IN NEWS
ครม.ไฟเขียวแล้วโครงการ'ป่าไม้เพื่อชีวิต' จับมือFAO-GEFอนุรักษ์ป่าเขตร้อน4พื้นที่
กรุงเทพฯ-ครม.เห็นชอบโครงการ “ป่าไม้เพื่อชีวิต” จับมือ FAO–GEF อนุรักษ์ผืนป่าเขตร้อนสำคัญ4 พื้นที่ ภูมิทัศน์ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ภูมิทัศน์อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ภูมิทัศน์ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี และภูมิทัศน์พนมดงรัก จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี
วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ โครงการป่าไม้เพื่อชีวิต – การอนุรักษ์ภูมิทัศน์ป่าเขตร้อนที่สมบูรณ์ของประเทศไทย (Forests for Life – Intact Tropical Forest Landscape Conservation in Thailand) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) โดยมีองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เป็นหน่วยงานบริหารโครงการ
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเอกสารโครงการ (Project Document) และข้อตกลงภาคีผู้ดำเนินการ (Operational Partners Agreement) พร้อมมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงนามร่วมกับ FAO และอนุญาตให้ปรับแก้เอกสารในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญหรือไม่กระทบผลประโยชน์ของประเทศได้ โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีก
รองโฆษกฯ ระบุว่า โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องรักษาภูมิทัศน์ป่าเขตร้อนที่มีความสำคัญระดับโลก ผ่านการอนุรักษ์แบบบูรณาการและการมีส่วนร่วมของชุมชน ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมาย 4 แห่ง ได้แก่ ภูมิทัศน์ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ภูมิทัศน์อมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ภูมิทัศน์ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี และภูมิทัศน์พนมดงรัก จังหวัดศรีสะเกษ โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการ 5 ปี
โครงการได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก GEF จำนวน 6.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 208.54 ล้านบาท) และงบประมาณสมทบในลักษณะไม่เป็นตัวเงิน (In kind) รวม 81.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมงบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 87.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการดำเนินงานประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
1. การส่งเสริมการอนุรักษ์และการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
2. การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการป่าอนุรักษ์เพื่อคุ้มครองป่าธรรมชาติ
3. การบริหารจัดการภูมิทัศน์ป่าธรรมชาติในพื้นที่แนวกันชน
4. การพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน การลงทุน และการขยายผลกิจกรรมการอนุรักษ์ รวมถึงคาร์บอนเครดิตและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
5. ความร่วมมือ การจัดการความรู้ การพัฒนาศักยภาพ การติดตามและประเมินผล
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาแล้วส่วนใหญ่เห็นชอบหรือไม่ขัดข้อง และยืนยันว่าเอกสารโครงการและข้อตกลงภาคีฯ ไม่เข้าข่ายเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ รวมทั้งไม่มีข้อผูกพันทางการเงินที่เป็นตัวเงิน (In cash) ที่หน่วยงานไทยต้องร่วมสนับสนุน และไม่ก่อให้เกิดภาระผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปตามมาตรา 169
รองโฆษกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้จะช่วยยกระดับการอนุรักษ์ป่าของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ เสริมสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน ลดการบุกรุกทำลายป่า รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ รับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเสริมบทบาทของประเทศไทยในเวทีสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ พร้อมสร้างประโยชน์ต่อชุมชนรอบพื้นที่ป่าอย่างยั่งยืน
