OPINION
ใต้เงาแห่งปฐพี: การไล่ล่า‘อนุภาคผี’กับ เดิมพันมหาอำนาจโลก โดย: ฟอนต์ สีดำ
ในขณะที่โลกเบื้องบนกำลังวุ่นวายอยู่กับวัฏจักรของแสงแดดและการเคลื่อนที่ของมนุษย์ ลึกลงไปใต้ชั้นหินแกรนิตอันหนาทึบ 700 เมตร ณ เมืองเจียงเหมิน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ความเงียบสงัดกลับถูกเติมเต็มด้วยการรอคอยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟิสิกส์สมัยใหม่ ณ ที่แห่งนั้น จีนได้สถาปนา "อาณาจักรจูโน่" (Jiangmen Underground Neutrino Observatory - JUNO) ขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อการสงครามหรือการขยายดินแดนทางกายภาพ แต่เพื่อการครอบครองความลับของสิ่งที่เล็กที่สุดที่มนุษย์เคยรู้จัก-นั่นคือ "อนุภาคผี" หรือ นิวทริโน (Neutrino)
ปฐมบทแห่งความลึกลับ: นิวทริโนและการทะลุทะลวงที่มองไม่เห็น
นิวทริโน (Neutrino) เปรียบเสมือนวิญญาณของจักรวาล ในทุกๆ วินาทีมีอนุภาคเหล่านี้นับล้านล้านหน่วยพุ่งทะลุผ่านร่างกายของมนุษย์ ผ่านโลก และผ่านดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่ทำอันตรายหรือทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้ พวกมันมีมวลที่น้อยนิดจนแทบจะเป็นศูนย์ และแทบไม่ปฏิสัมพันธ์กับสสารใดๆ เลย ความลึกลับนี้เองทำให้นักวิทยาศาสตร์ขนานนามพวกมันว่า "อนุภาคผี" (Ghost Particle)

การทำความเข้าใจนิวทริโนไม่ใช่เพียงการตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นทางวิทยาศาสตร์ แต่มันคือกุญแจดอกสำคัญที่จะไขปริศนาว่า "จักรวาลกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร?" และเหตุใดสสารจึงมีชัยเหนือปฏิสสารในห้วงเวลาแห่งบิ๊กแบง
มหาโครงการใต้พสุธา: โคมไฟในเหมืองมืด
จีนได้ทุ่มเงินงบประมาณมหาศาลกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างห้องปฏิบัติการที่เปรียบเสมือนงานศิลปะทางวิศวกรรม หัวใจหลักของ JUNO คือโถงอะคริลิกทรงกลมขนาดยักษ์ที่บรรจุของเหลวพิเศษ (Liquid Scintillator) หนักถึง 20,000 ตัน ล้อมรอบด้วยเครื่องตรวจจับแสง (Photomultiplier Tubes) กว่า 40,000 เครื่อง
สาเหตุที่ต้องฝังตัวลึกอยู่ใต้ดินถึง 700 เมตร ก็เพื่อใช้ชั้นหินเป็นกำแพงธรรมชาติในการกรอง "รังสีคอสมิก" จากอวกาศที่อาจรบกวนสัญญาณอันแผ่วเบาของนิวทริโน การวัดค่าที่แม่นยำจึงต้องอาศัยความเงียบสงบทางฟิสิกส์ขั้นสูงสุด ซึ่งจีนเพิ่งประกาศความสำเร็จในการวัดค่าจากดวงอาทิตย์ได้อย่างแม่นยำในระดับที่ยังไม่มีใครเทียบเท่า หลังจากเริ่มเดินเครื่องเพียงไม่กี่เดือน
สมรภูมิความรู้: เมื่อวิทยาศาสตร์คืออำนาจใหม่
ในอดีต จีนอาจถูกมองว่าเป็นเพียง "โรงงานของโลก" แต่ในวันนี้ จีนกำลังเปลี่ยนบทบาทสู่การเป็น "ผู้กำหนดนิยามทางเทคโนโลยี" การลงทุนในการวิจัยพื้นฐาน (Basic Research) สูงถึง 1.22 ล้านล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ว่า ใครก็ตามที่ควบคุมความลับของอนุภาคที่เล็กที่สุดได้ ผู้นั้นย่อมกุมอำนาจในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีในอนาคต

การแข่งขันนี้ไม่ได้มีเพียงจีน แต่ยังมีสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นที่เป็นคู่แข่งคนสำคัญ ทว่าโครงการของทั้งสองประเทศยังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้างและคาดว่าจะเสร็จสิ้นในปี 2028 ทำให้ในเวลานี้ จีนกลายเป็น "ผู้เล่นเพียงหนึ่งเดียว" ที่กำลังก้าวเดินไปในความมืดมิดใต้พิภพพร้อมโคมไฟที่สว่างที่สุด
บทสรุป: จากอนุภาคเล็กจิ๋วสู่การเปลี่ยนโลก
เทคโนโลยีที่ได้จากการดักจับ "อนุภาคผี" อาจนำไปสู่การสื่อสารรูปแบบใหม่ที่สามารถทะลุทะลวงผ่านใจกลางโลกได้โดยไม่ต้องอาศัยสายเคเบิล หรือการสำรวจทรัพยากรธรรมชาติในระดับความลึกที่มนุษย์ไม่เคยไปถึง จูโน่จึงไม่ได้เป็นเพียงห้องแล็บ แต่เป็นสัญลักษณ์ของการทะยานขึ้นสู่บัลลังก์มหาอำนาจด้านวิทยาศาสตร์โลกของจีน

ภายใต้ความร่วมมือของนักวิจัยกว่า 700 คน จาก 17 ประเทศ รวมถึงยุโรป จีนกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า การแก้ปัญหา "คอขวดเทคโนโลยี" ที่เคยต้องพึ่งพาต่างชาตินั้น สามารถทำได้ด้วยการสร้างนวัตกรรมจากรากฐานของความรู้ที่ลึกซึ้งที่สุด จักรวาลยังมีเรื่องราวให้ค้นหาอีกมากมาย และในวันนี้ มนุษย์ชาติกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ที่วิทยาศาสตร์คือแสงนำทางสู่ความจริงอันเป็นนิรันดร์
แหล่งอ้างอิง:
1. Institute of High Energy Physics (IHEP), Chinese Academy of Sciences. (2024). The Jiangmen Underground Neutrino Observatory (JUNO): Scientific Goals and Status. 2. Nature Journal. (2023). China’s massive underground detector will hunt for ‘ghost’ particles.
2. Science Magazine. (2024). Global Competition in Neutrino Physics: JUNO vs. DUNE and Hyper-Kamiokande.
3. Bangkok Biz News (กรุงเทพธุรกิจ). (2026). ‘จีน’ แข่งศึกษา ‘อนุภาคผี’ ปูทางมหาอำนาจ ไขความลับจักรวาล.
4. CERN Courier. (2023). Unveiling the Neutrino Mass Hierarchy: The Promise of JUNO
