POLITICS
แฉหาเสียงเลือกตั้งอีสานตอนบนสกปรก งัดวิชามารใส่ร้าย-ทำลายป้ายสุดเถื่อน
กาฬสินธุ์-”กำนันหิต“ นายประเสริฐ บุญเรือง ผู้สมัคร สส.จังหวัดกาฬสินธุ์ (อดีต สส.6 สมัย) พรรคภูมิใจไทย ตั้งโต๊ะเปิดใจพฤติกรรมหาเสียงยุคปี 2569 สุดสกปรกสารพัดวิชามาร ใส่ร้ายป้ายสี เรียกร้อง กกต.ลุยตรวจสอบและจับทุจริตเลือกตั้ง ขณะที่มีรายงาน 12 จังหวัดอีสานตอนบน สู้ดุเดือน 67 เขต ทุนเทา - สแกมเมอร์ ทุ่มไม่อั้นสะพัดแล้วหัวละหนึ่งใบเทา คาดซื้อเสียงเลือกตั้งเงินสะพัดมากกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท
เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่บ้านเลขที่ 126 หมู่ที่ 8 บ้านกุดสิมคุ้มใหม่ ต.กุดสิม อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ นายประเสริฐ บุญเรือง ผู้สมัคร สส.จังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย เขตเลือกตั้งที่ 6 (อดีต สส.จังหวัดกาฬสินธุ์ 6 สมัย) ตั้งโต๊ะเปิดใจการเมืองในช่วงหาเสียงเลือกตั้งโค้งสุดท้าย ระบุว่าบรรยากาศการหาเสียงเต็มไปด้วยความสกปรกมีการใส่ร้ายป้ายสีกันอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเลือตั้งของตน พบว่าคู่แข่งสร้างสถานการณ์ ก่อกวนเวทีหาเสียง กล่าวหาใส่ร้ายสารพัด เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ไม่เหมือนกับการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อครั้งในอดีตที่จะมีการนำนโยบายมาปราศรัยเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้แทนของตนเอง
นายประเสริฐ บุญเรือง ผู้สมัคร สส.จังหวัดกาฬสินธุ์ เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า การหาเสียงในยุคนี้ผิดปกติไม่เหมือนในอดีตที่ผ่านมา ที่จะมีการนำนโยบายพรรคเข้ามาปราศรัยหาเสียงเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือก สส.เพื่อมารับใช้ประชาชน แต่ทุกวันนี้การแข่งขันที่รุนแรง ในพื้นที่เขตเลือกตั้งของตนพบว่ามีการสร้างข่าวเท็จเพื่อใส่ร้ายป้ายสี มีการทำลายป้ายหาเสียงเลือกตั้ง โดยเฉพาะพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 6 ที่ลงสมัคร มีการส่งคนเข้ามาก่อกวนเพื่อสร้างสถานการณ์จากนั้นก็จะมีการถ่ายคลิปออกข่าว จ้างยูทรูปแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นมานำเสนอข่าว ที่สุดแสนจะสกปรกกับสถานการณ์หาเสียงเลือกตั้งในขณะนี้
“เมื่อบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งไม่ปกติ ใช้เทคนิค ใช้สื่อท้องถิ่นใส่ร้ายป้ายสี กันอย่างหนัก โดยเฉพาะในเขตเลือกตั้งของตน มีการสร้างสถานการณ์ก่อกวนเวที รวมทั้งในสื่อออนไลน์ต่างๆ ใส่ร้ายสารพัด มีแม้กระทั่งอ้างว่า มีการสั่งการมาจาก คนในเรือนจำ ให้จัดการโดยเด็ดขาด ทำให้มีความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน ซึ่งการปราศรัยเท่าที่ดูไม่ค่อยนำนโยบายมานำเสนอเพื่อให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจเท่าที่ควร มีแม้กระทั่งว่าการก่อกวนอาจต้องการให้เกิดการปะทะ แล้วนำเรื่องไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นมาทำคลิปออกยูทรูป(เพจข่าวสืบสวนไทย) กล่าวหาต่างๆนานา ของบุคคลคนนั้น ซึ่งหากเป็นการหาเสียงปกติเวทีการแข่งขันจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะเวทีปราศรัยจะต้องให้เกียรติกัน ผู้ใดจะไปแสดงกิริยาไม่เหมาะสมแบบนี้ไม่ได้ แต่พบว่ามีการก่อกวนสารพัดไปถ่ายคลิปวีดีโอ ตั้งแต่ยกเก้าอี้ลงจากรถ แล้วก็มีการนั่งฟังปราศรัยของ บุคคลที่จะก่อกวน ก็จะตะโกนท้าทาย ใส่ร้ายกัน อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา “เช่นเมื่อเวทีพูดว่า เบอร์ 6 ก็จะตะโกนสวนไปว่า โกหก หรือ เบอร์ 6 ก็จะตะโกนต่อว่าสอบตก” เป็นต้น
เหตุการณ์นี้ ทำให้ ”แอฟซี“ ที่ไปฟังการปราศรัยมีการชกต่อยกัน ที่ข้อเท็จจริงแอฟซีก็ไปเตือนว่า ถ้าไม่ชอบก็ให้กลับไปบ้านก็ได้หรือไม่ชอบก็ไม่ต้องพูดแบบนี้ก็ได้ ..แต่ผู้ที่ชกต่อยมีเรื่องกับแอฟซี ก็ออกมาท้าทายกันแล้วพูดท้าทายว่า ”นี่มันหลานกูที่บ้านนาขาม กูใหญ่สุด ใครจะออกไปจากบ้านนาขามนี้ไม่ได้ ..เท่าที่รู้คิดว่า “แอฟซี” คงจะไม่พอใจเลยมีการชกต่อยกัน ทีมงานก็ได้มาแยกตัวออก แต่ก็มีการนำเรื่องไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาไปต่างๆนานา ถือเป็นการใช้วิธีการที่สปกปรก แล้วใช้ ยูทรูป กล่าวหาใส่ร้าย เพื่อหวังให้ประชาชนเข้าใจผิดและเกลียดชังตน ซึ่งในขณะนี้ตนได้เตรียมการให้ทนายความแจ้งความดำเนินคดีกับ ”ยูทรูปเจ้าของเพจข่าวสืบสวนไทย“ แล้ว นอกจากนี้ก็ขอให้ กกต.จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้ามาสืบสวนปัญหาการซื้อเสียงเนื่องจากในพื้นที่มีกระแสข่าวซื้อเสียงมากถึงหัวละ 1 พันบาทแล้ว” นายประเสริฐ กล่าวในที่สุด
สำหรับการบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ”อีสานตอนบน“ 12 จังหวัด รายงานแจ้งว่า ทวีความเข้มข้นมากขึ้นในช่วงโค้งสุดท้าย รายงานสถิติการเลือกตั้ง ในปี 2566 จากจำนวน 12 จังหวัดอีสานตอนบน มีเก้าอี้ สส.จำนวน 67 เขต พรรคเพื่อไทยได้ 41 เขต พรรคภูมิใจไทย ได้ 11 เขต พรรคก้าวไกล หรือพรรคประชาชน ได้ 5 เขต ส่วนอีก 10 เขตจะเป็นพรรคเล็กเฉลี่ยกันไป ส่วนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กระแสการเลือกตั้งได้พุ่งเป้าไปที่พรรคใหญ่ ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และ พรรคประชาชน ขณะนี้จึงเกิดกระแสการซื้อเสียง ที่มีข่าวว่า กลุ่มทุนเทา สแกนเมอร์ เริ่มซื้อเสียงกันแล้ว โดยเริ่มตั้งแต่ 100-500 บาท เป็นการปูพรม เจาะฐานคะแนน และในบางเขตเลือกตั้งพื้นที่ 12 จังหวัดอีสานตอนบน มีรายงานว่าทุนเทา สแกนเมอร์ ทุ่มไม่อั้นเกิดกระแสข่าวสะพัดในหลายพื้นที่ถึงหัวละหนึ่งใบเทา เกือบทุกเขตเลือกตั้ง คาดว่าทั่วภาคอีสานตอนบนจะมีเงินสะพัดมากกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาทจากการเลือกตั้งครั้งนี้
