IN NEWS

'ไทยพบผู้ป่วยโรคไข้นกแก้ว'เป็นข่าวจริง ขอเลือกเชื่อ-แชร์ข้อมูลทางการเท่านั้น



กรุงเทพฯ-นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

ทั้งนี้ ในวันที่ 31 มกราคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 159,177 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 7,734 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 7,733 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 1 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 42 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 2 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 8 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 5 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่

อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง ไทยพบผู้ป่วย “โรคไข้นกแก้ว”

อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง งดขาย-จัดเลี้ยงแอลกอฮอล์ตามกฎหมาย เริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. 69 เวลา 18.00 น.

อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง เปิดรับแรงงานทำฟาร์มที่ประเทศออสเตรเลีย เงินเดือน 80,000 บาท ไปทำงานถูกกฎหมายผ่านกระทรวงแรงงาน

อันดับที่ 4 ข่าวจริง เรื่อง พบไวรัสนิปาห์ในค้างคาวไทย แต่สัดส่วนน้อยและยังไม่มีหลักฐานการแพร่โรค

อันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง ถ้าเลือดเป็นสีดำไม่แดงสวย จะอยู่ได้ไม่เกิน 2-3 ปี

อันดับที่ 6 ข่าวจริง เรื่อง กยศ. เตรียมหักเงินเดือนของลูกจ้างที่เป็นผู้กู้ยืมเงินเพื่อชำระหนี้ เดือนมีนาคม 2569

อันดับที่ 7 ข่าวจริง เรื่อง บริเวณฐานปฏิบัติการสุครีพ เกิดเหตุไฟป่าและกำลังพลได้รับบาดเจ็บจากวัตถุระเบิดตกค้าง

อันดับที่ 8 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ธปท. แนะนำ 7 วิธีตรวจสอบธนบัตร หลังช่วงนี้แบงก์พันปลอมระบาด

สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “ไทยพบผู้ป่วย “โรคไข้นกแก้ว”” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” ปัจจุบัน ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคไข้นกแก้ว (Psittacosis) จำนวน 1 ราย เมื่อปลายปี 2568 มีโรคประจำตัวและมีประวัติเลี้ยงนกในพื้นที่อากาศไม่ถ่ายเท โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์ป้องกันขณะทำความสะอาดกรง ปัจจุบันได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว

ทั้งนี้โรคไข้นกแก้วเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Chlamydophila psittaci ซึ่งพบในนกและสัตว์ปีกหลายชนิด เช่น นกแก้ว นกพิราบ เป็ด และไก่งวง คนสามารถติดเชื้อจากการสูดดมละอองเชื้อจากมูลแห้ง ขน หรือสารคัดหลั่งของนก กลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ที่ใกล้ชิดกับนกหรือสัตว์ปีก เช่น ผู้เลี้ยงนก สัตวแพทย์ และผู้ให้อาหารนก อาการของผู้ป่วยมักคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และไอแห้ง

กรมควบคุมโรคแนะนำ ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ปีกหรือมูลนก หากจำเป็นควรสวมหน้ากากและถุงมือ ล้างมือทุกครั้งหลังสัมผัส และหากมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสหรือเลี้ยงสัตว์ปีกเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด

หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.)