POLITICS
นายกฯบินหาดใหญ่แถลงเปิดปฏิบัติการ 'สิงห์ตะปบเหยื่อ'ยึดบุหรี่เถื่อนล๊อตใหญ่
สงขลา-นายกรัฐมนตรี แถลงเปิดปฏิบัติการ “สิงห์ตะปบเหยื่อ” กรมการปกครองทลายเครือข่ายบุหรี่เถื่อนในสงขลา ยึดของกลางกว่า 2,000 ลัง จับกุมผู้ต้องหา 14 ราย
หลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “สิงห์ตะปบเหยื่อ“ เข้าตรวจค้นพื้นที่ลักลอบจำหน่ายบุหรี่เถื่อน ในพื้นที่ จ.สงขลา ทั้งหมด 4 จุด ตามหมายค้นศาลจังหวัดสงขลา เมื่อช่วงเช้าของวันนี้(5 ก.พ.69) พบผู้กระทำความผิดกำลังขนย้ายบุหรี่ผิดกฎหมาย จากโกดังเก็บบุหรี่ขึ้นหลังกระบะตู้ทึบ เพื่อนำไปส่งตามจุดร้านค้าทั้ง 3 จุด พนักงานฝ่ายปกครองจึงได้ทำการตรวจยึดบุหรี่ผิดกฎหมายและจับกุมผู้กระทำความผิดเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ล่าสุด เมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (5 ก.พ.69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการปฏิบัติการ “สิงห์ตะปบเหยื่อ” ของกรมการปกครอง ภายใต้นโยบายรัฐบาลด้านการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจังหลังสามารถทลายเครือข่ายลักลอบจำหน่ายและขนส่งบุหรี่เถื่อนรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ตรวจยึดของกลางจำนวนมหาศาล และจับกุมผู้ต้องหาได้หลายราย
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายทุกประเภท โดยเฉพาะบุหรี่เถื่อนซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและทำให้รัฐสูญเสียรายได้จำนวนมาก พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง
ทั้งนี้ กรมการปกครองได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีการลักลอบจำหน่ายและขนส่งบุหรี่เถื่อนเป็นจำนวนมาก ทำให้เยาวชนและประชาชนสามารถเข้าถึงบุหรี่ผิดกฎหมายได้โดยง่าย จึงส่งสายลับเข้าไปแฝงตัวเก็บข้อมูล จนพบพฤติการณ์ของขบวนการใช้วิธีเปิดหน้าร้านในลักษณะของตู้น้ำบังหน้า โดยไม่เก็บสินค้าไว้ในจุดจำหน่าย เมื่อลูกค้ามาซื้อจะไปนำบุหรี่จากโกดังในซอยใกล้เคียงมาส่งให้

จากการสืบสวนยังพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการค้าส่งให้กับเครือข่ายร้านค้าในหลายพื้นที่ กระจายสินค้าผ่านรถบรรทุกที่เปลี่ยนเส้นทางเป็นประจำ รวมถึงจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และส่งผ่านบริษัทขนส่งเอกชนไปยังลูกค้าทั่วประเทศ
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 พนักงานฝ่ายปกครองได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดสงขลา เข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมายในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ผลการปฏิบัติสามารถตรวจยึดของกลางเป็นบุหรี่เถื่อนกว่า 2,000 ลัง หรือประมาณ 20 ล้านมวน และจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 14 ราย จากการประเมินเบื้องต้นพบว่ารัฐต้องสูญเสียรายได้จากภาษีมากกว่า 67 ล้านบาท และมีมูลค่าค่าปรับทางภาษีสูงกว่า 1,000 ล้านบาท
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 และพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 หลายฐานความผิด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ สถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง และสถานีตำรวจภูธรคลองหอยโข่ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รัฐบาลและกรมการปกครองยืนยันจะเร่งขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อขจัดขบวนการค้าสินค้าผิดกฎหมายและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศอย่างเด็ดขาด.
ซัมซูดิง/รายงาน
