TECH & AI
หัวเว่ยคลาวด์-ไทยเผยทิศทางการใช้AI อย่างปลอดภัยตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่
กรุงเทพฯ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย ตอกย้ำวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างปลอดภัยและมีเป้าหมาย บนเวที Cybersec Asia 2026 Bangkok เพื่อตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นขององค์กรในการนำ AI ที่สามารถขยายระบบได้และมีความน่าเชื่อถือมาใช้งานทั่วทั้งภูมิภาค
ในการกล่าวบรรยายต่อผู้นำด้านเทคโนโลยีและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากทั่วภูมิภาค นายสุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย ระบุว่า การนำ AI มาใช้งานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ก้าวเข้าสู่การพัฒนาระยะใหม่ จากเดิมที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) สู่การเปลี่ยนผ่านสู่ความอัจฉริยะในระดับองค์กร (Enterprise-wide Intelligent Transformation) ซึ่งขับเคลื่อนโดยความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเร่งการตัดสินใจทางธุรกิจให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
“การเริ่มต้นใช้งาน AI ไม่ควรเริ่มจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว” นายสุรศักดิ์ กล่าว “องค์กรจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เตรียมความพร้อมด้านข้อมูล และวางรากฐานด้านธรรมาภิบาลและความมั่นคงปลอดภัยให้แข็งแกร่ง ก่อนนำ AI มาใช้งานในวงกว้าง”
หัวเว่ย คลาวด์ ยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการใช้งาน Hybrid AI ที่เพิ่มขึ้น โดยผสานการใช้ AI แบบโอเพ่นซอร์สสำหรับข้อมูลที่มีความอ่อนไหวหรือมีความเสี่ยงสูง เข้ากับบริการ AI บนคลาวด์สำหรับกรณีการใช้งานที่เน้นนวัตกรรม แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรสามารถสร้างสมดุลระหว่างการบริหารต้นทุน ความยืดหยุ่น และความปลอดภัยของข้อมูล พร้อมลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน
CTO ของ หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย เน้นย้ำว่า ความสำเร็จของ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกโมเดลเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนา การบริหารจัดการ และการดูแลวงจรชีวิตของ AI ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
โครงสร้าง AI แบบครบวงจร พร้อมความปลอดภัยเป็นหัวใจหลัก
ขีดความสามารถด้าน AI ของหัวเว่ย คลาวด์ ถูกพัฒนาบนโครงสร้างเทคโนโลยีแบบครบวงจร (End-to-End) ที่ผสานทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง ครอบคลุมตั้งแต่ชิปประมวลผล AI Ascend แพลตฟอร์มพัฒนา AI บริการโมเดลขนาดใหญ่ ไปจนถึงเครื่องมือสำหรับพัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อรองรับการฝึกโมเดล การนำไปใช้งาน และการดำเนินงานในระดับองค์กร
ปัจจุบัน หัวเว่ย คลาวด์ ให้บริการคลาวด์ระดับภูมิภาค 34 แห่งทั่วโลก โดยมีศูนย์ข้อมูล 3 แห่งในประเทศไทย เพื่อรองรับการคุ้มครองอธิปไตยของข้อมูล (Data Sovereignty) และปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกมากกว่า 170 รายการ ครอบคลุมด้านความมั่นคงปลอดภัย การดำเนินงาน และมาตรฐานอุตสาหกรรม
“เราเป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายเดียวที่ออกแบบและพัฒนาทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ด้วยตนเอง” นายสุรศักดิ์กล่าว “จุดแข็งนี้ช่วยให้เราสามารถมอบประสิทธิภาพที่เหมาะสม การจัดสรรทรัพยากรที่ยืดหยุ่น และความคุ้มค่าด้านต้นทุนสำหรับงาน AI ขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ความมั่นคงปลอดภัยโดยการออกแบบ เพื่อ AI ที่น่าเชื่อถือ
ประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยของ AI ถือเป็นหัวใจสำคัญของการบรรยายในครั้งนี้ โดยหัวเว่ย คลาวด์ เน้นย้ำว่า ความปลอดภัยของ AI ต้องครอบคลุมตลอดทั้งวงจรการใช้งาน ตั้งแต่คุณภาพของข้อมูล ความน่าเชื่อถือของโมเดล การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง การคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ไปจนถึงการตรวจสอบภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง
สถาปัตยกรรมความปลอดภัย (Security Architecture) ของหัวเว่ย คลาวด์ ประกอบด้วยระบบป้องกันหลายชั้น การเข้ารหัสข้อมูลทั้งในขั้นตอนจัดเก็บและรับส่ง ระบบบริหารจัดการตัวตนที่เข้มงวด และระบบเฝ้าระวังที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อช่วยตรวจจับและลดความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ ทำให้องค์กรมั่นใจได้ว่า ระบบ AI จะมีทั้งประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และการปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎระเบียบ
“AI ที่น่าเชื่อถือ เริ่มต้นจากความเข้าใจว่าข้อมูลใดสามารถนำมาใช้ได้ ใครมีสิทธิ์เข้าถึง และจะตรวจสอบผลลัพธ์จาก AI อย่างไร” นายสุรศักดิ์ กล่าว “ความปลอดภัยไม่ควรถูกมองเป็นเรื่องที่ตามมาภายหลัง”
ขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศไทยด้วย AI
ด้วยโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ แพลตฟอร์ม AI และแนวคิดด้านความปลอดภัยเป็นศูนย์กลาง หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย มุ่งสนับสนุนองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม ให้สามารถเร่งการนำ AI มาใช้งานได้อย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน
“เป้าหมายของเรา คือ การช่วยให้องค์กรเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้าน AI ให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้อย่างปลอดภัย สอดคล้องกับกฎระเบียบ และมีประสิทธิภาพ” นายสุรศักดิ์ กล่าวสรุป
