BUSINESS

ORIเสนอขายหุ้นกู้ใหม่ชูความแข็งแกร่ง  ลุยทำรายได้กลุ่มคลังสินค้า-โรงแรม



กรุงเทพฯ-ออริจิ้น เดินหน้าสร้างรายได้ต่อเนื่อง ล่าสุดขายคลังสินค้าเข้ากอง REIT แบรนด์ แอลฟา (ALPHA) คว้า Extra Cash 125 ล้านบาทตามแผน พร้อมจำหน่ายทรัพย์สินที่ดินพร้อมพัฒนา 2 แปลง รับ Extra Cash 260 ล้านบาท อีกทั้งในปี 2569 นี้ มี Backlog คอนโดฯ 7 โครงการที่พร้อมโอนให้ลูกค้า มูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของธุรกิจ พร้อมเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 ระหว่าง 10-12 กุมภาพันธ์ นี้ จำนวน 2 ชุด ชุดที่ 1 หุ้นกู้อายุ 1 ปี 3 เดือน อัตราดอกเบี้ย 5.00% และ ชุดที่ 2 หุ้นกู้อายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 5.35% จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจตาม Roadmap ที่วางไว้ โดยกลุ่มธุรกิจ Recurring Income ทั้งจากการให้บริการในกลุ่มโรงแรม และกลุ่มคลังสินค้า เพื่อสร้างรายได้ประจำต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 4/2568 ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจคลังสินค้าภายใต้การดำเนินธุรกิจของ บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA  ได้ขายคลังสินค้า 1 แห่ง ในทำเล กม. 22 ขนาดพื้นที่ 21,660 ตารางเมตร(ตร.ม.) เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีกระแสเงินสดรับสุทธิ (Extra Cash) 125 ล้านบาท พร้อมกันนี้ยังได้จำหน่ายทรัพย์สินที่ดินพร้อมพัฒนา 2 แปลง ย่านรามอินทราและย่านบางพลี ได้รับ Extra Cash กว่า 260 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในแผน Divestment Plan ในกลุ่มโรงแรมและกลุ่มคลังสินค้านั้นเป็นทั้งการขายทรัพย์สิน / ธุรกิจ ให้กับกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) หรือนักลงทุนทั่วไป รวมถึงการจัดตั้งกอง REIT เอง ซึ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในช่วงเวลานั้นๆ นอกจากนี้หลังจากการจัดตั้งกอง REIT กลุ่ม ALPHA จะยังคงมีรายได้ จากการบริหารกอง REIT และ / หรือ Property Fund นั้นๆ กลุ่มคลังสินค้าทุกปีซึ่งถือเป็น Recurring Income ให้กับกลุ่มบริษัทในระยะยาว ขณะเดียวกันจะมี Capital Gain จากการขายสินทรัพย์ เข้ามาในทุกปีด้วยเช่นกัน

ส่วนกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่ดำเนินการภายใต้บริษัท ออริจิ้น โฮเทล จำกัด (มหาชน) หรือ ORIGIN HOTELในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้ปิดดีล ขายหุ้น 2 โรงแรมใหญ่ ได้แก่ โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล แบงค็อก สุขุมวิท ทั้งหมดที่ถืออยู่ 51% ให้กับ Ci:z Technologies บริษัทในเครือ Ci:z Holdings Co., Ltd. ยักษ์ใหญ่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้ได้รับ Extra Cash กว่า 800 ล้านบาท และ โรงแรมสเตย์บริดจ์ สวีท แบงค็อก ทองหล่อ ให้ “ตันบุญ” บริษัทส่วนตัวของ ตัน ภาสกรนที รับ Extra Cash เข้ามาทันทีอีกกว่า 500 ล้านบาท

สำหรับ โครงการคอนโดมิเนียม ภายใต้ บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จํากัด หรือ ORIGIN VERTICAL มี Backlog ที่พร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าในปี 2569 รวมมูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท คิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการรวม จาก 7 โครงการ ที่พัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ “Creative Living for All” ประกอบด้วย 1. โครงการ The Origin Kathu-Patong (ดิ ออริจิ้น กระทู้ ป่าตอง) 2. โครงการ The Origin Bangkae (ดิ ออริจิ้น บางแค) 3. โครงการ Origin Place Khon Kaen-Kanlapaphruek (ออริจิ้น เพลส ขอนแก่น - กัลปพฤกษ์) 4. โครงการ So Origin Siriraj (โซ ออริจิ้น ศิริราช) 5. โครงการ Origin Place Phetkasem (ออริจิ้น เพลส เพชรเกษม) 6. โครงการ So Origin Bangtao Beach (โซ ออริจิ้น บางเทา บีช)และ7. โครงการ Origin Thonglor World (ออริจิ้น ทองหล่อ เวิลด์)

“ออริจิ้น เน้นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ใช้ความเชี่ยวชาญในด้านทำเลและการตลาดที่หลากหลาย ขยายพอร์ตรายได้ประจำต่อเนื่อง เพื่อสร้างสมดุลรายได้ทั้งจากการขายและการให้บริการจากธุรกิจโรงแรม คลังสินค้า และกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิต หรือ Lifestyle ของผู้บริโภค การวางโครงสร้างกลุ่มธุรกิจต่างๆ นี้ ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของธุรกิจพัฒนาอสังหาฯได้มากขึ้น” นายพีระพงศ์ กล่าว

นายพีระพงศ์ ยังกล่าวย้ำว่า สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 จำนวน 2 ชุด หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 1 ปี 3 เดือน อัตราดอกเบี้ย 5.00% และหุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 2 ปี 6 เดือนอัตราดอกเบี้ย 5.35% จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน โดยการเสนอขายหุ้นกู้หุ้นกู้ล็อตแรกปีนี้เป็นชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้  เสนอขายระหว่างวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2569 ผ่านสถาบันการเงิน 10 ราย