BUSINESS
คปภ.เปิดอบรมให้บุคลากรสถานพยาบาล ยกระดับใช้สิทธิประกันภัยรถภาคบังคับ
กรุงเทพฯ-คปภ. เปิดโครงการอบรมเสริมความรู้บุคลากรสถานพยาบาล ยกระดับการใช้สิทธิประกันภัยรถภาคบังคับ และระบบ e-Claim หนุนกลไก “ช่วยเหลือก่อน พิสูจน์ภายหลัง”
เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดโครงการอบรมส่งเสริมความรู้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประจำปี 2569 สำหรับบุคลากรสถานพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมการอบรมกว่า 180 แห่ง และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกว่า 450 คน ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพมหานคร
เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การจัดโครงการอบรมครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างความร่วมมือเชิงระบบระหว่างสำนักงาน คปภ. ภาคธุรกิจประกันภัย และหน่วยงานทางการแพทย์ เพื่อยกระดับระบบคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถของประเทศให้มีความเข้มแข็ง ทันสมัย และตอบสนองต่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง โดยระบบคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถไม่ใช่เพียงกลไกทางกฎหมาย แต่เป็นหลักประกันความมั่นคงขั้นพื้นฐานของสังคม ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลและการเยียวยา ได้อย่างทันท่วงที ภายใต้หลักการสำคัญ “ช่วยเหลือก่อน พิสูจน์ภายหลัง” เพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย มีภารกิจสำคัญในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้ระบบประกันภัยสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์จริงได้อย่างทันท่วงที ซึ่งกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดให้มีการจัดตั้ง กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย เพื่อจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยจากรถ และเป็นหลักประกันให้แก่สถานพยาบาลที่ทำการ รักษาผู้ประสบภัย ให้ได้รับชดใช้เงินอย่างแน่นอนและรวดเร็ว
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานพยาบาลถือเป็นกลไกด่านหน้าที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ประสบภัยจากรถสามารถเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำนักงาน คปภ. จึงได้ผลักดันให้มีการใช้ระบบสินไหมอัตโนมัติ หรือ e-Claim เป็นช่องทางหลักในการยื่นคำขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย เพื่ออำนวยความสะดวก ลดความซ้ำซ้อน เพิ่มความโปร่งใส และช่วยให้ประชาชนสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องสำรองค่าใช้จ่าย สอดคล้องกับการยกระดับการให้บริการภาครัฐในยุคดิจิทัล สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มี ความหนาแน่นของประชากรและการใช้รถใช้ถนนในระดับสูง การเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องให้แก่บุคลากรสถานพยาบาลในพื้นที่ดังกล่าว จึงมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้การใช้สิทธิและการเบิกจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นไปอย่างมีมาตรฐานเดียวกัน และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
ภายในงานมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ การมอบรางวัลการใช้ระบบสินไหมอัตโนมัติดีเด่น “e-Claim Awards 2025” และ การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้สิทธิประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เพื่อเสริมสร้างความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของบุคลากรสถานพยาบาลให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันส่งผลให้การใช้สิทธิและการเบิกจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ทั้งนี้ ภายในงานยังมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด บริษัท มิตรไมตรีการแพทย์ จำกัด และบริษัท เอเวอรี่เดย์ ด๊อกเตอร์ จำกัด เพื่อยกระดับคลินิกให้เป็นหน่วยบริการด้านการรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิสำหรับผู้ประสบภัยจากรถ อันสะท้อนถึงความสำเร็จของการขับเคลื่อนระบบคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยเพิ่มทางเลือกในการเข้ารับบริการ อำนวยความสะดวก และยกระดับการเข้าถึงการรักษาพยาบาลของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
