IN NEWS

รายงานSpecial301ปี68ไทยคงสถานะ ประเทศที่ต้องจับตามองสหรัฐฯ



กรุงเทพฯ-ครม.รับทราบรายงาน Special 301 ปี 2568 ไทยคงสถานะประเทศที่ต้องจับตามอง สหรัฐฯชื่นชมความคืบหน้าด้านทรัพย์สินทางปัญญา

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาว ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอรายงานการจัดสถานะของไทยตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ (Special 301) ประจำปี 2568 ภายหลังรองนายกรัฐมนตรี (นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ) เห็นชอบให้นำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี

รองโฆษกฯ ระบุว่า ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) จัดทำรายงาน Special 301 เป็นประจำทุกปี เพื่อประเมินระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศคู่ค้า โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 

• ประเทศที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญารุนแรงที่สุด 

• ประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ 

• ประเทศที่ต้องจับตามอง

 ซึ่งผลการประกาศเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 ระบุว่า ไทยยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List) ร่วมกับอีก 18 ประเทศ ขณะที่มีประเทศที่อยู่ในกลุ่มต้องจับตามองเป็นพิเศษ 8 ประเทศ

ทั้งนี้ รายงานยังระบุว่า เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงานรายชื่อตลาดที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูง (Notorious Markets) โดยระบุศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ เป็นหนึ่งในตลาดที่ต้องเฝ้าระวัง 

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ แสดงความพึงพอใจต่อพัฒนาการและความคืบหน้าของไทยในหลายด้าน โดยเฉพาะการเผยแพร่ร่างพระราชบัญญัติสิทธิบัตร เมื่อเดือนธันวาคม 2567 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบสิทธิบัตร ลดปัญหาค้างสะสม และเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮกว่าด้วยการจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ 

รวมถึงการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ เพื่อรองรับการเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญา WPPT ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังชื่นชมการบังคับใช้กฎหมายของไทยในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา การพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เจ้าของสิทธิ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย การตรวจยึดของกลางที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาของกรมศุลกากร และการดำเนินมาตรการเชิงรุกต่อคลังสินค้าและผู้ประกอบการที่กระทำผิด

อย่างไรก็ดี รายงานยังสะท้อนข้อกังวลของสหรัฐฯ ในบางประเด็น อาทิ ความล่าช้าในการแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิ์ การแก้ไขปัญหางานจดทะเบียนสิทธิบัตรค้างสะสมโดยเฉพาะในสาขาเภสัชภัณฑ์ การคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส การละเมิดลิขสิทธิ์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ และความล่าช้าในกระบวนการดำเนินคดี ซึ่งไทยอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการแก้ไขและปรับปรุงตามข้อเสนอแนะดังกล่าว

รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา กรมทรัพย์สินทางปัญญาและผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้ร่วมกันจัดทำแผนงานด้านทรัพย์สินทางปัญญา (IP Work Plan) เพื่อผลักดันให้ไทยหลุดจากบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบแล้ว พร้อมทั้งมีการจัดทำแผนพัฒนาด้านทรัพย์สินทางปัญญา พ.ศ. 2569–2570 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นกรอบการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยกระทรวงพาณิชย์จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในระยะต่อไป