 โพลล่าสุด (นิด้าโพล, สวนดุสิตโพล, เนชั่นโพล) ที่สำรวจในช่วงก่อนเลือกตั้ง แล้วจะเห็นว่า พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ความนิยมแบบปาร์ตี้ลิสต์มาเป็นอันดับหนึ่ง จากทั้งนิด้าโพลและสวนดุสิตโพล ส่วนอันดับสอง นิด้าโพลชี้ว่าคือพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ทว่าถ้าอิงจากสวนดุสิตโพล อันดับสองคือ พรรคเพื่อไทย (พท.) ส่วนความนิยมแบบปาร์ตี้ลิสต์จาก ‘เนชั่นโพล’ ระบุว่าคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้มีถึงร้อยละ 24.73 ซึ่งเป็นก้อนที่มากกว่ากลุ่มอื่น ถัดมาเป็นพรรค ปชน. และรองลงมาเป็นพรรค ภท.

สวนดุสิตโพลให้ปชน.นำห่างตามด้วยพท.และภท.

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 30/1/69กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 26,621 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) ตามภูมิภาคหลักของประเทศ กำหนดสัดส่วนตามโครงสร้างประชากรจริง เก็บข้อมูลแบบภาคสนาม (100%) ระหว่างวันที่ 16-28 มกราคม 2569 สรุปผลได้ดังนี้

คำถามที่ 1 ประชาชนเลือกพรรคการเมืองใดแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์)

พรรคประชาชนได้รับความนิยมสูงสุด 35.99% ตามด้วยพรรคเพื่อไทย 22.13% พรรคภูมิใจไทย 18.92% พรรคประชาธิปัตย์ 10.16% พรรคกล้าธรรม 2.40% ส่วนพรรคอื่น ๆ รวม 5.93% และยังไม่ตัดสินใจ 4.47%

คำถามที่ 2 ประชาชนจะเลือก สส.เขต สังกัดพรรคไหน

พรรคประชาชนยังนำเป็นอันดับหนึ่งที่ 33.46% ตามด้วยภูมิใจไทย 21.52% เพื่อไทย 20.60% ประชาธิปัตย์ 8.13% กล้าธรรม 3.41% พรรคอื่น ๆ 9.50% และยังไม่ตัดสินใจ 3.38%

คำถามที่ 3 ประชาชนอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ได้รับคะแนนนิยมสูงสุด 35.07% ตามด้วย ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย 21.53% อนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย 16.11% และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ 12.97% ส่วนผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจมีเพียง 2.22%

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งสะท้อนว่าพรรคประชาชนยังคงนำในช่วงเวลาที่ทำการสำรวจ อย่างไรก็ตาม ผลโพลเป็นความคิดเห็นของประชาชน ณ ขณะนั้น ผลลัพธ์ที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจออกมาใช้สิทธิของประชาชนในวันเลือกตั้ง หากประชาชนต้องการให้ผลเป็นอย่างไร ก็จำเป็นต้องออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุดตามกระบวนการประชาธิปไตย เพราะคำตอบสุดท้ายไม่ได้อยู่ที่ผลโพล แต่อยู่ที่คูหาเลือกตั้งของประชาชนทุกคน

ผศ.กัญญกานต์ เสถียรสุคนธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในหัวข้อ “ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569” พบว่า พรรคประชาชนและณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้รับการสนับสนุนเป็นอันดับหนึ่งในทุกประเด็น  ซึ่งมีความต่อเนื่องและสอดคล้องกับผลสำรวจ หัวข้อ “คนไทยกับการทำประชามติและการเลือกตั้ง 2569” ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจดังกล่าว เป็นเพียงภาพสะท้อนกระแสนิยมของประชาชนในช่วงเวลาหนึ่ง และเป็นการบ่งชี้ “อุณหภูมิทางการเมือง” เพียงเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติการเมือง ในระบบรัฐสภาไทยยังถูกกำหนดด้วยกติกาเชิงสถาบัน การรวมเสียงในสภา และพลวัตของการต่อรองทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลให้เจตจำนงของประชาชนไม่อาจแปรเป็นอำนาจรัฐโดยตรงเสมอไป ดังนั้น คะแนนนิยมกับความจริงในการจัดตั้งรัฐบาล จึงอาจไม่สอดคล้องกัน ซึ่งถือเป็นลักษณะเฉพาะของประชาธิปไตยไทยร่วมสมัย ด้วยเหตุนี้ สังคมและผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำเป็นต้องเตรียมความเข้าใจและยอมรับผลลัพธ์ที่อาจแตกต่างจากความคาดหวัง โดยมองการเมืองในฐานะกระบวนการมากกว่าผลลัพธ์สุดท้าย เพื่อเสริมสร้างวุฒิภาวะทางการเมืองและความเข้าใจในบริบทของประชาธิปไตยแบบรัฐสภาอย่างยั่งยืน

นิด้าโพล ยกสอง ยังให้ปชน.นำห่างภท.-พท.

นิด้าโพลทำการสำรวจระหว่าง 23-27 ม.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ทั่วประเทศจำนวน 2,500 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับกระแสเลือกตั้งปี 2569 โดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลด้วยตัวอย่างหลัก (master sample) ของ ‘นิด้าโพล’ สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ได้ผลสำรวจดังนี้

ข้อ 1 ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้

พบว่า อันดับหนึ่ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 29.08 อันดับสอง อนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 22.24 อันดับสาม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 12.52 อันดับสี่ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 12.12  อันดับ 5 ยังหาคนที่เหมาะไม่ได้ ร้อยละ 9.36

ข้อที่ 2 พรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มในการเลือกสส.แบ่งเขต

พบว่า อันดับหนึ่ง พรรคประชาชน ร้อยละ 33.56 อันดับสอง พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 22.76 อันดับสาม พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 16.92 อันดับสี่ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 12.76 อันดับห้า พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 3.44

ข้อที่ 3 พรรคการเมืองที่ประชาชนมีแนวโน้มเลือกปาร์ตี้ลิสต์

พบว่า อันดับหนึ่ง พรรคประชาชน ร้อยละ 34.20 อันดับสอง พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 22.60 อันดับสาม พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 16.20 อันดับสี่ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 13.20 อันดับห้า พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 3.40

เนชั่นโพลให้ปชน.เบอร์1 ภท.-พท.-ปชป.ตามห่าง

เนชั่นโพลส่งทีมลงพื้นที่ภาคสนามในแบบ เดินสำรวจ-เคาะประตูบ้าน คนไทยทั่วทุกภาคของประเทศ โดยแบ่งเป็นจังหวัด 9 ภูมิภาค ลงลึกถึงระดับชุมชน หมู่บ้าน ทั้งใน และนอกเขตเทศบาล โดยเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 23 - 26 ม.ค. 2569  ระดับความเชื่อมั่น 95% จำนวนกลุ่มตัวอย่างแต่ละภูมิภาค 1,200 ตัวอย่าง รวมทั้งประเทศมากถึง 10,890 ตัวอย่าง

พบว่า ในระดับประเทศ ประชาชนมีแนวโน้ม การเลือกตั้งเขตสส. จากพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน มากที่สุด ในสัดส่วนใกล้เคียงกันคือร้อยละ 21.14 และ 21.11 ตามลำดับ รองลงมาเป็นพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 17.56 พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 7.58 แต่ยังมีคนที่ไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 23.85

ส่วนปาร์ตี้ลิสต์ ประชาชนมีแนวโน้มเลือกพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทย มากที่สุดใกล้เคียงกันที่ ร้อยละ 21.89 และ ร้อยละ 20.59 ตามลำดับ รองลงมาเป็นพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 17.02 และพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 7.9 ส่วนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ มีถึงร้อยละ 24.73

จากการสำรวจ คนส่วนใหญ่มากกว่าครึ่งหนึ่งคือ ร้อยละ 64.6 มีแนวโน้มเลือกสส.เขตกับปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเดียวกันในการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนการเลือกที่ไม่ใช่พรรคเดียวกันอยู่ที่ร้อยละ 35.4

นอกจากนั้น คนส่วนใหญ่มากกว่าครึ่งมีแนวโน้มการเลือก สส.เขตไม่เหมือนรอบที่แล้ว ถึงร้อยละ 58.58 ส่วนการเลือกเขตเดิมเหมือนรอบที่แล้ว ร้อยละ 41.42

สำหรับปาร์ตี้ลิสต์ คนส่วนใหญ่มากกว่าครึ่งหนึ่ง มีแนวโน้มการเลือกไม่เหมือนรอบที่แล้วเช่นกันคือ อยู่ที่ร้อยละ 58.97 ส่วนการเลือก สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเดิม เหมือนรอบที่แล้ว อยู่ที่ร้อยละ 41.03

จากผลสำรวจทั้งประเทศ สิ่งที่คนส่วนใหญ่ต้องการรัฐบาลใหม่ แก้ไขเร่งด่วนใน 100 วันแรกมากที่สุด

อันดับ 1 คือ เพิ่มค่าแรง-เพิ่มรายได้ (ค่าแรง/โอกาสทำมาหากิน/ช่วย SME) ร้อยละ 41.91

อันดับ 2 คือ ลดค่าครองชีพโดยปรับโครงสร้างค่าน้ำ-ไฟ ขนส่งสาธารณะ/รถไฟฟ้าที่เข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม ร้อยละ 33.2

อันดับ 3 คือ การปราบคอร์รัปชัน และการจัดการ “หนี้ครัวเรือน-หนี้นอกระบบ” ใกล้เคียงกันร้อยละ 23.27 และร้อยละ 22.05 ตามลำดับ

ขณะที่การออกเสียงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นด้วยกับการแก้ไข ร้อยละ 56.26 ไม่เห็นด้วย ร้อยละ 30.12 และไม่แน่ใจ ร้อยละ 13.63

สำหรับผลสำรวจรายภูมิภาค 9 ภูมิภาค เฉพาะ 3 อันดับแรกที่ได้คะแนนสูงสุด สรุปได้ดังนี้

กรุงเทพมหานคร : แนวโน้มการเลือกตั้ง สส.เขต - พรรคประชาชน ร้อยละ 28.84 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 19.24 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 14.84 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 24.99

แนวโน้มการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาชน ร้อยละ 29.34 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 18.92 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 14.75 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 25.16

ภาคกลาง : แนวโน้มการเลือกตั้ง สส.เขต - พรรคประชาชน ร้อยละ 20.82 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 16.68 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 12.12 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 34.92

แนวโน้มการเลือกตั้ง สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาชน ร้อยละ 20.65 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 18.79 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 12.81 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 33.3

ภาคตะวันออก : แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 19.11 พรรคประชาชน ร้อยละ 15.51 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 13.18 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 33.44

แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 19.49 พรรคประชาชน ร้อยละ 16.03 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 15.03 และไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 31.23

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน : แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 28.58 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 25.81 พรรคประชาชน ร้อยละ 16.96 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 17.2

แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 31.06 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 23.33 พรรคประชาชน ร้อยละ 16.04 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 19.44

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง : แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 27.05 พรรคประชาชน ร้อยละ 23.12  พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 23.01 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 23.01

แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาชน ร้อยละ 26.88 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 23.17 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 19.46 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 24.82

ภาคเหนือตอนบน : แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 33.27 พรรคประชาชน ร้อยละ 30.83 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 9.34 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 15.02

แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาชน ร้อยละ 32.91 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 31.74 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 9.26 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 15.56

ภาคเหนือตอนล่าง : แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 28.87 พรรคประชาชน ร้อยละ 24.44 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 17.47 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 10.87

แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 28.67 พรรคประชาชน ร้อยละ 24.77 พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 17.35 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 11.22

ภาคใต้ตอนบน : แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 33.54 พรรคประชาชน ร้อยละ 19.5  พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 18.15 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 17.79

แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 34.6 พรรคประชาชน ร้อยละ 17.65 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 15.05 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 20.24

ภาคใต้ตอนล่าง : แนวโน้มการเลือก สส. เขต - พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 23.46 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 18.27 พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 10.28 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 27.65

แนวโน้มการเลือก สส.บัญชีรายชื่อ - พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 26.17 พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 12.03 พรรคประชาชน ร้อยละ 11.43 และยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 33.01

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผอ.เนชั่นโพล กล่าวว่า จากผลสำรวจภาพรวมในระดับประเทศ พบว่าการตัดสินใจเลือก สส.เขต พรรคภูมิใจไทย กับพรรคประชาชน มีคะแนนใกล้เคียงกันมาก ห่างกันแค่จุดทศนิยม คือ ร้อยละ 21.14 กับ 21.11

ส่วน สส.บัญชีรายชื่อ สัดส่วนของผู้เลือกพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยก็ไล่เลี่ยกัน แม้พรรคประชาชนจะมีคะแนนนำ แต่ก็ห่างกันไม่ถึงร้อยละ 2 คือ ร้อยละ 21.89 กับ 20.59

ในขณะที่ยังมีกลุ่มยังไม่ตัดสินใจอีกราวๆ 1 ใน 4 ทำให้โอกาสพลิกผันยังเกิดขึ้นได้ในช่วงโค้งสุดท้าย

เมื่อพิจารณาภาพรวมเชิงเปรียบเทียบในกลุ่มจังหวัด 9 ภูมิภาค ยังไม่พบว่า มีพรรคการเมืองใดที่มีคะแนนโดดเด่นเหนือพรรคการเมืองที่เป็นคู่แข่งในระดับนำด้วยกัน ระหว่าง พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ทั้งสามพรรคยังมีพื้นที่กลุ่มจังหวัดที่เป็นเจ้าของ ผลัดกันนำผลัดกันตาม แม้ว่าโมเมนตัมจะไปทางพรรคประชาชน และพรรคภูมิใจไทยมากกว่าพรรคเพื่อไทย ก็ตาม

ทั้งนี้ ถือว่าแตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 ที่เป็นการเมืองสองขั้วคือ ขั้วเสรีนิยม และขั้วอนุรักษนิยม แต่การเลือกตั้งในครั้งนี้วันที่ 8 ก.พ. 2569 จาก ผลสำรวจเนชั่นโพล ปรากฏชัดว่าเป็นการเมือง 3 ขั้วเชิงประจักษ์